“ES-CHEQ” ลุย 50 “หุ้นจีน A-Share”... รับ “ศก.ฟื้นตัว” ตอบโจทย์ความมั่งคั่ง “ระยะยาว” !!!
กองทุนติดดาว: กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง “กองทุนติดดาว” กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “China Equity - A Shares” ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุนใน “หุ้นจีน A-Share” ให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนี “FTSE China A50 Net Total Return Index”
รู้หรือไม่? ปีนี้ “หุ้น A-Shares” ของจีนปรับตัวลดลง -4% แต่ 1 ปี ยังบวกได้ +12.26% (ที่มา: Google Finance, วันที่ 17 ก.ค. 26) เป็นอีกหนึ่งตลาดที่นักลงทุนเริ่มกลับมาให้ความสนใจอีกครั้ง
“หุ้น A-Shares” เป็นตลาดที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจจีนในระยะยาว เนื่องจากเป็นแหล่งรวมบริษัทที่ดำเนินธุรกิจภายในประเทศ และได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่านสู่ “เศรษฐกิจยุคใหม่” หรือ “New China” โดยเฉพาะการเติบโตของเทคโนโลยี AI ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
ปัจจุบันมูลค่าถือว่า “สมเหตุผล” มี Forward 12M P/E 14.71 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 13.01 เท่า จึงเป็นอีกตลาดที่น่าสนใจเลยทีเดียว (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 10 ก.ค. 26)
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มี “กองทุนหุ้นจีน A-Share” ที่น่าสนใจ ดีกรี “กองทุน 5 ดาว” จากทาง “Morningstar” มาฝากกัน

“ES-CHEQ” ลุย “หุ้นจีน A-Share” ไซส์ใหญ่ ตอบโจทย์ความมั่งคั่ง “ระยะยาว”
สำหรับกองทุนรวมที่คัดมาแนะนำกันในครั้งนี้ มีชื่อว่า “ES-CHEQ: กองทุนเปิดอีสท์สปริง China Equity Index” บริหารจัดการโดย ‘บลจ.อีสท์สปริง’ มีความเสี่ยง “ระดับ 6” (เสี่ยงสูง) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2550 มีนโยบายลงทุน “หุ้นจีน A-Share” ให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนี “FTSE China A50 Net Total Return Index”
ผ่านกองทุนหลัก ‘iShares FTSE A50 China Index ETF’ ที่บริหารจัดการโดย BlackRock Asset Management North Asia Limited
“โดยกองทุนหลักเน้นลงทุนใน ‘หุ้นใหญ่’ 50 ตัว ที่เป็นองค์ประกอบของหุ้นขนาดใหญ่ใน ‘ตลาดเซี่ยงไฮ้’ และ ‘เซินเจิ้น’ เป็นสำคัญ”

หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นเติบโต” และ “หุ้นคุณค่า”
จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง ‘‘ES-CHEQ’’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นขนาดใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นเติบโต” (Growth) และ “หุ้นคุณค่า” (Value) เป็นสำคัญ
สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ข้อมูล ณ วันที่ 31 พ.ค. 26) นั้น พบว่า 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด ประกอบด้วย
-
Information Technology 26.69%
-
Financials 26.33%
-
Industrials 14.66%
-
Consumer Staples 11.16%
-
Materials 5.57%
“โดยหุ้นที่กองทุนหลักลงทุนมากสุด 5 อันดับแรกนั้น ได้แก่ CONTEMPORARY AMPEREX TECHNOLOGY LT 8.79%, 2) KWEICHOW MOUTAI LTD A 7.84%, 3) ZHONGJI INNOLIGHT LTD A 6.04%, 4) FOXCONN INDUSTRIAL INTERNET LTD A 3.97% และ 5) CAMBRICON TECHNOLOGIES CORPORATION 3.87% ตามลำดับ”

“ด้านผลการดำเนินงานของกองทุน ‘ES-CHEQ’ ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 29 พ.ค. 26) เฉลี่ยอยู่ที่ -1.27% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด -0.35% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 29.39% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 29.72% ต่อปี) อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -38.36%”
เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง 1 บาท
สำหรับผู้ลงทุนที่อยากจะลงทุนในกองทุนดังกล่าวก็สามารถลงทุนเริ่มต้นได้โดยด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำทั้งใน “การซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” ที่ 1 บาท ส่วนมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนอยู่ที่ 1 บาท โดยยอดคงเหลือขั้นต่ำไม่มีกำหนดไว้แต่ประการใด โดยการขายคืนจะได้รับเงินค่าขายคืนภายใน 2 วัน ทำการนับจากวันที่ขาย (T+2)

ส่วนรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายๆ โดยผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) ทุกสาขาและตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่นๆ ที่บริษัทหลักทรัพย์จัดกองทุน อีสท์สปริง จำกัด แต่งตั้งขึ้น หรือช่องทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ https://www.eastspring.co.th และโมบายแอพพลิเคชั่น ttb touch
สำหรับใครที่มองหาโอกาสการลงทุนในตลาดที่มีศักยภาพ ราคา “สมเหตุผล” เชื่อว่า “หุ้นจีน A-Share” จะเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ช่วยเติมเต็มพอร์ตได้เป็นอย่างดี ภายใต้ทิศทางเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัว การฟื้นตัวของผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน รวมถึงสภาพคล่องในระบบที่ยังอยู่ในระดับสูง เป็นปัจจัยสนับสนุนแนวโน้มการเติบโตของตลาดหุ้นจีนในระยะยาวได้เป็นอย่างดี
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
