Official Update :

บอร์ด ธ.ไทยเครดิต ไฟเขียวปันผล 0.98 บาทต่อหุ้น ชู Payout Ratio ที่ร้อยละ 30.15 สูงขึ้นกว่าปีก่อน

ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) หรือ CREDIT ตอกย้ำความแข็งแกร่งทางการเงินและศักยภาพการเติบโตที่ยั่งยืน ล่าสุดที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารมีมติเห็นชอบเสนอจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานปี 2568 ในอัตรา 0.98 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงินกว่า 1,210.14  ล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนการจ่ายเงินปันผล (Dividend Payout Ratio) ที่ร้อยละ 30.15 ของกำไรสุทธิ ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มระดับการจ่ายปันผลให้สูงขึ้นจากปีก่อน เพื่อสะท้อนความสำเร็จจากการสร้างผลกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของธนาคาร


ทั้งนี้ ธนาคารได้กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) ในวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผลในวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดในวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 โดยจะมีการนำเสนอวาระดังกล่าวเพื่อขออนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นที่จะจัดขึ้นในวันที่ 24 เมษายน 2569 นี้ การปรับเพิ่มมูลค่าการจ่ายเงินปันผลในครั้งนี้ยังเป็นเครื่องสะท้อนถึงฐานะทางการเงินที่มั่นคงและสภาพคล่องที่เพียงพอของธนาคารในการรองรับการขยายตัวในอนาคต


นายรอยย์ ออกุสตินัส กุนารา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยเครดิต เปิดเผยว่า ผลประกอบการที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งและก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่อง เป็นผลสำเร็จจากการดำเนินงานตามกลยุทธ์การขยายตัวของพอร์ตสินเชื่ออย่างรอบคอบ ควบคู่ไปกับการบริหารความเสี่ยงที่เข้มแข็ง โดยในปี 2568 ธนาคารสามารถสร้างผลกำไรสุทธิรวม 4,016 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 10.8 ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะเดียวกัน พอร์ตสินเชื่อรวมขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 18,707.0 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 11.5 ส่งผลให้ยอดเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้ของธนาคารอยู่ที่ 181,865.6 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 บรรลุตามเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ที่วางไว้ ความสำเร็จในครั้งนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงการเติบโตในเชิงปริมาณ แต่ยังตอกย้ำถึงประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงและการจัดการพอร์ตสินเชื่ออย่างมีคุณภาพและสมดุล ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย


สำหรับผลการดำเนินงานรายกลุ่มธุรกิจ พบว่ากลุ่มธุรกิจหลักยังคงรักษาอัตราการเติบโตได้อย่างโดดเด่นต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินเชื่อบุคคลและอื่นๆ เพิ่มขึ้นร้อยละ 41.6 ขณะที่สินเชื่อเพื่อธุรกิจ Micro SME เติบโตร้อยละ 13.1 และสินเชื่อที่มีบ้านเป็นหลักประกันเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.6  โดยที่ยังรักษาอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ในระดับสูงที่ร้อยละ 16.3 ซึ่งโดดเด่นที่สุดในกลุ่มอุตสาหกรรมธนาคารไทย และยังรักษาระดับอัตราส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ได้แข็งแกร่งที่ระดับร้อยละ 7.7 การเติบโตที่ครอบคลุมในทุกมิตินี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถของธนาคารในการตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้ารายย่อยผู้ประกอบการรายย่อย และผู้ที่เข้าไม่ถึงบริการทางการเงินในระบบธนาคารได้อย่างแม่นยำ


นอกจากนี้ นายรอยย์ ยังได้กล่าวขอขอบคุณผู้ถือหุ้น ลูกค้า และผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนที่ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนการดำเนินงานของธนาคารมาโดยตลอด พร้อมยืนยันว่าธนาคารไทยเครดิตมุ่งมั่นที่จะส่งมอบผลตอบแทนและประโยชน์สูงสุดให้แก่ทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่อง ตามปรัชญาธนาคาร “Everyone Matters ทุกคนคือคนสำคัญเพื่อยกระดับการเข้าถึงบริการทางการเงินที่เท่าเทียมและเป็นธรรม พร้อมส่งเสริมให้ลูกค้าทุกท่านมีชีวิตทางการเงินที่ดีและมั่นคงในระยะยาวอย่างยั่งยืน

Most Viewed
Stock of the Day
ก.ล.ต. ลงดาบ 18 ราย ร่วมสร้างราคาหุ้น META สั่งปรับ-ชดใช้รวมกว่า 172 ล้านบาท พร้อมห้ามเทรด-นั่งกรรมการสูงสุด 102 เดือน
Updated 18 hours ago
Stock of the Day
GULF เสริมพอร์ตสีเขียว เดินเครื่องโซลาร์ 135 MW จ่ายไฟ กฟผ. รับสัญญาซื้อขายยาว 25 ปี จ่อ COD เพิ่ม 4 โครงการ 235.6 MW ปลายปี 69
Updated 22 hours ago
News Highlight
TTA ร่วมสนับสนุนงาน “ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569” พร้อมส่งมอบรถฉุกเฉินไฟฟ้า King Long และ NIU มูลค่ากว่า 2 ลบ.
Updated 19 hours ago
Digital Asset
ก.ล.ต. กล่าวโทษผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน Holdstation และ UNO พร้อมผู้สนับสนุน กรณีประกอบธุรกิจนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต
Updated 19 hours ago
Stock of the Day
CPF ลุยธุรกิจน้ำดื่ม! ทุ่ม 335 ลบ. ถือ BREW 51% โบรกฯ ชี้ดีลไม่แพง ต่อยอดระยะยาว จับตากำไรครึ่งปีหลังฟื้น ให้เป้า 25 บ.
Updated 2 hours ago
Follow Us