ไอ-เทล พร้อมต่อยอดศักยภาพ 1 ใน 10 ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงรายใหญ่ของโลก
นายพิชิตชัย วงศ์ปิยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ธุรกิจไอ-เทล เกิดจากแนวคิดที่ไทยยูเนี่ยน ซึ่งเป็นบริษัทค้าอาหารทะเลรายใหญ่อันดับต้นๆ ของโลกและเป็นผู้แปรรูปปลาทูน่ารายใหญ่ เล็งเห็นโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชิ้นส่วนของปลาที่ไม่สามารถแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ของไทยยูเนี่ยนได้ โดยนำไปแปรรูปเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงที่มีคุณภาพและคุณค่าทางโภชนาการสูงรวมทั้งรสชาติอร่อย จนได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยมจากกลุ่มลูกค้าเจ้าของแบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงชั้นนำและเจ้าของสัตว์เลี้ยงทั่วโลก
วันนี้ ไอ-เทล พร้อมตอบรับการเติบโตของเมกะเทรนด์ Humanization ของครอบครัวที่ดูแลสัตว์เลี้ยงเสมือนสมาชิกคนสำคัญด้วยอาหารสัตว์เลี้ยงคุณภาพระดับพรีเมี่ยม ผ่านวิสัยทัศน์ในการสร้างโลกแห่งความสุขให้สัตว์เลี้ยงได้เจริญเติบโตด้วยสุขภาพที่สมบูรณ์ที่สุด ภายใต้พันธกิจของการส่งมอบคุณค่าทางโภชนาการเพื่อสัตว์เลี้ยงด้วยนวัตกรรมที่ก้าวล้ำกว่าผลิตภัณฑ์อาหารทั่วไป เพื่อต่อยอดจุดยืนในฐานะผู้นำระดับโลกด้านผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยง คำนึงถึงความต้องการของสัตว์เลี้ยงเป็นหัวใจสำคัญ ด้วยหลักวิทยาสตร์และนวัตกรรมที่ก้าวล้ำ เพื่อสุขภาพที่ดีของสัตว์เลี้ยง ครอบครัว และโลกของเรา โดย ไอ-เทล มีโมเดลธุรกิจที่โดดเด่นและครอบคลุมทั้งบริการรับจ้างผลิตสินค้า (OEM) เกี่ยวกับอาหารสัตว์เลี้ยงอย่างครบวงจรให้กับแบรนด์ชั้นนำระดับโลก และการผลิตแบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงภายใต้ตราสินค้าของ ไอ-เทล เอง มีทั้งอาหารแมว อาหารสุนัข และขนมทานเล่น ซึ่งปัจจุบัน สินค้าที่ผลิตโดย ไอ-เทล ได้รับการจัดจำหน่ายในกว่า 45 ประเทศทั่วโลก”
นายพรชัย ตติยชัยทวีสุข รักษาการประธานเจ้าหน้าที่ด้านการพาณิชย์ บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ไอ-เทล มุ่งเน้นการพัฒนาอาหารสัตว์เลี้ยงร่วมกับพันธมิตรและลูกค้าเพื่อตอบโจทย์ความต้องการใหม่ ๆ ของเจ้าของและสัตว์เลี้ยงในทุกแง่มุม ด้วยจุดเด่นของแพลตฟอร์มรับผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง ที่มีบริการครบวงจรตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะตัว (personalized solution) จนถึงการผลิตในทุกขั้นตอน โดย ไอ-เทล มีระบบนิเวศเชิงนวัตกรรม (innovation ecosystem) ที่รอบด้าน เช่น Global PetCare Innovation Center ที่มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มและส่วนผสมใหม่ โดยเน้นเรื่องความยั่งยืน ศูนย์ Global Innovation Center ของไทยยูเนี่ยน และยังมีโรงงานต้นแบบสำหรับผลิตภัณฑ์สินค้าทดลองให้ลูกค้าก่อนพัฒนาสู่ตลาดจริง รวมทั้งศูนย์ i-Tail Cattery เพื่อศึกษาอาหารสำหรับแมวโดยเฉพาะ**
นอกจากนี้เรายังเป็นพันธมิตรกับสถาบันการศึกษาอีกหลายแห่ง ทำให้ไอ-เทล มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายรวมกว่า 4,600 ผลิตภัณฑ์ โดยบริษัทฯ มีความชำนาญและความสามารถในการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงแบบเปียกที่ผลิตจากเนื้อปลา ซึ่งมีกระบวนการในการผลิตที่ยากโดยเฉพาะในการที่จะทำให้ผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงแบบเปียกมีรูปร่างหน้าตา (Appearance) ที่ดีและน่ารับประทาน โดยเน้นการให้คุณค่าทางโภชนาการอย่างครบถ้วน และ น่ารับประทานเหมือนอาหารสำหรับมนุษย์ทั่วไปมากยิ่งขึ้น ทั้งรูปแบบของน้ำเกรวี่ น้ำซุป เยลลี่ และ “ร็อคสตาร์” หรือโปรตีนที่มีลักษณะและเนื้อสัมผัสเหมือนเนื้อสัตว์ และได้พัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้ ไอ-เทล ได้รับความไว้วางใจอันยาวนาน จากบริษัทผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงรายใหญ่ของโลกทั้งในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และเอเชีย”
นายนคร นิรุตตินานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านปฎิบัติการ บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ไอ-เทล ดำเนินการผลิตสินค้าที่โรงงาน 2 แห่งในจังหวัดสมุทรสาครและสงขลา ที่มีกำลังการผลิตรวม 172,786 ตัน/ปี พร้อมด้วยคลังสินค้าทันสมัยที่มีพื้นที่จัดเก็บรวม 68,770 พาเลท โดยนำระบบการผลิตแบบอัตโนมัติมาใช้ในหลายขั้นตอน เพื่อเพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการและควบคุมต้นทุน กระบวนการผลิตของไอ-เทล โดยโรงงานทั้งสองแห่งได้รับการรับรองมาตรฐานด้านคุณภาพและความปลอดภัยจากทั้งหน่วยงานระดับชาติและระดับสากล ไม่ว่าจะเป็น GMP HACCP และ BRC Global Standard for Safety นอกจากนี้ ไอ-เทล ยังมุ่งเน้นการเลือกแหล่งวัตถุดิบที่น่าเชื่อถือ โดยปลาทูน่าซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 43-49 % ของมูลค่าการสั่งซื้อวัตถุดิบรวม บริษัทได้รับประโยชน์จากการอยู่ในกลุ่มไทยยูเนี่ยนซึ่งเป็นผู้ผลิตปลาทูน่ารายใหญ่ของโลก สำหรับไก่ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบสำคัญ ก็ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการที่ประเทศไทยเป็นหนึ่งในผู้ผลิตเนื้อไก่รายใหญ่ของโลก จึงมั่นใจได้ว่า ไอ-เทล จะมีวัตถุดิบป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิตอย่างสม่ำเสมอ”
ในส่วนของผลประกอบการ บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มียอดขายที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยในปี 2562 บริษัทมียอดขาย 10,955 ล้านบาท ในปี 2563 มียอดขาย 12,224 ล้านบาท และในปี 2564 มียอดขาย 14,529 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ 15% ในขณะที่ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงทั่วโลกมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ในระหว่างปี 2559-2564 อยู่ที่ประมาณ 5.5-5.8%* สัดส่วนรายได้จากการขายของ ไอ-เทล ในปี 2564 แบ่งเป็นสัดส่วนจากอเมริกา 44.9% ยุโรป 19.4% ญี่ปุ่น 14.5% และจีน 3.2%
โดยตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงโลกในปี 2564 มียอดขายปลีกประมาณ 131,000 ถึง 135,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องโดยคาดการณ์ว่าจะมีอัตราการเติบโตต่อปี (CAGR) ที่ 7.1% ในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงสำหรับแมวและสุนัขในประเทศจีน ที่คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ 19.8% ในปี 2564-2569 ซึ่งเป็นตลาดที่ ไอ-เทล เล็งเห็นช่องว่างในการเติบโตได้มากขึ้น พิจารณาจากรายได้รวมของ ไอ-เทล ที่ได้จากจีนอยู่เพียง 3% ในปัจจุบัน นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์หลักของ ไอ-เทล ยังสอดคล้องกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีโอกาสเติบโตสูงในช่วง 5 ปีข้างหน้า (2564-2569) ทั้งอาหารแมวที่คาดการณ์อัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ 8.2% และอาหารสัตว์เลี้ยงแบบเปียกสำหรับแมวและสุนัขที่คาดกาณ์ว่าจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ 10.7%*
“ไอ-เทล มุ่งมั่นที่จะสร้างความยั่งยืนและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับทั้งสัตว์เลี้ยง ครอบครัว และโลกใบนี้ของพวกเราทุกคนเช่นกัน ผ่านการขับเคลื่อนโครงการ ที่ส่งเสริมสิ่งแวดล้อม สังคม และการบริหารบนหลักธรรมาภิบาล นอกจากนี้เรายังยึดมั่นในกลยุทธ์ SeaChange® ซึ่งเป็นกลยุทธ์ของเครือไทยยูเนี่ยนที่มีเป้าหมายในการสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับท้องทะเล โดยใช้แหล่งวัตถุดิบที่เชื่อถือและติดตามแหล่งที่มาย้อนหลังได้ เรายังร่วมผลักดันการลดผลกระทบด้านการเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศ ผ่านโครงการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงมากกว่า 10,000 ตัน/ปี รวมถึงลดการใช้พลาสติก เพิ่มการใช้พลังงานหมุนเวียน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และคำนึงถึงหลักการใช้แรงงานอย่างมีจริยธรรมตามหลักปฏิบัติขององค์กรสหประชาชาติ” นายพิชิตชัย กล่าวปิดท้าย
ทั้งนี้ บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ยื่นขออนุญาตเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนเป็นครั้งแรกและแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ไปเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2565 โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับแผนการเสนอขายหุ้นสามัญให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก หรือ IPO จำนวนไม่เกิน 660 ล้านหุ้น ประกอบด้วย หุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 600 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดยไทยยูเนี่ยนจำนวนไม่เกิน 60 ล้านหุ้น เพื่อลงทุนในการปรับปรุงโรงงานทั้งสองแห่งให้ทันสมัยด้วยระบบและเครื่องจักรอัตโนมัติเพื่อขยายกำลังการผลิตและประสิทธิภาพการผลิต ขยายระบบโครงสร้างพื้นฐานสนับสนุนการผลิต ลงทุนในระบบคลังสินค้าและติดฉลากอัตโนมัติ รวมถึงต่อยอดศักยภาพด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ขยายธุรกิจ ชำระคืนเงินกู้ยืม และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนให้กับบริษัทฯ
*ที่มา: Frost & Sullivan
หมายเหตุ:
• เอกสารเผยแพร่นี้มิได้เป็นการเสนอขายหลักทรัพย์ในประเทศสหรัฐอเมริกาหรือประเทศอื่น ๆ หลักทรัพย์ที่กล่าวถึงในเอกสารนี้ไม่ได้จดทะเบียนตามกฏหมายหลักทรัพย์ของประเทศสหรัฐอเมริกา ค.ศ. 1933 (U.S. Securities Act of 1933) รวมทั้งฉบับที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม และไม่อาจเสนอขายหรือขายในประเทศสหรัฐอเมริกา เว้นเเต่จะได้จดทะเบียนตามกฎหมายหลักทรัพย์ประเทศสหรัฐอเมริกาแล้ว หรือการเสนอขายหรือการขายหลักทรัพย์ดังกล่าวได้รับยกเว้นการจดทะเบียนตามกฎหมายหลักทรัพย์ของประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้จะไม่มีการเสนอขายหลักทรัพย์ที่กล่าวถึงในเอกสารนี้ต่อประชาชนเป็นการทั่วไปในประเทศสหรฐัอเมริกา เอกสารฉบับนี้จะไม่ถูกเผยแพร่และไม่ควรเผยแพร่หรือส่งไปยังประเทศสหรฐัอเมริกา แคนาดา ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย
• เว้นแต่ที่ได้ระบุไว้เป็นอย่างอื่น ข้อมูลทางการเงินรวม ณ วันที่ และสำหรับปีสิ้นสุดวันที่31 ธันวาคม 2562 2563 และ 2564 และงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2564 และ 2565 ในส่วนนี้ถูกจัดทำขึ้นโดยอ้างอิงมาจากข้อมูลทางการเงินรวมเสมือน
Most Viewed
Sustainability
“Thai ESG” และ “Thai ESSGX”… จะมีการแสดงข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมในแต่ละส่วน !!!
Updated 11 hours ago
Wealth EZ
“ทางเลือก” การลงทุนใหม่ๆ (2)… “Crypto Assets” !!!
Updated 12 hours from now
Fun of Funds
“ES-CHEQ” ลุย 50 “หุ้นจีน A-Share”... รับ “ศก.ฟื้นตัว” ตอบโจทย์ความมั่งคั่ง “ระยะยาว” !!!
Updated 18 hours ago
Fund Move
บลจ.กสิกรไทย ตอกย้ำผู้นำธุรกิจจัดการลงทุนไทย กวาด 17 รางวัลการันตีความเป็นเลิศจากเวทีไทยและสากล
Updated 1 day ago
Stock of the Day
GULF-ADVANC นำหุ้น Big Cap พุ่ง บอนด์ยีลด์ลด หนุนไฟฟ้า-สื่อสาร วัฏจักรลงทุนโลกฟื้น ชี้ไทยโดดเด่น
Updated 1 day ago
Follow Us
