EVEANDBOY เดินหน้าเข้าตลาดหุ้น กางแผน 5 ปี ปักหมุดสาขาแตะ 320 แห่ง
บมจ.อีฟ แอนด์ บอย เดินหน้าแผนเสนอขาย IPO จำนวนไม่เกิน 170.35 ล้านหุ้น เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ระดมทุนขยายสาขา-เสริมสภาพคล่อง กางยุทธศาสตร์ 5 ปี (ปี 74) ปูพรมสาขาแตะ 320 แห่ง ดันโมเดล Data-Driven และ Omni-channel ตอกย้ำเบอร์ 1 ตลาดบิวตี้ไทย
นายหิรัญ ตันมิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีฟ แอนด์ บอย จำกัด (มหาชน) หรือ EB เปิดเผยว่า บริษัทได้เดินหน้ายุทธศาสตร์มุ่งสู่การเป็น “ผู้นำธุรกิจค้าปลีกสินค้าความงามและสุขภาพอันดับ 1 ในประเทศไทย” (No.1 Beauty Retailer in Thailand) ผ่านโมเดลธุรกิจ “Multi-Brand” ที่สร้างความแตกต่างด้วยสินค้ากว่า 24,000 รายการ (SKUs) ครอบคลุม 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ สกินแคร์, เมกอัพ, น้ำหอม และของใช้ส่วนตัว ตั้งแต่ระดับ Niche, Prestige, Masstige ไปจนถึง Mass
โดยบริษัทวางเป้าหมายระยะยาวในการขยายเครือข่ายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าเพิ่มเป็น 320 สาขา ภายในปี 2574 ครอบคลุมทั้งกรุงเทพฯ ปริมณฑล และหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ จากปัจจุบัน (ณ วันที่ 30 มิ.ย. 69) มีจำนวน 71 สาขา เพื่อสร้างการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) บริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในระดับประเทศ
นอกจากนี้ บริษัทยังเน้นกลยุทธ์การขายผ่านแพลตฟอร์ม Omni-channel ผสานช่องทางหน้าร้านเข้ากับออนไลน์และโซเชียลคอมเมิร์ซ พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Data-Driven) เพื่อตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว และผลักดันสินค้าที่เป็น Exclusive Brand (25 แบรนด์) รวมถึงสินค้ากลุ่ม T-Beauty ตอกย้ำภาพจำ Top-of-Mind Beauty Destination
ด้านข้อมูลวิจัยตลาดจาก Euromonitor International ระบุว่า EVEANDBOY เป็นผู้ประกอบการค้าปลีกเฉพาะทางด้านความงามอันดับ 1 ของไทย โดยมีส่วนแบ่งการตลาด (Market Share) เติบโตแบบก้าวกระโดดจาก 2.3% ในปี 2559 เพิ่มเป็น 15.6% ในปี 2568 ขณะที่ผลสำรวจเดือน เม.ย. 69 พบว่า แบรนด์มี Top-of-Mind Awareness อยู่ที่ 17.1% และ Total Awareness สูงถึง 73.6% โดยลูกค้ามีความถี่ในการกลับมาซื้อซ้ำเฉลี่ย 2-3 ครั้งต่อเดือน
ขณะที่ความคืบหน้าการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) นายทินพันธุ์ หวั่งหลี กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน (FA) กล่าวว่า ปัจจุบัน บมจ.อีฟ แอนด์ บอย ได้ยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. แล้ว โดยอยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณา
สำหรับการเสนอขายหุ้น IPO ในครั้งนี้ มีจำนวนไม่เกิน 170,354,000 หุ้น คิดเป็นไม่เกินร้อยละ 25.05 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลัง IPO เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
โดยวัตถุประสงค์ในการระดมทุนครั้งนี้ บริษัทมีแผนนำเงินไปใช้สำหรับการลงทุนขยายสาขาใหม่ทั่วประเทศ ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ และการจัดซื้อสินค้าเพื่อรองรับการจำหน่ายและขยายตัวทางธุรกิจในอนาคต
