คาดดัชนี “Nasdaq-100” จะมี “รายได้-กำไรต่อหุ้น” ปี23-24… ทำ “จุดสูงสุดใหม่” อีกครั้ง !!!
Fun of Funds: ปีนี้ “หุ้นเทคโนโลยี” กลับมาฟื้นตัวอย่างโดดเด่นหลังจากที่ดิ่งหนักในปีที่ผ่านมา จนดัชนี “Nasdaq-100” ปรับตัวขึ้นมาแล้วกว่า +40% ในปีนี้ เป็นตลาดที่ Perform ดีที่สุดในโลก
แม้จะมีย่อไปบ้างในจังหวะที่ “ธนาคารกลางสหรัฐ” (Fed) ปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนก.ค.ที่ผ่านมา แต่ในภาพรวมยังมีโมเมนตัมที่จะไปต่อได้ เพราะปีนี้เป็นจุดจบดอกเบี้ยขาขึ้นและกลับสู่ขาลงในปีหน้า
ซึ่งจะส่งผลดีต่อ “หุ้นเทคฯ” ที่ได้รับผลกระทบหนักกว่ากลุ่มอื่นๆ ในช่วงที่ผ่านมานั่นเอง
สำหรับตลาดที่น่าสนใจยังคงเป็นหุ้นในดัชนี “Nasdaq-100” ซึ่งเป็นตลาดหลักของหุ้นเทคฯ รวมถึง “หุ้นเทคฯ นอกตลาดทั่วโลก” ด้วยเช่นกัน
อะไรที่ยังทำให้หุ้นเทคฯ ทั้ง 2 ธีมนี้ยังน่าสนใจ ตามทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ ไปอัพเดทข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญพร้อมๆ กันได้เลย
“Nasdaq-100” ราคายังไม่แพง...Bond Yield ลงหนุนกำไรบจ. ดีขึ้น
โดย “สาห์รัช ชัฏสุวรรณ” รองกรรมการผู้จัดการ บลจ.ทิสโก้ มองว่า ในช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นในดัชนี Nasdaq -100 ปรับลดลงมาก หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง จนทำให้ระดับราคาลงมาอยู่ในจุดที่น่าลงทุนเพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนในระยะสั้น โดยพบว่าปัจจุบันดัชนี Nasdaq-100 ซื้อขายในระดับราคาที่ไม่สูงเกินไป โดยมีอัตราราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E) ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี ขณะที่ต้นทุนการดำเนินงานที่ลดลงจากการทยอยปรับลดคนของบริษัทเทคโนโลยียังเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมาอีกด้วย
.jpg)
(สาห์รัช ชัฏสุวรรณ)
“นอกจากนี้ ช่วงที่เหลือของปี23 คาดว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ (Yield) มีแนวโน้มลดลง หลังจากดอกเบี้ยใกล้ผ่านจุดสูงสุด โดยตลาดคาดว่า Fed จะคงดอกเบี้ยในช่วงที่เหลือของปี และมีโอกาสที่จะลดดอกเบี้ยในช่วงกลางปี24 ซึ่ง Yield พันธบัตรสหรัฐที่มีแนวโน้มลดลงจะเป็นผลดีต่อหุ้นในดัชนี Nasdaq-100 จากปัจจัยนี้ Bloomberg จึงคาดว่าผลดำเนินงานของบริษัทใน Nasdaq-100 ในปี23-24 ทั้งในส่วนของรายได้ (Revenue) และกำไรต่อหุ้น (EPS) จะทำ ‘จุดสูงสุดใหม่’ ได้อีกครั้ง ช่วงนี้จึงเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าลงทุนหุ้นเทคโนโลยีในดัชนี Nasdaq-100”
ไม่เพียงเท่านี้ หุ้นหลายตัวเตรียมออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น Apple เตรียมเปิดตัว Iphone, MAC, Ipad ในขณะที่รายได้ของ Microsoft จากการประยุกต์ใช้ AI ใน software Office “Microsoft Copilot” จะช่วยเพิ่มรายได้ในระยะข้างหน้า และ Tesla เตรียมออกรถยนต์ไฟฟ้า “Cybertruck” มีโอกาสสูงที่จะสามารถส่งมอบได้ภายในปี23 ซึ่งโดยปกติแล้วเมื่อบริษัทเตรียมออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ราคาหุ้นมักจะพุ่งรับข่าว ดังนั้น ช่วงนี้จึงเป็นจังหวะที่ดีในการเข้าลงทุนเพื่อรอจังหวะรับผลตอบแทนที่ดีในอนาคต

“หุ้นเทคฯ นอกตลาดทั่วโลก” โอกาสของรายใหญ่...ในธุรกิจที่เติบโตสูง
นอกจาก “หุ้นเทคฯ ในตลาดฯ” แล้ว “หุ้นเทคฯ นอกตลาดฯ” ทั่วโลกก็เป็นอีกหนึ่งสินทรัพย์ที่น่าสนใจลงทุนเพียงแต่คงไม่ได้เปิดกว้างสำหรับนักลงทุนทั่วไป แต่เป็นโอกาสของ “นักลงทุนรายใหญ่” ที่จะขยายสินทรัพย์การลงทุนออกไปผ่าน “กองทุนรวม” ที่ไลงทุนใน Private Equity ที่ลงทุนในหุ้นเทคฯ นอกตลาดทั่วโลกเหล่านี้
ทางด้าน “วจนะ วงศ์ศุภสวัสดิ์” รองกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุน บลจ.กสิกรไทย มองว่า ภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังชะลอตัวจากภาวะเงินเฟ้อที่ยังสูงอยู่แต่สามารถควบคุมได้ โดยเห็นได้จากการที่ Fed ส่งสัญญาณว่าอาจมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีก 1-2 ครั้งภายในปีนี้ ซึ่งเข้าใกล้จุดสูงสุด และคาดว่าจะปรับลงในระยะถัดไป มองว่าหุ้นที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีทั่วโลกจะกลับมามีความน่าสนใจในจังหวะที่เศรษฐกิจโลกฟื้นตัว โดยกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีนอกตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลกทั้งในสหรัฐ ยุโรป และเอเชีย ในธุรกิจที่เพิ่งเริ่มก่อตั้งกิจการ (Venture Capital) และธุรกิจที่อยู่ในช่วงเติบโตและต้องการเงินทุน เพื่อขยายกิจการ (Growth Capital) ยังมีแนวโน้มการเติบโตสูง

(วจนะ วงศ์ศุภสวัสดิ์)
ตัวอย่างเช่น “Airbnb” ผู้ให้บริการจองห้องพักออนไลน์ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลก “ByteDance” ผู้ผลิตแอปพลิเคชันทำคอนเทนต์ออนไลน์อย่าง TikTok และ “OpenAI” ผู้พัฒนา ChatGPT แชทบอตปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่เป็นที่รู้จักและใช้งานในวงกว้าง
“สำหรับนักลงทุนรายใหญ่ถือว่าเป็นโอกาสในการขยายการลงทุนไปในสินทรัพย์ใหม่ๆ เพิ่มเติมในหุ้นเทคฯ นอกตลาด ซึ่งมีความน่าสนใจจะอยู่ที่ 1) การเข้าถึงการลงทุนในธุรกิจนอกตลาดหลักทรัพย์ โดยธุรกิจ Venture Capital เหล่านี้เป็นธุรกิจที่มีอัตราการเติบโตสูง ที่ปัจจุบันยังไม่ได้จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ผู้ลงทุนจึงไม่สามารถลงทุนผ่านกองทุนรวมทั่วไปได้ อีกทั้ง ความผันผวนของราคาสินทรัพย์ใน Private Market มักจะต่ำกว่าราคาหุ้นที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ 2) ลดข้อจำกัดการลงทุนใน Private Equity (PE) ไม่ว่าจะเป็นการเรียกลงทุนครั้งเดียว (Single Call) การใช้เงินลงทุนเริ่มต้นน้อยกว่าการลงทุนโดยตรงเอง และระยะเวลาการถือครองที่สั้นกว่ากองทุน PE ทั่วไป และ 3) ทีมบริหารกองทุนหลักที่เชี่ยวชาญ ระดับโลกนั่นเอง”
พร้อมการสิ้นสุดอันเป็นจุดจบของ “ดอกเบี้ยขาขึ้น” และการกลับสู่วงจร “ดอกเบี้ยขาลง” ในปีหน้า ทำให้ “หุ้นเทคฯ” กลับมาน่าสนใจอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นหุ้นที่อยู่ในตลาดอย่าง “Nasdaq-100” หรือจะอยู่นอกตลาดทั่วโลก โดยลงทุนผ่าน “Private Equity” ก็ตาม ก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนเช่นเดียวกัน
