เฟดยืนยันขึ้นดอกเบี้ยสูงสุดเท่าที่จำเป็น สกัดเงินเฟ้อ
ธนาคารกลางสหรัฐพร้อมขึ้นดอกเบี้ยสูงที่สุดเท่าที่จำเป็นเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ
Reuters รายงานว่าเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้คำมั่นว่าธนาคารกลางสหรัฐจะปรับอัตราดอกเบี้ยให้สูงที่สุดเท่าที่จำเป็น เพื่อจัดการกับอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อเศรษฐกิจ
พาวเวลล์กล่าวในงาน Wall Street Journal ว่าธนาคารสหรัฐจะผลักดันต่อไปเพื่ออัตราเงินเฟ้อที่ลดลงอย่างชัดเจนและเชื่อถือได้ รวมถึงอาจต้องมีการพิจารณาเคลื่อนไหวเชิงรุกมากขึ้นด้วย
อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าการควบคุมเงินเฟ้ออาจทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจช้าลง หรือเกิดการว่างงานมากขึ้น แต่พาวเวลล์ยืนยันว่าธนาคารสหรัฐจะไม่หยุดขึ้นอัตราดอกเบี้ยหากอัตราเงินเฟ้อยังไม่ลดลงเพื่อเสถียรภาพด้านการเงิน
"เราจะทำจนกว่าจะอยู่ในจุดที่เราสามารถพูดได้ว่า เงื่อนไขทางการเงินอยู่ในจุดที่เหมาะสม เราเห็นอัตราเงินเฟ้อที่ลดลง" พาวเวลล์กล่าว
โดยก่อนหน้านี้ธนาคารกลางสหรัฐประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่ 0.50% ซึ่งเป็นการขึ้นดอกเบี้ยที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ปี 2000 หรือในรอบ 22 ปี
ทั้งนี้ พาวเวลล์กล่าวว่าเศรษฐกิจของสหรัฐมีความแข็งแกร่ง เช่นเดียวกับงบดุลบัญชีของผู้บริโภคและการดำเนินงานของภาคธุรกิจ ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เฟดสามารถขึ้นอัตราดอกเบี้ยและสกัดเงินเฟ้อได้โดยไม่ทำให้เศรษฐกิจหดตัวจนเกินไป ซึ่งเฟดตั้งเป้าอัตราเงินเฟ้อไว้ที่ 2% ต่อปี
ท่ามกลางการคาดการณ์ว่าเฟดอาจขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปถึงอย่างน้อย 2.75% ถึง 3% ภายในสิ้นปีนี้ หรืออาจจะมากกว่านั้น โดยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากช่วงปัจจุบันระหว่าง 0.75% ถึง 1%
ขณะที่ FedWatch Tool ของ CME Group ชี้ให้เห็นว่ามีโอกาสมากกว่า 1 ใน 4 ที่อัตราดอกเบี้ยภายในสิ้นปีนี้จะอยู่ที่ระหว่าง 3% ถึง 3.25%
Reuters รายงานว่าเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้คำมั่นว่าธนาคารกลางสหรัฐจะปรับอัตราดอกเบี้ยให้สูงที่สุดเท่าที่จำเป็น เพื่อจัดการกับอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อเศรษฐกิจ
พาวเวลล์กล่าวในงาน Wall Street Journal ว่าธนาคารสหรัฐจะผลักดันต่อไปเพื่ออัตราเงินเฟ้อที่ลดลงอย่างชัดเจนและเชื่อถือได้ รวมถึงอาจต้องมีการพิจารณาเคลื่อนไหวเชิงรุกมากขึ้นด้วย
อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าการควบคุมเงินเฟ้ออาจทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจช้าลง หรือเกิดการว่างงานมากขึ้น แต่พาวเวลล์ยืนยันว่าธนาคารสหรัฐจะไม่หยุดขึ้นอัตราดอกเบี้ยหากอัตราเงินเฟ้อยังไม่ลดลงเพื่อเสถียรภาพด้านการเงิน
"เราจะทำจนกว่าจะอยู่ในจุดที่เราสามารถพูดได้ว่า เงื่อนไขทางการเงินอยู่ในจุดที่เหมาะสม เราเห็นอัตราเงินเฟ้อที่ลดลง" พาวเวลล์กล่าว
โดยก่อนหน้านี้ธนาคารกลางสหรัฐประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่ 0.50% ซึ่งเป็นการขึ้นดอกเบี้ยที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ปี 2000 หรือในรอบ 22 ปี
ทั้งนี้ พาวเวลล์กล่าวว่าเศรษฐกิจของสหรัฐมีความแข็งแกร่ง เช่นเดียวกับงบดุลบัญชีของผู้บริโภคและการดำเนินงานของภาคธุรกิจ ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เฟดสามารถขึ้นอัตราดอกเบี้ยและสกัดเงินเฟ้อได้โดยไม่ทำให้เศรษฐกิจหดตัวจนเกินไป ซึ่งเฟดตั้งเป้าอัตราเงินเฟ้อไว้ที่ 2% ต่อปี
ท่ามกลางการคาดการณ์ว่าเฟดอาจขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปถึงอย่างน้อย 2.75% ถึง 3% ภายในสิ้นปีนี้ หรืออาจจะมากกว่านั้น โดยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากช่วงปัจจุบันระหว่าง 0.75% ถึง 1%
ขณะที่ FedWatch Tool ของ CME Group ชี้ให้เห็นว่ามีโอกาสมากกว่า 1 ใน 4 ที่อัตราดอกเบี้ยภายในสิ้นปีนี้จะอยู่ที่ระหว่าง 3% ถึง 3.25%
Most Viewed
Stock of the Day
จับตา GUNKUL-HANA MSCI ดันเงินไหลเข้า โบรกฯ ชี้รับทรัพย์แล้ว 28.5 ล้านเหรียญฯ CHG-JTS-CPF-DELTA-CPN เสี่ยงแรงขาย
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“ASP-TAIWAN” เกาะกุม “หุ้นไต้หวัน”... “หัวใจ” ของซัพพลายเชน “ชิปโลก” โอกาสลงทุนที่ยิ่งใหญ่ “สำคัญ” เกินกว่าจะละเลย !!!
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“หุ้นไต้หวัน” มหาอำนาจ “ชิปโลก”... โอกาสลงทุนรับการเติบโตของ “AI Megatrend” เศรษฐกิจโตดี-หุ้นโตโดดเด่น” !!!
Updated 1 day ago
Banking
ทีทีบี ผนึกพันธมิตร DBS สร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ยกระดับการบริหารความมั่งคั่ง
Updated 1 day ago
News Highlight
ONEE ท็อปฟอร์ม! โชว์ศักยภาพผ่านงาน Earnings Call ไตรมาส 2 ปี 2569 ทำรายได้รวม 2,259.36 ลบ. กำไรสุทธิ 67.88 ลบ.
Updated 1 day ago
Follow Us
News Update
