CPAXT กางแผนครึ่งหลังปี 69 ขยายแม็คโคร-โลตัส 15 แห่ง เร่งสัดส่วน Omni-channel แตะ 25% เดินหน้าบุกตลาดมาเลเซียต่อเนื่อง
CPAXT กางแผนครึ่งหลังปี 2569 เปิดแม็คโคร-โลตัสรวม 15 แห่ง พร้อมปรับปรุง-ขยายพื้นที่ศูนย์การค้า ดันพื้นที่ขายและพื้นที่เช่าเติบโตต่อเนื่อง เร่งเครื่อง Omni-channel ดันสัดส่วนแตะ 25% ลุยตลาดมาเลเซียต่อเนื่อง จ่อปิดดีล The Food Purveyor ใน Q4/69 พร้อมคงเป้ารายได้ปี 69 โต Low to mid-single digit คุมหนี้ต่อทุนไม่เกิน 0.4 เท่า
นางสาวเมษ์สินี รัตนวิจารณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 บริษัทยังคงเดินหน้าขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง จากครึ่งปีแรกเปิดไปแล้ว 127 แห่ง โดยธุรกิจค้าส่ง (Wholesale) มีแผนเปิดแม็คโครเพิ่ม 3 แห่ง แบ่งเป็น ไทย 2 แห่ง และฟิลิปปินส์ 1 แห่ง ส่วนค้าปลีก (Retail) มีแผนเปิดโลตัสเพิ่ม 12 แห่ง แบ่งเป็น ไทย 9 แห่ง และมาเลเซีย 3 แห่ง ซึ่งจะส่งผลให้พื้นที่ขายรวมเพิ่มขึ้นประมาณ 3% จากปีก่อน
ในส่วนของพื้นที่เช่า (ศูนย์การค้า) บริษัทเตรียมปรับปรุงและขยายพื้นที่เช่าในครึ่งปีหลังอีก 15 แห่ง แบ่งเป็น ไทย 12 แห่ง และมาเลเซีย 2 แห่ง โดยตั้งเป้าทั้งปี 2569 จะมีศูนย์การค้าใหม่รวม 20 แห่ง ดันพื้นที่เช่ารวมเพิ่มขึ้น 9% จากปีก่อน
ทั้งนี้ บริษัทยังมุ่งเน้นการเติบโตผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ Omni-channel สร้างการเติบโตผ่านช่องทางออนไลน์และบริการจัดส่งบ้าน (Delivery) โดยในกลุ่มค้าส่งมียอดขายผ่านช่องทางนี้เติบโต 23.3% และตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนยอดขายเป็น 25% ของรายได้รวมภายในสิ้นปีนี้
Value Creation เน้นการพัฒนาสินค้าอาหารสดและสินค้าภายใต้แบรนด์ตัวเอง (Own Brand) เช่น แบรนด์ "เชฟ" รวมถึงการทำ Global Sourcing นำเข้าวัตถุดิบชั้นเลิศ เช่น แซลมอนจากนอร์เวย์ เพื่อสร้าง Wow factor และความแตกต่าง
Portfolio Optimization ปรับพอร์ตสาขาให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยพบว่าสาขาขนาดเล็กซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 300 ตร.ม. ขึ้นไป มียอดขายต่อสาขาสูงกว่าค่าเฉลี่ยถึง 20-30% จึงจะใช้เป็นโมเดลหลักในการขยายสาขาในอนาคต
นอกจากนี้ บริษัทบริษัทยังมีการนำสินค้าขายดีจากช่องทางออนไลน์ (Beauty, Health, Toy, Electronics, Home) มาวางขายในสาขาโลตัส ซึ่งจากการทดลอง 25 สาขาในกรุงเทพฯ พบว่ายอดขายกลุ่มสินค้าดังกล่าวโตถึง 2 เท่า บริษัทจึงเตรียมขยายโมเดลนี้เข้าสู่ไฮเปอร์มาร์เก็ตอีกกว่า 230 สาขาทั่วประเทศในปีนี้ พร้อมชูจุดเด่นการจัดส่งแบบ On-demand ภายใน 1-2 ชั่วโมง
ขณะเดียวกันบริษัทยังเน้นการเติบโตในระดับภูมิภาค โดยเฉพาะในประเทศมาเลเซียที่มีกำลังซื้อแข็งแกร่ง ผ่านการเข้าซื้อกิจการ The Food Purveyor ผู้ค้าปลีกสินค้าพรีเมียม ซึ่งคาดว่ากระบวนการเข้าซื้อกิจการทั้งหมดจะแล้วเสร็จในไตรมาส 4/69
คงเป้ารายได้ปี 69 -สถานะการเงินแกร่ง
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมปี 2569 บริษัทยังคงเป้าหมายรายได้เติบโตตัวเลขหลักเดียวในระดับต่ำถึงปานกลาง (Low to mid-single digit) แม้จะเผชิญกับภาวะกำลังซื้อที่ยังเปราะบาง แต่เชื่อมั่นว่ากลยุทธ์การจำหน่ายสินค้าที่แตกต่างและการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ จะช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ให้ใกล้เคียงกับปีก่อนได้
ขณะที่สถานะทางการเงินยังคงมีความแข็งแกร่ง โดยตั้งเป้าควบคุมอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Interest-bearing debt to equity) ให้อยู่ในระดับต่ำไม่เกิน 0.4 เท่า
