หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน “สยามพิวรรธน์” ทางเลือกการกระจายความเสี่ยง ในภาวะตลาดผันผวน
การลงทุนไม่ว่าเศรษฐกิจดีหรือแย่ นักลงทุนต้องลงทุนเพื่อแสวงผลตอบแทนที่ดีภายใต้ความเสี่ยงที่เหมาะสม ซึ่งหุ้นกู้นับเป็นอีกตัวเลือกสำหรับนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนสม่ำเสมอ หนึ่งในตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนสูง คือ หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ หรือ Perpetual bond หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน ซึ่งให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยสูงกว่าการลงทุนในหุ้นกู้ทั่วๆไป (Plain Vanilla Bond)
ล่าสุด กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ประกาศแผนเสนอขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน ไถ่ถอนเมื่อเลิกบริษัท ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนกำหนด และมีสิทธิเลื่อนชำระดอกเบี้ยโดยไม่มีเงื่อนไข กำหนดอัตราดอกเบี้ยในช่วง 5 ปีแรกที่ 5.50% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก ๆ 3 เดือน จากนั้นจะปรับอัตราดอกเบี้ยทุก ๆ 5 ปี อ้างอิงจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปี ณ ขณะนั้นๆ โดยจะเสนอขายแก่ผู้ลงทุนสถาบันและ/หรือผู้ลงทุนรายใหญ่กลุ่ม High Net Worth กำหนดวันจองซื้อวันที่ 4-5 และ 8-9 ส.ค.นี้ จองซื้อขั้นต่ำ 1 ล้านบาท ทวีคูณ 1 ล้านบาท
บริษัท สยามพิวรรธน์ ได้รับการจัดอันดับเป็น Investment Grade โดยบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด จัดอันดับเครดิตของบริษัทที่ “A-” แนวโน้มอันดับเครดิต “คงที่” (Stable) ขณะที่หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนครั้งนี้ ได้รับการจัดอันดับเครดิตที่ “BBB” แนวโน้มอันดับเครดิต “คงที่” (Stable) เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2565 ดังนั้น การเปิดโอกาสครั้งแรกให้นักลงทุนสถาบัน และกลุ่ม High Net Worth ซึ่งจริงๆ แล้วคือ ฐานลูกค้าของสยามพิวรรธน์ ได้มีส่วนร่วมกับความสำเร็จของธุรกิจ จึงนับเป็นโอกาสที่ดีของนักลงทุน High Net Worth ที่ต้องการเพิ่มทางเลือกในการลงทุน โดยเฉพาะคนที่ต้องการผลตอบแทนการลงทุนที่สูง และลงทุนระยะยาวได้อย่างน้อย 5 ปี
หากพิจารณาภาพรวมของบริษัท บริษัทรักษาสภาพคล่องได้เป็นอย่างดี มีกระแสเงินสดเข้าสม่ำเสมอ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทมีอัตราส่วน “หนี้สินที่มีดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น” อยู่ในระดับ 0.99 เท่า (ตามงบการเงินตรวจสอบแล้วของกิจการ)
หลายคนอาจมีคำถามว่า ใครจะลงทุน Perpetual bond ที่ไม่ได้กำหนดอายุ และแถมยังเลื่อนจ่ายดอกเบี้ยได้ ?คำตอบคือ ตราสารลักษณะนี้ ต้องการผู้ลงทุนที่เข้าใจที่มาที่ไป แล้วจึงจะมีความสุขในการลงทุน
ขอเริ่มต้นดังนี้ Perpetual bond หรือที่ตั้งชื่อเรียกกันเองในภาษาไทยว่า หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ คืออะไร ? คำตอบ คือ ตราสารหนี้ ที่เพิ่มคุณสมบัติพิเศษสำคัญๆ 2 อย่าง เพื่อให้มีสถานะกลายเป็นทุนได้ สองอย่างดังกล่าวคือ “ไถ่ถอนเมื่อเลิกบริษัท” และ “บริษัทมีสิทธิเลื่อนชำระดอกเบี้ยโดยไม่มีเงื่อนไข”
ท่านลองนึกภาพในงบแสดงฐานะการเงินหรืองบดุล ในส่วนของทุน จะมีผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นโดยปกติ (ถ้าไม่มีการขายเปลี่ยนมือไปก่อน) ก็จะต้องอยู่กับบริษัทจนกว่าจะเลิกกิจการ ส่วนเงินปันผลอาจจะจ่าย หรืออาจจะไม่จ่ายก็ได้
ดังนั้น เมื่อเราเพิ่มคุณสมบัติดังกล่าวเข้าไปในหุ้นกู้ตัวนี้ เลยทำให้ เป็นตราสารหนี้ที่มีลักษณะคล้ายทุนหรือ Perpetual Bond แต่ Perpetual Bond ยังมีข้อดีต่อผู้ลงทุนตรงที่ เปิดทางเลือกให้บริษัทผู้ออกสามารถไถ่ถอนได้เมื่อครบกำหนด 5 ปีเป็นต้นไป
เมื่อเข้าใจในจุดนี้แล้ว หลักการเลือกลงทุนหุ้นกู้ Perpetual bond หรือ หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์ มีอะไรบ้าง
สิ่งแรกและสำคัญที่สุดคือ เลือกบริษัทที่มี อัตราส่วน “หนี้สินที่มีดอกเบี้ย ต่อส่วนของผู้ถือหุ้น” ต่ำๆ
ข้อที่ 2 เลือกบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นที่แข็งแกร่ง ผู้บริหารและพนักงานที่มีความสามารถและทุ่มเทต่อองค์กร
ข้อที่ 3 ใช้ตัวช่วยคือ เลือกบริษัทที่มีอันดับเครดิตของบริษัทสูงๆ เช่นตั้งแต่ A- ขึ้นไป
อีกคำถามหนึ่งที่น่าจะเกิดขึ้นในใจท่าน แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า บริษัทจะใช้สิทธิไถ่ถอนเมื่อครบกำหนด 5 ปี และจะถูกเลื่อนจ่ายดอกเบี้ยหรือไม่ ?
คำตอบ ไม่มีใครรู้ แต่สิ่งหนึ่งที่ท่านสามารถประเมินได้คือ ต้องเลือกบริษัทที่มีนโยบายการเงินที่ Conservative หรืออีกนัยหนึ่งคือ มีระดับภาระหนี้สินที่มีดอกเบี้ย ต่อส่วนของทุนต่ำๆ เหตุผลคือ บริษัทเหล่านี้จะมีแรงจูงใจในการไถ่ถอนหุ้นกู้ชั่วนิรันดร์คืนเมื่อบริษัทจัดอันดับเครดิตไม่นับหุ้นกู้นี้เป็นทุน ซึ่งจะเกิดขึ้นในปีที่ 6 ของหุ้นกู้ หากบริษัทไม่ไถ่ถอนเมื่อครบ 5 ปี นั่นแปลว่า อยู่ดีๆ ส่วนทุนของบริษัทจะโยกขึ้นไปเป็นหนี้ทั้งจำนวน ผลคือกระทบอันดับเครดิตของบริษัทในทางลบ นี่จึงเป็นที่มาของการกำหนดสิทธิให้ผู้ออกหุ้นกู้สามารถไถ่ถอนหุ้นกู้ได้เมื่อครบกำหนด 5 ปีเป็นต้นไปนั่นเอง ส่วนเรื่องเลื่อนจ่ายดอกเบี้ย ถึงแม้จะเป็นสิทธิของบริษัทผู้ออกหุ้นกู้ แต่หากท่านเลือกบริษัทดี มีคุณภาพ ตามหลักการเลือกลงทุนข้างต้น ท่านคิดว่า บริษัทจะเลือกเสียเครดิตหรือเสียความเชื่อถือกับผู้ลงทุนในวงกว้างกับแค่ดอกเบี้ย จะคุ้มหรือไม่ อันนี้ต้องลองพิจารณาดู
คำเตือน
- หุ้นกู้ด้อยสิทธิฯ เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงสูงและซับซ้อนกว่าหุ้นกู้ปกติ โดยมีความเสี่ยงที่ระดับ 7 จากทั้งหมด 8 ระดับ
- การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนควรศึกษาและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนความเสี่ยง และขอรับคำแนะนำเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน
- ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดได้จากแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้และร่างหนังสือชี้ชวนที่ sec.or.th
