Official Update :

“ASP-KOREA” ติดปีกเงินลงทุนสู่ “เกาหลีใต้”... ช้อป “หุ้นชั้นนำ” ครอบคลุมทุก “กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก” สร้างโอกาสเติบโต “ระยะยาว” !!!

โดย: บลจ.แอสเซท พลัส


รู้หรือไม่
?...ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา “หุ้นเกาหลีใต้” (KOSPI) ร่วงลงมาแล้วกว่า -25.17% แต่ยังเป็นหนึ่งในตลาดที่ให้ผลตอบแทนที่สูงของโลกปีนี้ YTD +54.63% (ที่มา: Google Finance, วันที่ 20 ก.ค. 26) และยังเป็นตลาดที่มูลค่า “ถูก” อีกตลาดหนึ่งของโลกอีกด้วย


ปัจจุบันมี Forward 12M P/E ที่ 5.6 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 10.12 เท่า กว่า -2 S.D. ในขณะที่คาดกำไรบจ.ปี 27/26 ยังโตได้ +38.4% (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 21 ก.ค. 26)


“การปรับตัวลงแรง” ในช่วงเดือนที่ผ่านมา “ไม่ใช่เรื่องปัจจัยพื้นฐาน” แต่ประการใด แต่เกิดจาก Margin Financing” และ “การล้างพอร์ต” (Forced Liquidation) เป็นสำคัญหลังถูกบังคับขายเพื่อปิดสถานะ เร่งให้ดัชนีร่วงแรงจนต้องเปิดใช้งาน Circuit Breaker ไปแล้วถึง 6 ครั้งในปีนี้


ในมุมของตลาดมองเป็น “เรื่องที่ดี” ทำให้ตลาดมีความน่าสนใจมากขึ้นหลังมีการปรับฐานลงมานั่นเอง


ด้วยความโดดเด่นของ “ผลตอบแทน” และ “พื้นฐานที่แข็งแกร่ง” ทำให้อยู่ในเรดาห์การเลื่อนชั้นสู่ “ตลาดพัฒนาแล้ว” (Developed Market: DM) ในช่วงที่ผ่านมา


“หุ้นเกาหลีใต้” กลับมาอยู่ในความสนใจของนักลงทุนทั่วโลก จากแนวโน้มการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี โดยเฉพาะกลุ่ม Semiconductor” ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจยุคดิจิทัล ที่สำคัญยังมีนโยบาย “ปฏิรูปตลาดทุน” ผ่านโครงการ Value-Up Program” เพื่อยกระดับมูลค่าตลาดทุน


ไม่ว่าจะเป็น Tax Benefits, การซื้อหุ้นคืน การเพิ่มการจ่ายเงินปันผล หรือการบริหารเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุนในระยะยาว ช่วยเพิ่มความน่าสนใจของบจ. หนุนให้ตลาดปรับตัวขึ้นอย่าง “โดดเด่น” ในช่วงที่ผ่านมา !!!


และทำให้นักลงทุนตระหนักว่า “หุ้นเกาหลีใต้” ไม่ใช่มีแค่หุ้นเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกเท่านั้น แต่ยังมี “บริษัทชั้นนำ” กระจายอยู่ในอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่มีความหลากหลายด้วยเช่นกัน


จะดีแค่ไหน? ถ้าคุณมีโอกาสได้ลงทุนใน “หุ้นเกาหลีใต้...ที่มี “บริษัทชั้นนำ” ระดับโลกอยู่มากมายกระจายในหลากหลายอุตสาหกรรมเช่นนี้


วันนี้โอกาสนั้นมาถึงแล้ว ล่าสุด “บลจ.แอสเซท พลัส” นำเสนอ “ASP-KOREA: กองทุนเปิด แอสเซทพลัส เซาท์โคเรีย อิควิตี้” กองทุนที่เน้นลงทุนใน “หุ้นชั้นนำ-เกาหลีใต้ เสนอขายครั้งแรก (IPO) ระหว่างวันที่ 22 – 23 ก.ค. 2026 นี้


ส่อง 5 ปัจจัยบวก หนุน “หุ้นเกาหลีใต้”...ทะยานต่ออย่างมั่นคง

ปฏิเสธไม่ได้ว่า “หุ้นเกาหลีใต้” เป็นหนึ่งในตลาดที่ได้รับประโยชน์จาก AI Megatrend” โดยเฉพาะบริษัทชั้นนำในกลุ่ม “Semiconductor” และเทคโนโลยีขั้นสูงที่มีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานโลกซึ่งเป็นจุดแข็งสำคัญของประเทศ นำโดยหุ้น “Samsung Electronics” และ “SK Hynix”


แต่ที่จริงแล้วยังมี “ปัจจัยบวก” 5 ประการที่สำคัญที่หนุนให้ตลาดหุ้นเกาหลีใต้กลับมาน่าสนใจอีกครั้ง ได้แก่

  • เศรษฐกิจเกาหลีใต้โตแกร่ง ปีนี้ 2.9% และปีหน้า 2.2% นำหน้าประเทศหลักส่วนใหญ่ เช่น สหรัฐ, แคนาดา, ญี่ปุ่น และยุโรป ตั้งแต่ช่วง “AI Supercycle Breakout” ในปี 2025 ตัวเลขส่งออกของเกาหลีใต้เร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยยะ หนุนตัวเลขส่งออกทุบสถิติใหม่แตะระดับ 70% YoY ในเดือนมิถุนายน 2026

  • 3 “การปฏิรูปครั้งใหญ่” ของเกาหลีใต้ในปี 2026 ทั้ง 1) นโยบายกระตุ้นทางการคลัง ค่าใช้จ่ายของรัฐบาลเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะ งบประมาณของทั้งปีอยู่ที่ 728 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้นราว 8% และทะลุ 700 ล้านล้านวอน ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 2) ปรับธรรมาภิบาลบริษัท 87% ของ KOSPI Market Share เข้าร่วมโครงการ "Corporate Value-Up Program" โดยรัฐบาลเสนอ Tax Benefits, สนับสนุนการทำ Share Buybacks ร่วมกับการบังคับทางกฎหมายเพื่อยกระดับคุณภาพของบริษัทจดทะเบียนในเกาหลีใต้

    และ 3) ปฏิรูปโครงสร้างตลาดทุน บังคับเปิดเผยแผน Value-Up สำหรับบริษัทที่ P/BV ต่ำ, ตั้งมาตรฐานการประเมินมูลค่าในธุรกรรม M&A, บังคับจัดสรรหุ้นใหม่ให้แก่ผู้ถือหุ้นรายย่อยของบริษัทแม่ และกฎบังคับเสนอซื้อหุ้น (Tender Offer) พร้อมแบ่งปัน Control Premium

  • “เกาหลีใต้” ผู้นำ Memory โดยเฉพาะ HBM มีส่วนแบ่งการผลิต Memory Chip” กว่า 79% เกินครึ่งของทั้งโลก ทั้งนี้ยังคาดว่าอุปทานชิปจะตึงตัวต่อเนื่องจนถึงปี 2027 หนุนราคาและ Margin ของผู้ผลิตดีต่อเนื่อง

  • โอกาสเติบโตในหลายอุตสาหกรรม นอกจากกลุ่ม Information Technology: IT” ซึ่งมีน้ำหนักมากในดัชนีประมาณ 51.43% (เช่น SUMSUNG ELECTRONICS, SK hynix, LG Innotek) รองลงมาเป็นกลุ่ม Industrials” 21.68% (เช่น SKsquare, SUMSUNG C&T, DOOSAN), “Financials” 9.68% (เช่น Hana Financial Group, KB, Samsung Life Insurance) และ Consumer Discretionary” 6.86% (เช่น HYNDAI MOTOR GROUP, KIA, LG Electronics) เป็นต้น

  • Valuationของ “หุ้นเกาหลีใต้อยู่ที่ 5-6 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระดับต่ำราว -2 S.D. สะท้อนถึงดัชนียังซื้อขายในระดับที่น่าสนใจ แม้ภาค Semiconductor” จะเร่งตัวแรงจาก Memory Supercycle” ในช่วงที่ผ่านมาก็ตาม


ASP-KOREA” ปลดล็อกสู่ “หุ้นชั้นนำ-เกาหลีใต้” สร้างโอกาสเติบโต “ระยะยาว”...ฝีมือบริหารของ “Franklin Advisory” ผู้เชี่ยวชาญการลงทุนแบบ วิเคราะห์ “ปัจจัยพื้นฐานเชิงลึก”

“ตลาดหุ้นเกาหลีใต้” ยังคงเป็นหนึ่งในตลาดที่น่าสนใจ อยู่ในช่วงการปรับมูลค่าใหม่ตามกระแสการเติบโตของเทรนด์ AI Megatrend” พร้อมการตอบรับนโยบาย “ปฏิรูปตลาดทุน” ที่จะหนุนให้ตลาดมีความน่าสนใจขึ้นในระยะยาว ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับนักลงทุน ไม่เฉพาะหุ้นในกลุ่ม “IT” เท่านั้น แต่รวมถึง “หุ้นชั้นนำ” ในกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ ด้วยเช่นกัน


ถือเป็นอีกตลาดที่น่าสนใจเป็นตลาดที่มีศักยภาพแห่งหนึ่งซึ่งตามมาด้วยโอกาสลงทุนที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนไทยทุกคนวันนี้โอกาสการลงทุนในธีม “Memory Chip” มาถึงแล้ว ของเอเชีย สถาบันการเงินชั้นนำของโลกยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อ “หุ้นเกาหลีใต้” พร้อมมองตลาด “ปรับฐาน” เป็นโอกาสที่ดีในการเข้าลงทุน


เมื่อ “บลจ.แอสเซท พลัส” ได้นำเสนอ “ASP-KOREA: กองทุนเปิด แอสเซทพลัส เซาท์โคเรีย อิควิตี้” ที่เน้นลงทุนใน หุ้นเกาหลีใต้”  ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี FTSE South Korea RIC Capped Index” เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนีดังกล่าว


ผ่านกองทุนหลัก Franklin FTSE South Korea ETF’ (FLKR) ที่มี Franklin Advisory Services, LLC ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการการลงทุน (Investment Manager) และมี Franklin Templeton Institutional, LLC (FT Institutional) ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาการลงทุนย่อย (Sub-Adviser)


“ทั้งนี้ ทาง บลจ.แอสเซท พลัส ได้วางกรอบการลงทุนเบื้องต้นผ่านกองทุนหลัก 80 – 100% และยังเพิ่มส่วนของ การลงทุนโดยตรง ในหุ้นเกาหลีใต้อีก 0 – 20% เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีช่วยกระจายความเสี่ยง ให้เหมาะสมกับภาวะตลาดในแต่ละช่วงอีกด้วย (ทั้งนี้ อัตราส่วนดังกล่าวสามารถปรับเปลี่ยนได้ ขึ้นอยู่กับสภาวะการลงทุนขณะนั้น และ/หรือตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน)


สำหรับ Franklin Advisory” เป็นกลุ่มธุรกิจการเงินระดับโลกทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการลงทุน (Investment Adviser) และผู้บริหารจัดการพอร์ตการลงทุน (Portfolio Management) ให้กับกองทุนรวม (Mutual Funds) กองทุนส่วนบุคคล (SMAs) และกองทุน ETF ต่างๆ ภายใต้ร่มใหญ่ของ Franklin Templeton Investments


มีความเชี่ยวชาญใน 1) การลงทุนแบบ Multi-Asset Income 2) กลยุทธ์ Dynamic Allocation และ 3) การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานเชิงลึก (In-depth Fundamental Research) โดยโฟกัสที่ “มูลค่าที่แท้จริง” (Valuation) ความแข็งแกร่งทางการเงิน และโอกาสในอนาคตที่ตลาดยังมองข้าม รวมถึงการนำปัจจัย ESG เข้ามาร่วมพิจารณาด้วย


ปัจจุบันมี ETF ภายใต้การบริหาร 73 กองทุน มูลค่าสินทรัพย์สุทธิรวมกันกว่า 46.46 พันล้านดอลลาร์ (ที่มา: stockanalysis.com, วันที่ 19 ก.ค. 26)


เปิด 5 “จุดเด่น” ของกองทุนหลัก...เบื้องหลังผลงานที่ “โดดเด่น”

ทำให้กองทุนหลัก มี 5จุดเด่น” ที่สำคัญ ประกอบด้วย

  1. ดัชนี FTSE South Korea RIC Capped Index มีการปรับสัดส่วน (Rebalance) เพียงปีละ 2 ครั้ง ทำให้พอร์ตสะท้อนโครงสร้างตลาดเกาหลีโครงสร้างตลาดจริงได้ใกล้เคียงกับราคาตลาดจริง และทันต่อการเปลี่ยนแปลงมากกว่าดัชนีที่ปรับสัดส่วนบ่อยกว่า

  2. กระจายลงทุนในหลายอุตสาหกรรมหลักในประเทศเกาหลีใต้ ต่อยอดการลงทุนสู่ “หุ้นเกาหลีใต้” นอกเหนือจากกลุ่ม Semiconductor” เช่น กลุ่ม Industrials” และ “Financials” เป็นต้น

  3. เกาะโอกาสเติบโตไปกับหุ้นเกาหลีใต้ “ขนาดกลาง-ใหญ่” ที่กำลังมาแรง

  4. “สภาพคล่อง” และ “ขนาดกองทุน” ที่เติบโตอย่างมั่นคง ปัจจุบันกองทุนหลักมีสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) ประมาณ 1.33 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4.5 หมื่นล้านบาท) ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันและรายย่อยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีสภาพคล่อง (Liquidity) และความโปร่งใสในการซื้อขายระหว่างวันสูงตามมาตรฐานกองทุน ETF ระดับสากล


สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 17 ก.ค. 26) นั้น มีการกระจายลงทุนใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมมากสุด ประกอบด้วย1) Information Technology 45.07%, 2) Industrials 21.57%, 3) Financials 12.87%, 4) Consumer Discretionary 7.86% และ 5) Health Care 3.39%


โดยหุ้นที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

1) SK hynix 20.65%: หนึ่งในผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ของโลก และเป็น Supplier หลักของ NVIDIA และ AI Accelerator รายใหญ่ จึงมีบทบาทสำคัญต่อ Data center, AI Server และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลก


2) Samsung Electronics 16.78%: บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกของเกาหลีใต้ ผู้นำด้านชิปหน่วยความจำและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ครองส่วนแบ่งตลาด “ใหญ่สุดในโลก” ด้วยขนาดธุรกิจที่ใหญ่และความสามารถด้านการผลิตขั้นสูง ทำให้มีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีโลก


3) SK Square 4.83%: บริษัทเพื่อการลงทุน (Investment Company) และบริหารจัดการพอร์ตโฟลิโอชั้นนำของประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งแยกตัว (Spin-off) ออกมาจาก “SK Telecom” (ยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมของเกาหลี) เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2021 เพื่อทำหน้าที่เป็นหัวหอกในการลงทุนและจัดสรรเงินทุนในธุรกิจเทคโนโลยีแห่งอนาคตโดยเฉพาะ


4) Samsung Electro-Mechanics 3.18%: บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์คอมโพเนนต์ระดับโลก ซึ่งเป็นบริษัทลูกที่สำคัญอย่างยิ่งในเครือ “Samsung Group” ของเกาหลีใต้ (โดยมี Samsung Electronics เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่) ทำหน้าที่วิจัย พัฒนา และผลิตไส้ในที่เป็นชิ้นส่วนกลไก อุปกรณ์รับส่งสัญญาณ และแผงวงจรพื้นฐานส่งไปให้บริษัทเทคโนโลยีทั่วโลกใช้งาน


5) KB FINANCIAL GROUP 2.79%: บริษัทโฮลดิ้งทางการเงินชั้นนำของเกาหลีใต้ ให้บริการธนาคาร ประกัน หลักทรัพย์ บัตรเครดิต และบริหารสินทรัพย์แบบครบวงจร โดยมี “KB Kookmin Bank” เป็นธุรกิจหลักและเป็นผู้นำด้านธนาคารรายย่อยของประเทศ    


“ส่วนผลตอบแทนของกองทุนหลักก็มีความโดดเด่นเช่นเดียวกัน และสามารถแทรคดัชนีอ้างอิงได้อย่างใกล้ชิด โดยผลตอบแทน YTD +106.18% (BM +100.62%) ,1Y +170.38% ต่อปี (BM +175.14% ต่อปี), 3Y +50.78% ต่อปี (BM +49.87% ต่อปี), 5Y +18.66% ต่อปี (BM +17.98% ต่อปี) และตั้งแต่จัดตั้งกองทุน +14.54% ต่อปี (BM +14.26% ต่อปี) ตามลำดับ (ที่มา: Bloomberg, as of 30 Jun 2026)”


ถ้านึกถึง “เกาหลีใต้” คนไทยส่วนใหญ่อาจจะนึกถึงประเทศที่น่าไปท่องเที่ยวสักครั้งในชีวิต แต่แท้จริงแล้ว “เกาหลีใต้” ไม่ได้มีดีแค่เรื่องท่องเที่ยวเท่านั้น ในโลกของการลงทุน “หุ้นเกาหลีใต้” เป็นหนึ่งในหมุดหมายที่อยู่ในพอร์ตของนักลงทุนทั่วโลกด้วยเช่นกัน เพราะไม่ใช่มีความโดดเด่นแค่ “หุ้นเทคโนโลยี” เท่านั้น ยังมี “หุ้นชั้นนำ” ในหลากหลายอุตสาหกรรมให้เลือกลงทุนอีกด้วย ใครกำลังมองหาโอกาสลงทุนตลาดที่มีศักยภาพ ราคาไม่แพง เชื่อว่ากองทุน “ASP-KOREA” ที่เน้นลงทุน “หุ้นเกาหลีใต้” จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์การสร้างผลตอบแทนในระยะยาวได้เป็นอย่างดี


ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจผู้จัดการกองทุน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่

บลจ. แอสเซท พลัส โทร. 0-2672-1111 www.assetfund.co.th 

Most Viewed
Banking
เอสซีบีเอกซ์ประกาศกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 จำนวน 11,117 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 จากไตรมาสก่อน สะท้อนความยืดหยุ่นของพอร์ตธุรกิจท่ามกลางดอกเบี้ยขาลง
Updated 1 day ago
Banking
ธนาคารกรุงเทพรายงานกำไรสุทธิสำหรับงวดแรกปี 2569 จำนวน 20,492 ล้านบาท
Updated 1 day ago
Stock of the Day
เมื่อผลประกอบการที่ออกมาดี ไม่เพียงพอให้ตลาดตื่นเต้นอีกต่อไป บทเรียนจาก 3 หุ้นดังกำไรไตรมาส 2 เด่น แต่ตลาดกลับตอบสนองด้วยความกังวล
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“หุ้นอวกาศ” (EM) ปฐมบทสู่ “วงจรการเติบโตรอบใหม่”... พร้อมเปิดประตูสู่ "จักรวาลการลงทุน" แห่งโลกอนาคต !!!
Updated 20 hours ago
Stock of the Day
“Eminence” ก้าวสู่ปีที่ 55 ชูแนวคิด Wellbeing for All ตั้งเป้าปี 69 โตสวนตลาด 20% สยายปีกลุย Health-Tech ใน Q4
Updated 20 hours ago
Follow Us