FETCO กางโรดแมป 15 ปี ดันไทยสู่ Developed Market ชู 5 ยุทธศาสตร์ยกระดับตลาดทุน มอง SET 1,620 จุด ชี้หุ้นไม่แพง P/E ต่ำ

ตลาดทุนไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ หลัง FETCO เปิดโรดแมประยะ 15 ปี เพื่อผลักดันตลาดทุนไทยสู่ Developed Market ผ่าน 5 ยุทธศาสตร์สำคัญ พร้อมผลักดันการจัดตั้งกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ (กบช.) เพื่อเพิ่มฐานเงินลงทุนระยะยาว รองรับเป้าหมายประเทศรายได้สูงและการเข้าเป็นสมาชิก OECD ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนปรับขึ้นสู่ระดับร้อนแรง และนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ประเมิน SET Index ปีนี้มีโอกาสแตะ 1,620 จุด


คุณไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยวิสัยทัศน์ระยะยาวในการพัฒนาตลาดทุนไทยสู่การเป็นตลาดทุนระดับโลก โดยตั้งเป้ายกระดับสู่ตลาดพัฒนาแล้ว (Developed Market) ภายใน 15 ปี หรือ Vision 2040 ซึ่งสอดรับกับเป้าหมายของรัฐบาลที่ต้องการผลักดันไทยเป็นประเทศรายได้สูงภายใน 12 ปี และก้าวสู่การเป็นสมาชิก OECD ผ่านการยกระดับระบบนิเวศตลาดทุนให้มีมาตรฐานสากล ทั้งด้านขนาด สภาพคล่อง และการเข้าถึงของนักลงทุนทั่วโลก


การมีตลาดทุนที่เข้มแข็งไม่ใช่เพียงเป้าหมายของภาคตลาดทุน แต่เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับศักยภาพของประเทศ หากประเทศไทยต้องการก้าวสู่ประเทศรายได้สูงและสามารถแข่งขันในเศรษฐกิจโลกได้ ตลาดทุนไทยจำเป็นต้องพัฒนาให้ทันสมัย โปร่งใส มีนวัตกรรม และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศคุณไพบูลย์ กล่าว


เดินหน้า
5 ยุทธศาสตร์ สู่เป้าหมาย 15 ปี

เพื่อขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ระยะยาว 15 ปี FETCO วางแผนดำเนินงานระยะสั้นในช่วงปี 2569–2571 ผ่าน 5 ยุทธศาสตร์หลัก พร้อมตั้งเป้าก้าวสู่การเป็นผู้นำตลาดทุนอาเซียนภายในปี 2575 ได้แก่

  1. Demand Side: ขยายฐานผู้ลงทุน มุ่งสร้างฐานนักลงทุนระยะยาวผ่านโครงการ TISA ผลักดันการจัดตั้งกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ (กบช.) รวมถึงดึงดูดเงินลงทุนจากกองทุนต่างชาติและกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง (Global HNW / Family Office) ผ่านสิทธิประโยชน์วีซ่าระยะยาว และจูงใจให้เงินลงทุนของคนไทยในต่างประเทศไหลกลับด้วยการเสนอเว้นภาษีกำไรจากต่างประเทศชั่วคราว

  2. Supply Side: เพิ่มศักยภาพและความน่าสนใจ สนับสนุนธุรกิจอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและเทคโนโลยีเข้าจดทะเบียน ผลักดันสิทธิประโยชน์โครงการ Jump+ เพิ่มเกณฑ์หุ้นสามัญที่มีสิทธิออกเสียงไม่เท่ากัน (Dual-Class Voting Shares) เพื่อจูงใจสตาร์ทอัพให้เข้าตลาดทุนโดยยังคงอำนาจการบริหาร รวมถึงเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนของ SMEs ขนาดใหญ่

  3. Ecosystem & Infrastructure: พัฒนาโครงสร้างและลดอุปสรรค เชื่อมโยงตลาดทุนกับสินทรัพย์ดิจิทัล จัดตั้ง SME Credit Scoring Agency เพื่อช่วยประเมินความเสี่ยงและให้คะแนนเครดิต เพิ่มความมั่นใจให้นักลงทุนในการลงทุนตราสารของ SMEs รวมถึงปรับปรุงกฎหมายทรัสต์

  4. Trust & Confidence: ยกระดับธรรมาภิบาล บังคับใช้กฎหมายเชิงรุก ผลักดันการจัดตั้งศาลตลาดทุน และแก้ไขกฎหมายล้มละลาย เพื่อยกระดับการคุ้มครองผู้ลงทุน

  5. Investor Relations: ยกระดับการสื่อสาร จัด Government Outbound Roadshow เพื่อประชาสัมพันธ์ตลาดทุนไทยสู่เวทีโลก และจัดกิจกรรมตลาดทุนพบภาครัฐอย่างต่อเนื่อง


ดัชนีเชื่อมั่นร้อนแรง โบรกฯ มอง
SET แตะ 1,620 จุด

สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยในช่วงครึ่งปีหลัง ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) ล่าสุดปรับขึ้นสู่ระดับร้อนแรง โดยมีแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่เริ่มเห็นผล ส่งผลให้เศรษฐกิจในประเทศทยอยฟื้นตัว โดยนักลงทุนให้น้ำหนักการลงทุนในกลุ่มพาณิชย์และกลุ่มธนาคารมากที่สุด ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของการบริโภคในประเทศ


ขณะเดียวกัน เริ่มเห็นสัญญาณการกลับมาของนักลงทุนสถาบันต่างชาติระยะยาว หลังหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ AI ในตลาดโลกมีมูลค่าสูงขึ้น ทำให้เม็ดเงินบางส่วนหมุนกลับเข้าสู่หุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมดั้งเดิมที่มีมูลค่าน่าสนใจ ซึ่งตลาดหุ้นไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่ได้รับประโยชน์


ด้านเป้าหมายดัชนี SET Index ปีนี้ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ประเมินไว้ที่ประมาณ 1,620 จุด โดยมองว่าหากไม่นับหุ้นที่มีความผันผวนสูงอย่าง DELTA หุ้นส่วนใหญ่ในตลาดไทยยังมีระดับราคาที่ไม่แพง ค่า P/E อยู่ในระดับต่ำ และยังมีอัพไซด์สำหรับการปรับตัวขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง