ทาทา สตีล ประเทศไทย ติดทำเนียบ ESG100 ปี 2569 ตอกย้ำธุรกิจเหล็กยั่งยืน
บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TSTH ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เหล็กสำหรับงานก่อสร้างและอุตสาหกรรม ได้รับคัดเลือกให้อยู่ในกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 ประจำปี 2569 จากสถาบันไทยพัฒน์ ซึ่งคัดเลือกจากหลักทรัพย์จดทะเบียน บริษัท กองทุน และทรัสต์เพื่อการลงทุนรวม 931 แห่ง สะท้อนถึงผลการดำเนินงานที่โดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ควบคู่กับความสามารถในการดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ โดยครั้งนี้นับเป็นปีที่ 6 ที่บริษัทได้รับคัดเลือกเข้าอยู่ในทำเนียบ ESG100 ได้แก่ ปี 2558, 2564, 2565, 2566, 2568 และ 2569
นายอนุรัก ปานเดย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การได้รับคัดเลือกให้อยู่ในกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่าบริษัทสามารถสร้างการเติบโตทางธุรกิจควบคู่กับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมได้อย่างสมดุล โดยความยั่งยืนไม่ใช่เพียงกิจกรรมหรือเป้าหมายระยะสั้น แต่เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์องค์กร วัฒนธรรมการทำงาน และแนวทางการตัดสินใจในทุกกระบวนการ ตั้งแต่การผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การให้บริการลูกค้า ไปจนถึงการสร้างคุณค่าร่วมกับชุมชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
“เรามุ่งสร้างคุณค่าที่มากกว่าเหล็ก ด้วยการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและปลอดภัย พัฒนากระบวนการผลิตที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ดูแลชุมชนรอบพื้นที่ปฏิบัติการ และยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส เพื่อร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเหล็กไทยและสังคมไทยไปสู่อนาคตที่มั่นคงและยั่งยืน”
ทาทา สตีล ประเทศไทย ผสานหลัก ESG เข้ากับการดำเนินธุรกิจในทุกมิติ ทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์เหล็กคุณภาพ การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การกำกับดูแลกิจการที่ดี และการสร้างคุณค่าร่วมกับลูกค้า คู่ค้า ชุมชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ในมิติสิ่งแวดล้อม บริษัทใช้เทคโนโลยีเตาหลอมไฟฟ้า Electric Arc Furnace หรือ EAF ซึ่งใช้เศษเหล็กรีไซเคิลเป็นวัตถุดิบหลัก และมีศักยภาพในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเมื่อเทียบกับกระบวนการผลิตเหล็กแบบดั้งเดิม สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมเหล็กคาร์บอนต่ำและเป้าหมายด้านความยั่งยืนของบริษัท
นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์เหล็กเส้นเสริมคอนกรีตของบริษัทได้รับการรับรองฉลากเขียวต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดย TATA TISCON เป็นรายแรกในประเทศไทยที่ได้รับฉลากเขียวครอบคลุมทั้งเหล็กเส้นกลมและเหล็กข้ออ้อย สะท้อนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่คำนึงถึงคุณภาพ ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันในปี 2569 บริษัทอยู่ระหว่างเตรียมการยกระดับการประเมินประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนตามแนวคิด Double Materiality Assessment ร่วมกับบริษัทในกลุ่มทาทา สตีลในประเทศอินเดีย สหราชอาณาจักร และเนเธอร์แลนด์ เพื่อนำผลการประเมินมาใช้กำหนดทิศทางและกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
การจัดทำรายชื่อ ESG100 ของสถาบันไทยพัฒน์ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2558 โดยอ้างอิงข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลจากข้อมูลที่บริษัทเปิดเผยต่อสาธารณะ และตัวชี้วัดด้านความยั่งยืนที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล อาทิ WFE, GRI, IFRS และ UN PRI เพื่อส่งเสริมการลงทุนอย่างยั่งยืน และสะท้อนศักยภาพของบริษัทจดทะเบียนไทยที่ให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจควบคู่กับการดูแลสังคม สิ่งแวดล้อม และหลักธรรมาภิบาลอย่างสมดุล
