Official Update :

ผู้เสียหายจาก STARK ยังเดือดต่อ เดินหน้าร้องสภาฯเชิญก.ล.ต.ชี้แจง หลังพบลงดาบปรับบลจ.เงินกว่า 2 ล้านบาท ฐานบริหารจัดการไม่รัดกุม

ตัวแทนผู้เสียหายรายย่อยจากการลงทุนหุ้น STARK ผ่านกองทุน LTF เดือดต่อ หลังพบ ก.ล.ต.เปรียบเทียบปรับ บลจ.แห่งหนึ่งกว่า 2 ล้านบาท ฐานบริหารจัดการไม่รัดกุมในกรอบเวลาใกล้เคียงช่วงเกิดเหตุกับ STARK  โดยก่อนหน้าเคยยื่นหนังสือให้ ก.ล.ต. เอาผิด แต่ยังไม่พบหลักฐานจึงเอาผิดไม่ได้ ล่าสุดได้เข้าชื่อยื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อคณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน สภาผู้แทนราษฎร ให้เชิญ ก.ล.ต.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลว่า การลงโทษเปรียบเทียบปรับ บลจ.และผู้บริหารครั้งนี้ ใช่กรณี STARK หรือไม่ หากใช่พร้อมเรียกร้องค่าเสียหายทันที


นายณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ ประธานกรรมการ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน ต้นธารคอร์ปอเรชั่น จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาให้กับทุนรายย่อยหุ้นที่เป็นผู้เสียหายจากการลงทุนในหุ้น บริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) STARK ว่า ล่าสุด11 กรกฎาคม 2568-ตัวแทนผู้เสียหาย ได้เข้าชื่อยื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อคณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน สภาผู้แทนราษฎร ให้เชิญ ก.ล.ต.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลว่า การลงโทษเปรียบเทียบปรับ บลจ.และผู้บริหารดังกล่าวเป็นกรณี STARK ใช่หรือไม่ หากใช่ก็จะได้เรียกร้องให้มีการชดใช้ค่าเสียหายต่อนักลงทุนผู้เสียหายต่อไป และร้องขอให้ ก.ล.ต.ได้เปิดเผยกรณีนี้ต่อนักลงทุนและสาธารณชน อย่างเปิดเผยโปร่งใสต่อไป


โดยกรณีนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2568- เว็บไซต์ ก.ล.ต.ได้รายงานว่า ได้มีคำสั่งเปรียบเทียบปรับกองทุน บลจ.แห่งหนึ่ง เป็นเงิน 2,091,750 บาท ระบุกระทำผิด พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ มาตรา 117 กล่าวคือระหว่างวันที่ 27 มกราคม 2566 – 28 ตุลาคม 2568 บลจ.ดังกล่าว มีระบบการจัดการลงทุนในเรื่องการวิเคราะห์ทบทวนและติดตามคุณภาพหลักทรัพย์ ไม่รัดกุมเพียงพอ


วันเดียวกันได้เปรียบเทียบปรับผู้บริหาร บลจ.ดังกล่าว 2 ราย รายแรกมีตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) อีกรายเป็นประธานคณะกรรมการการลงทุนของบลจ. โดยปรับรายละ 112,500 บาท ฐานกระทำผิด พ.ร.บ.หลักทรัพย์ มาตรา 283 วรรค1 และมาตรา 117 กล่าวคือ มีหน้าที่กำกับดูแลให้มีระบบงานการจัดการลงทุนในเรื่องการวิเคราะห์ทบทวนและติดตามคุณภาพหลักทรัพย์ให้รัดกุมเพียงพอตามเงื่อนไขที่ประกาศกำหนด แต่ไม่สั่งการหรือไม่กระทำการอันเป็นหน้าที่ที่ต้องกระทำ จึงต้องรับผิดกรณี บลจ.  มีระบบงานการจัดการลงทุนในเรื่องการวิเคราะห์ทบทวนและติดตามคุณภาพหลักทรัพย์ไม่รัดกุมเพียงพอตามเงื่อนไขที่ประกาศกำหนด


อย่างไรก็ตามเมื่อย้อนไปเมื่อ 24 กรกฎาคม 2566 ตัวแทนผู้เสียหายในการลงทุนหน่วยลงทุน LTF ของกองทุน บลจ.แห่งหนึ่งเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ ก.ล.ต. ขอให้ลงโทษต่อ บลจ.แห่งนั้น เนื่องจากนำเงินไปลงทุนหุ้น STARK เกิดผลเสียหายราว3,500ล้านบาท ฐานความผิด ไม่ได้จัดการกองทุนด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและระมัดระวังรักษาประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน แต่หลังยื่นหนังสือไปแล้วเกือบหนึ่งปี ก.ล.ต.มีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาต่อผู้เสียหายว่า ในชั้นนี้ยังไม่มีข้อเท็จจริงหรือพยานหลักฐานที่จะสามารถพิสูจน์ได้ว่าบลจ.ดังกล่าว มีพฤติกรรมดังที่กล่าวหา หากท่านมีข้อเท็จจริงหรือพยานหลักฐานเพิ่มเติมที่จะแสดงให้เห็นถึงการมีพฤติกรรมตามที่ระบุ ขอให้นำส่งให้ก.ล.ต.เพื่อพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ โดยหากมีการกระทำฝ่าฝืนกฎหมาย จะพิจารณาดำเนินการ และเปิดเผยทางเว็บไซต์ต่อไป


ดังนั้นเมื่อ ก.ล.ต. ได้ออกประกาศเปรียบเทียบปรับตามที่กล่าวในข้างต้น ทางผู้เสียหายในการลงทุนหน่วยลงทุน LTF ที่เคยยื่นหนังสือให้ ก.ล.ต. ลงโทษ บลจ.แห่งนั้น จึงต้องการทวงถามความชัดเจนเพื่อนำมาสู่การเรียกร้องในขั้นตอนต่อไป

Most Viewed
Stock of the Day
ก.ล.ต. ลงดาบ 18 ราย ร่วมสร้างราคาหุ้น META สั่งปรับ-ชดใช้รวมกว่า 172 ล้านบาท พร้อมห้ามเทรด-นั่งกรรมการสูงสุด 102 เดือน
Updated 18 hours ago
Stock of the Day
GULF เสริมพอร์ตสีเขียว เดินเครื่องโซลาร์ 135 MW จ่ายไฟ กฟผ. รับสัญญาซื้อขายยาว 25 ปี จ่อ COD เพิ่ม 4 โครงการ 235.6 MW ปลายปี 69
Updated 21 hours ago
News Highlight
TTA ร่วมสนับสนุนงาน “ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569” พร้อมส่งมอบรถฉุกเฉินไฟฟ้า King Long และ NIU มูลค่ากว่า 2 ลบ.
Updated 18 hours ago
Digital Asset
ก.ล.ต. กล่าวโทษผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน Holdstation และ UNO พร้อมผู้สนับสนุน กรณีประกอบธุรกิจนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต
Updated 18 hours ago
Stock of the Day
CPF ลุยธุรกิจน้ำดื่ม! ทุ่ม 335 ลบ. ถือ BREW 51% โบรกฯ ชี้ดีลไม่แพง ต่อยอดระยะยาว จับตากำไรครึ่งปีหลังฟื้น ให้เป้า 25 บ.
Updated 2 hours ago
Follow Us