เปิดกลยุทธ์ Barbell ฝ่าตลาดผันผวน ชู 6 หุ้นเด่น กำไรแกร่ง-ปันผลสูง
ตลาดหุ้นเดือน ก.ย. ยังต้องรับมือทั้งความไม่แน่นอนของทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ และความเสี่ยงจากสงครามที่อาจยืดเยื้อ หนึ่งในกลยุทธ์ที่นักวิเคราะห์แนะนำคือ Barbell กระจายพอร์ตระหว่างหุ้นคุณภาพที่กำไรแข็งแกร่งและหุ้นเชิงรับที่ปันผลสูง ควบคู่ไปกับหุ้นวัฏจักรเชิงคุณค่าอย่างกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี เพื่อรับมือความผันผวนและสร้างโอกาสในทุกสถานการณ์ตลาด
นักวิเคราะห์จาก บล.บัวหลวง แนะนำกลยุทธ์การลงทุนเดือน ก.ย. โดยเน้นกลยุทธ์ Barbell กระจายความเสี่ยงระหว่างหุ้นคุณภาพ/เชิงรับ และหุ้นวัฏจักรเชิงคุณค่า เพื่อรองรับทั้งความเสี่ยงจากการที่ Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยและสถานการณ์สงครามที่ยืดเยื้อ
สำหรับหุ้นคุณภาพ/เชิงรับ (Quality/Defensive) เน้นหุ้นที่มีคุณสมบัติ 4 ด้าน ได้แก่
1.ธุรกิจที่มีความชัดเจนและความทนทานของกำไรสูง (High Earnings Visibility/Earnings Resilience) ครอบคลุมกลุ่มการแพทย์ เครื่องดื่ม และค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น ซึ่งมีอุปสงค์สม่ำเสมอและพึ่งพาวัฏจักรเศรษฐกิจค่อนข้างต่ำ
2.Valuation อยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีมากกว่า -1SD ในทุกมิติ ทั้ง PER, PBV และ EV/EBITDA
3.คาดอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ปี 2570 มากกว่า 3.5% ช่วยสร้างทั้งส่วนเผื่อด้านมูลค่า (Valuation Cushion) และเป็น Downside Buffer จากผลตอบแทนเงินปันผล
4.ไม่มีการปรับลดประมาณการกำไรอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา
โดยมีหุ้นเด่น ได้แก่ BDMS : รายได้มีแนวโน้มเร่งตัวต่อเนื่อง โดยเดือน ก.ค. โต 8% YoY, ส.ค. 9% YoY และ ก.ย. คาดโต 9–10% YoY หนุนกำไรไตรมาส 3/69 มีโอกาสทำสถิติสูงสุดใหม่ พร้อมคาด Dividend Yield ปี 2570 ราว 4.1%
CPALL : จากต้นไตรมาส 3/69 ถึงปัจจุบันยอดขายต่อสาขาเดิม (SSSG) ยังเติบโต 1% YoY สะท้อนความทนทานของการบริโภคสินค้าจำเป็น ขณะที่คาดกำไรหลักปี 2570 โต 11% YoY และคาด Dividend Yield ปี 2570 ราว 4.1%
OSP : ความสามารถในการควบคุมต้นทุนและรักษาอัตรากำไรเป็นจุดเด่น ช่วยจำกัด Downside ต่อประมาณการกำไรในภาวะต้นทุนผันผวน พร้อมคาด Dividend Yield ปี 2570 สูงราว 5.6%
CBG : แม้ต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่สูงขึ้นอาจกดดันอัตรากำไรระยะสั้น แต่ยอดขายเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศคาดโต 10% YoY ขณะที่เมียนมาคาดโต 70% YoY ในไตรมาส 3/69 และ 30% YoY ในไตรมาส 4/69 รวมถึงส่วนแบ่งตลาดที่เพิ่มขึ้นของธุรกิจจัดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งจะช่วยหนุนการเติบโตของกำไร โดยคาด Dividend Yield ปี 2570 ราว 3.7%
ขณะเดียวกันหุ้นวัฏจักรเชิงคุณค่า (Reflation/Cyclical) เน้นกลุ่มพลังงาน PTT และปิโตรเคมี PTTGC เพื่อกระจายความเสี่ยงในช่วงที่เงินเฟ้อและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ยังอยู่ในระดับสูง

