“KFHASIA-I” ลุย “หุ้นเอเชีย” ภูมิภาคแห่งการเติบโต... “พื้นฐานแกร่ง – ราคาไม่แพง” !!!
กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง “กองทุนติดดาว” กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “Asia Pacific Ex Japan” ที่เน้นลงทุน “หุ้น” ของบริษัทที่อยู่ในทวีปเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) และออสตราเลเซีย
ถือเป็นตลาดที่มี “ความน่าสนใจ” ด้วยเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดย “กองทุนการเงินระหว่างประเทศ” (IMF) คาดว่าเศรษฐกิจจะโต 5.0% และ 4.8% ในปี26 และ27 ตามลำดับ (ที่มา: World Economic Outlook, July 2026)
มูลค่าหุ้นโดยรวมยัง “ไม่แพง” มี Fwd 12M P/E ที่ 11.12 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 14.12 เท่า (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 28 ส.ค. 26) ในขณะที่บริษัทต่างๆ มีศักยภาพในการสร้างการเติบโต เป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีแนวโน้มการเติบโตของผลประกอบการ (Earnings Growth) ที่แข็งแกร่งเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นอีกด้วย
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มี “กองทุนหุ้นเอเชียแปซิฟิก” ที่น่าสนใจ ดีกรี “กองทุน 5 ดาว” จากทาง “Morningstar” มาฝากกัน

“KFHASIA-I” คว้าโอกาสเติบโตไปกับ “หุ้นเอเชีย”
สำหรับกองทุนที่จะแนะนำในครั้งนี้ มีชื่อว่า “KFHASIA-I: กองทุนเปิดกรุงศรีเอเชียนอิควิตี้เฮดจ์เอฟเอ็กซ์-ผู้ลงทุนสถาบัน” ที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ ‘บลจ.กรุงศรี’ มีความเสี่ยง “ระดับ 6” (เสี่ยงสูง) เริ่มต้น Class เมื่อวันที่ 2 พ.ย. 2564 มีนโยบายเน้นลงทุน “หุ้น” ของบริษัทที่อยู่ในทวีปเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) และออสตราเลเซีย ทั้งนี้กองทุนหลักมีกลยุทธ์การลงทุนตามหลักเกณฑ์การลงทุนแบบยั่งยืน โดยนําปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) ประกอบการพิจารณาในกระบวนการลงทุนของกองทุนด้วย
ผ่านกองทุนหลัก ‘Baillie Gifford Pacific Fund (Class B Acc)’ ที่บริหารจัดการโดย Baillie Gifford & Co Limited

หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นเติบโต”
จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง ‘KFHASIA-I’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นเติบโต” (Growth) เป็นสำคัญ
สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ก.ค. 26) มีการจัดสรรการเงินลงทุนใน 5 ประเทศหลัก ประกอบไปด้วย
-
China 35.9%
-
South Korea 25.0%
-
Taiwan 22.9%
-
India 5.9%
-
Vietnam 3.2%
โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับ ได้แก่
-
Information Technology 48.5%
-
Industrials 14.3%
-
Consumer Discretionary 10.5%
-
Financials 9.3%
-
Materials 8.5%
“โดยหุ้นที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) TSMC 9.8%, 2) Samsung Electronics 8.7%, 3) SK Hynix 6.8%, 4) SK Square 5.7% และ 5) Tencent 4.8% ตามลำดับ”

“ด้านผลการดำเนินงานของกองทุน ‘KFHASIA-I’ ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ก.ค. 26) เฉลี่ยอยู่ที่ 14.33% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 19.38% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเองเฉลี่ยอยู่ที่ 21.90% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 22.35% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -21.94%”
เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” ไม่กำหนด
สำหรับนักลงทุนที่สนใจอยากลงทุนในกองดังกล่าว สามารถเริ่มต้นลงทุนได้โดยไม่กำหนดมูลค่าขั้นตํ่าของการ “ซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” ไว้แต่ประการใด เช่นเดียวกันกับเงื่อนไขการขายทก็ไม่กำหนดมูลค่าการขายขั้นต่ำและยอดคงเหลือขั้นต่ำไว้เช่นกัน ซึ่งมีระยะเวลาในการรับเงินค่าขายภายใน 4 วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน (T+4)

ส่วนรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายๆ โดยผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์ธนาคาร กรุงศรี จำกัด(มหาชน)และบริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรีจํากัดทุกสาขาหรือตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่นๆที่บริษัทแต่งตั้งขึ้นและช่องทางออนไลน์ผ่านโมบายแอพพลิเคชั่น @ccess Mobile Application
สำหรับใครที่มองหาโอกาสลงทุนในภูมิภาคที่มีการเติบโตเป็นพลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก มีพื้นฐานที่แข็งแกร่งรองรับและยังเป็นภูมิภาคที่ได้รับอานิสงส์จาก “AI Megatrend” แรงส่งจากวัฏจักร “Semiconductor” และ “AI Demand” เชื่อว่า “กองทุนเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมญี่ปุ่น)” จะเป้นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
