ทาสสายเปย์ควรรู้ ประกันสัตว์เลี้ยงครอบคลุมอะไรบ้าง ?

ในยุคปัจจุบันที่บรรดาผู้คนต่างก็มีสัตว์เลี้ยงเป็นของตัวเองแทบจะทุกบ้าน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลทางด้านจิตใจ หรือความชื่นชอบส่วนบุคคล ส่งผลให้การมีสัตว์เลี้ยงดูจะกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วในสังคม โดยข้อมูลจาก CRC VoiceShare ระบุว่า คนไทยส่วนใหญ่ 65% เลี้ยงสัตว์เหมือนลูกหรือสมาชิกในครอบครัว (Pet Parent) ในขณะที่ 33% เลี้ยงสัตว์เป็นเพื่อนคลายเหงา และ 2% เลี้ยงสัตว์เพื่อการบำบัดเยียวยาจิตใจ


นอกจากนี้ ข้อมูลจาก The 1 Insight และ CRC VoiceShare ยังชี้ให้เห็นว่า ในปี 2567 ตัวเลขการเลี้ยงสัตว์ในบ้านมีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ยอดขายผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงมีการเติบโตเลข 2 หลักต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563 ขณะที่ปี 2566 เติบโตถึง 14%  อีกทั้ง พบว่าผู้เลี้ยงสัตว์ในบ้านมักมีแนวโน้มที่จะมีฐานะและเป็นกลุ่มลูกค้ามูลค่าสูง โดย 65% เป็นกลุ่ม Pet Parent ที่มีพฤติกรรมเลี้ยงสัตว์เหมือนลูก มีค่าใช้จ่ายรายเดือนต่อสัตว์เลี้ยงแต่ละตัวเฉลี่ยถึง 1-2 หมื่นบาทต่อปี


จากข้อมูลเหล่านี้จะเห็นได้ว่านอกจากคนไทยจะเลี้ยงสัตว์มากขึ้นแล้ว ด้วยลักษณะการเลี้ยงดูที่ทำให้เหมือนสัตว์เลี้ยงเป็นลูกตัวเอง ส่งผลให้เหล่าบรรดาผู้เลี้ยงยอมทุ่มเงินให้กับสัตว์เลี้ยงเป็นจำนวนมาก ซึ่งสิ่งหนึ่งที่หลาย ๆ คนอาจลืมนึกถึงไปนั่นก็คือการทำประกันให้กับสัตว์เลี้ยง เพราะเป็นที่รู้กันดีในบรรดาคนเลี้ยงสัตว์ว่าค่าใช้จ่ายในการรักษาสัตว์เลี้ยงแต่ละครั้งมักเป็นจำนวนเงินที่สูง และหลาย ๆ ครั้ง มักจะมีความต่อเนื่องในการจ่ายค่ารักษา ทำให้นอกจากจะเป็นการสร้างความไม่สบายใจให้กับบรรดาเจ้าของแล้ว ยังสร้างภาระค่าใช้จ่ายที่หนักอึ้งให้กับเจ้าของอีกด้วย


โดยวันนี้ Wealthy Thai ได้ทำการรวบรวมความคุ้มครองหลัก ๆ จากผู้ให้บริการด้านประกันสัตว์เลี้ยงชั้นนำในไทยมานำเสนอ เพื่อเป็นแนวทางให้กับเหล่าคนรักสัตว์ในการตัดสินใจทำประกันให้กับสัตว์เลี้ยง โดยมีรายละเอียด ดังนี้


ประกันสัตว์เลี้ยงครอบคลุมอะไรบ้าง?

1.ค่ารักษาพยาบาลกรณีเจ็บป่วยและอุบัติเหตุ

2.ค่าวัคซีนป้องกันโรค

3.ค่าใช้จ่ายในการประกาศติดตามสัตว์เลี้ยงสูญหาย

4.ความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอกเนื่องมาจากสัตว์เลี้ยง

5.ค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพ


อย่างไรก็ดี แม้ว่าการทำประกันให้กับสัตว์เลี้ยงจะมีข้อดีอยู่มาก แต่ทั้งนี้ในการทำประกันให้กับสัตว์เลี้ยงก็ยังมีข้อจำกัดบางอย่างเช่นเดียวกับประกันของคน ดังนั้น เจ้าของจึงจำเป็นต้องศึกษารายละเอียดให้ถี่ถ้วนทุกครั้งก่อนการทำประกัน โดยข้อจำกัดในการทำประกันสัตว์เลี้ยงคร่าว ๆ มีดังนี้

1.ข้อจำกัดด้านอายุ โดยอายุของสัตว์เลี้ยงที่ผู้ให้บริการส่วนใหญ่รองรับคือช่วงอายุระหว่าง 3 เดือน ถึง 7 ปี จึงทำให้สัตว์ที่มีอายุมากไม่สามารถทำประกันเหล่านี้ได้

2.เบี้ยประกันคิดตามอายุของสัตว์เลี้ยง ทำให้ผู้เลี้ยงจำเป็นต้องชำระเบี้ยที่สูงขึ้นตามอายุของสัตว์เลี้ยง

3.สัตว์เลี้ยงต้องมีใบรับรองการทำวัคซีนที่ครบถ้วนก่อนการสมัครประกัน ทำให้อาจเกิดความยุ่งยากสำหรับเจ้าของที่อาจจะหลงลืมการทำวัคซีนบางชนิดให้กับสัตว์เลี้ยง

4.สัตว์เลี้ยงต้องมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ ไม่มีอาการบาดเจ็บ พิการ หรือเจ็บป่วย ทำให้สัตว์เลี้ยงบางตัวอาจไม่เข้าเงื่อนไข

5.ปัจจุบันผู้ให้บริการยังคงเปิดรับแค่สุนัขและแมว ทำให้สัตว์เลี้ยงชนิดอื่นยังไม่สามารถทำประกันสัตว์เลี้ยงได้


ทั้งนี้ แม้ว่าในการทำประกันสัตว์เลี้ยงจะยังมีข้อจำกัดอยู่บ้าง แต่หากคิดคำนวณในระยะยาวอาจมีความคุ้มค่ามากกว่าการต้องจ่ายเงินก้อนในการรักษาเมื่อสัตว์เลี้ยงเจ็บป่วยหรือเสียชีวิต ดังนั้น การทำประกันให้กับสัตว์เลี้ยงยังถือเป็นตัวเลือกที่ให้ความคุ้มค่าในระดับสูงกว่าการไม่มีประกัน


อย่างไรก็ตาม การศึกษารายละเอียดก่อนการทำประกันยังเป็นเรื่องจำเป็น เพื่อให้รู้ถึงสิทธิความคุ้มครองที่พึงได้ และศึกษาข้อจำกัดในการรับประกัน เพื่อเตรียมความพร้อมไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ