Official Update :

เปิดแผนธุรกิจปี 2564 ของ “วิริยะประกันภัย” ลุยลงทุนระบบ IT ต่อยอดประสิทธิภาพ

ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจและการลงทุนทั่วโลกรวมถึงไทยเผชิญกับภาวะวิกฤติจากการแพร่ระบาดของ Covid-19 หลายธุรกิจประสบปัญหายอดขายชะลอตัว แต่ไม่ใช่กับธุรกิจประกันที่สามารถพลิกวิกฤติและสร้างการเติบโตผ่านการออกผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่เกี่ยวกับ Covid-19 ทั้งการดูแลด้านค่ารักษา ชดเชยรายได้ รวมถึงตรวจพบโรครับเงินก้อนทันที ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชนอย่างมาก ส่งผลให้เบี้ยรับใหม่เติบโตถล่มทลาย วิริยะประกันภัย ก็เป็นอีกบริษัทที่ได้รับผลบวกจากประกันดังกล่าวเช่นกัน


โดย นายอมร ทองธิว กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน)  กล่าวว่า ปี 2563 เราพบการระบาดของ Covid-19 ทำให้บริษัทต้องออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบสนองความต้องของประชาชน เช่น ประกันโควิด 19 ชีลด์ ที่มีผู้ใช้บริการกว่า 2 ล้านกรมธรรม์ และบริการหลังการขายที่ลูกค้าสามารถติดต่อกับเจ้าหน้าที่ได้โดยตรงผ่านลิงก์ไม่จำเป้นต้องติดตั้งแอป ส่งผลให้เบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 38,143.60 ล้านบาท แบ่งเป็น ประกันรถยนต์ 33,315.93 ล้านบาท และประกันที่ไม่ใช่รถยนต์ 4,827.66 ล้านบาท


สำหรับกำไรจากธุรกิจประกันภัยอยู่ที่ 1,000 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนหลังบริษัทมีนโยบายเพิ่มสัดส่วนรายได้ประกันที่ไม่ใช่รถยนต์มากขึ้น ส่วนรายได้จากการลงทุนอยู่ที่ 1,300 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อน ด้านฐานะการเงิน ณ สิ้นปี 2563 บริษัททรัพย์สิ้นรวม 76,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ที่มีทรัพย์สิน 74,000 ล้านบาท และอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน ( CAR Ratio) อยู่ที่ 224% สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) กำหนดไว้ โดยบริษัทมีเงินกองทุนที่สามารถใช้ได้ 41,000 ล้านบาท


ในปี 2564 บริษัทจะไม่มุ่งเน้นด้านยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่จะเน้นกระจายความเสี่ยงให้กับผู้รับประกัน โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันใหม่ บริการสินไหม บุคลากร และพัฒนาเทคโนโลยี ซึ่งปีนี้บริษัทวางงบลงทุนด้านไอทีไว้ 200 ล้านบาท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้มากขึ้น



ประกันรถยนต์

นายสยม โรหิตเสถียร รองกรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า บริษัทยังมีสัดส่วนประกันรถยนต์เป็นอันดับ 1 ในตลาด แม้จะปรับลงมาเล็กน้อยตามภาวะเศรษฐกิจ แต่บริการอื่นๆ นอกเหนือจากประกันรถยนต์ใหม่ก็ยังมีการเติบโต ซึ่งภาพรวมเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไปอาจส่งผลกระทบกับกำลังซื้อของลูกค้า บริษัทจึงมีการพัฒนาประกันให้เหมาะกับกำลังซื้อและสภาพเศรษฐกิจ เพื่อให้ลูกค้าได้ประกันที่ตอบโจทย์ความต้องการมากที่สุด



ประกันที่ไม่ใช่รถยนต์
(Non Motor)

นางฐวิกาญจน์ เตชทวีทรัพย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า เบี้ยประกันที่ไม่ใช่รถยนต์ในปีที่ 2563 อยู่ที่ 4,827.66 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น อัคคีภัย 271.20 ล้านบาท ภัยทางทะเลและขนส่ง 485.15 ล้านบาท และภัยเบ็ดเตล็ด 4,071.31 ล้านบาท ด้านประกันสุขภาพก็มีการเติบโตสูงถึง 317% โดยเฉพาะแผนประกันสุขภาพ Covid-19 ส่งผลให้สัดส่วนประกันที่ไม่ใช่รถยนต์ในปี 2563 เพิ่มขึ้นเป็น 12.65% ของเบี้ยประกันภัยรับรวมของบริษัท จากปี 2562 อยู่ที่ 10.48%


สำหรับปีนี้บริษัทยังขยายแผนงานต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าขยายช่องทางตรงให้เป็น 180 อัตรา ภายในสิ้นปี โดยเน้นการตลาดทางโทรศัพท์และการตลาดประจำบูท พร้อมมองหาพันธมิตรคู่ค้า ควบคู่ไปกับการพัฒนาช่องทางการขายผ่านตัวแทน ซึ่งปีนี้บริษัทวางแผนเกี่ยวกับระบบเพื่อให้ตัวแทนเอามาใช้เป็นเครื่องมือขยายงานด้านประกันสุขภาพให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงการพัมนาเฮลแคร์แอดไวซ์เซอรี่ซึ่งเป็นบริการให้คำปรึกษาลูกค้าก่อน ระหว่าง และหลังการรักษาพยาบาล โดยปีที่แล้วมีการเปิดตัวบริการให้คำปรึกษาใน 2 กลุ่มโรค คือ โรคที่เกิดขึ้นเฉียบพลัน และโรคไม่ติดต่อแต่เรื้อรัง ซึ่งปีนี้จะขยายออกไปยังกลุ่มโรคร้ายแรงเพิ่มเติม โดยเป้าหมายเพื่อดูแลลูกค้าให้มีสุขภาพแข็งแรงและมีคุณภาพชีวิตที่ยาวขึ้น


ส่วนประกันแบบใหม่จะเน้นให้ตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น เช่น ประกันสุขภาพแบบเฉพาะโรค ซึ่งมีเงื่อนไขรับประกันที่ยืดหยุ่นมากขึ้น และปรับปรุงแผนประกันภัย Covid-19 ให้มีผลครอบคลุมถึงอาการโคม่าจากการแพ้วัคซีน รวมถึงแผนประกันสุขภาพและอุบัติเหตุแบบหลายผลิตภัณฑ์ที่ตั้งใจปรับให้ทันสมัยมากขึ้น

ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้