CHG อวดงบไตรมาส 1/65 กำไรสุทธิกว่า 1,356 ลบ. โตสนั่น 439% รับอานิสงส์โควิด-วัคซีนทางเลือก

CHG โชว์ผลงานไตรมาส 1/65 กำไรสุทธิพุ่งกว่า 1,356 ล้านบาท เติบโตสูงถึง 439% จากรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 3,571 ล้านบาท เติบโต 152% รับอานิสงส์มาตรการคุมโรคควิด-19 การให้บริการฉีดวัคซีนทางเลือก และการกลับเข้ามาใช้บริการในสถานพยาบาลของผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้น พร้อมเดินหน้าแผนธุรกิจดันเป้ารายได้ทั้งปี 65 เติบโตตัวเลข 2หลัก 


นายแพทย์กำพล พลัสสินทร์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน) หรือ CHG เปิดเผยว่า ผลการดำเนินธุรกิจของบริษัทในช่วงไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้จากการประกอบกิจการโรงพยาบาล อยู่ที่ 3,571.4 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 2,156.6 ล้านบาท หรือ 152% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2564 อยู่ที่ 1,414.8 ล้านบาท และกำไรสุทธิในไตรมาส 1/2565 อยู่ที่ 1,356.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,104.6 ล้านบาท หรือ 439% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2564 อยู่ระดับ 251.78 ล้านบาท


ทั้งนี้รายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากกลุ่มผู้ป่วยทั่วไป มีรายได้อยู่ที่ 1,494.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 79% จากไตรมาส 1/2564 แบ่งเป็นรายได้จากกลุ่มผู้ป่วยนอก (OPD) อยู่ที่ 882.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 407.3 ล้านบาท, รายได้จากกลุ่มผู้ป่วยใน (IPD) อยู่ที่ 612.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 252 ล้านบาท ซึ่งรายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากการบริการที่เกี่ยวเนื่องจากรคโควิด-19 และการให้บริการฉีดวัคซีนทางเลือก รวมถึงการกลับเข้ามาใช้บริการในสถานพยาบาลของผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้น, รายได้โครงการประกันสังคม อยู่ที่ 471.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากจำนวนผู้ประกันตนที่เพิ่มขึ้น, ส่วนรายได้จากโครงการภาครัฐอื่นๆ อยู่ที่ 1,605.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,174% ส่วนใหญ่มาจากรายได้ที่เกี่ยวเนื่องกับโรคโควิด-19 ทั้งจากการตรวจคัดกรอง การรักษา ทั้งในโรงพยาบาล โรงพยาบาลสนาม หอผู้ป่วยเฉพาะกิจ (Hospitel) และการทำ Home Isolation และสุดท้ายที่รายได้อื่นๆ เพิ่มขึ้น 9.7 ล้านบาท จากการรับจ้างบริหารงานให้กับโรงพยาบาลภาครัฐ


“ปี 2565 นับเป็นปีที่ 3 ในการรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยเฉพาะการระบาดอย่างหนักของสายพันธุ์โอมิครอนตั้งแต่ช่วงต้นปี ส่งผลให้จำนวนผู้มาใช้บริการตรวจคัดกรองเชื้อไวรัสโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR และ ATK เพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งผู้ป่วยติดเชื้อที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล โรงพยาบาลสนาม และหอผู้ป่วยเฉพาะกิจ (Hospitel) ทางกลุ่มโรงพยาบาลจุฬารัตน์ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับภาครัฐในการทำ Home Isolation เพื่อดูแลผู้ติดเชื้อกลุ่มสีเขียวที่มีอาการไม่รุนแรงท่ามกลางการระบาดของโรคโควิด-19 ที่ยังคงมีอยู่  คาดว่าในปีนี้จะมีผู้เข้าใช้บริการทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่อง โดยโรงพยาบาลพร้อมให้บริการที่ครอบคลุมเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้บริการให้ได้มากที่สุด และเชื่อว่าจะยังคงเห็นการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่องในปี 2565 ” นายแพทย์กำพล กล่าว


นายแพทย์กำพล กล่าวอีกว่า แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จะมีแนวโน้มดีขึ้น บริษัทฯยังเดินหน้าสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจในปี 2565 อย่างต่อเนื่อง โดยยังคงมีเป้าหมายรักษาการเติบโตแบบอนุรักษ์นิยม ด้วยการวางเป้าการเติบโตของรายได้เป็นตัวเลข 2 หลัก เมื่อเทียบกับปี 2563 ที่มีรายได้รวมกว่า 5,464 ล้านบาท ซึ่งปัจจัยบวกที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตจะมาจากธุรกิจบริษัทฯเอง (Organic Growth) อาทิ เช่น การกลับเข้ามาใช้บริการเพิ่มมากขึ้นของกลุ่มผู้ป่วยทั่วไป รวมทั้งกลุ่มผู้ป่วยสวัสดิการภาครัฐ กลุ่มผู้ป่วยที่ต้องการรักษา และกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติ เป็นต้น


พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าพัฒนาและเพิ่มศักยภาพการให้บริการรักษาโรคยากและซับซ้อนที่ผู้ป่วยต้องเข้าถึงการรักษาได้อย่างทันท่วงที ภายใต้การดำเนินการศูนย์บริการทางการแพทย์ (Excellence Center) ที่มีความพร้อมในด้านเครื่องมือทางการแพทย์และบุคลากรรองรับการให้บริการรับรักษาโรคเฉพาะทาง เช่น ศูนย์โรคหลอดเลือดหัวใจครบวงจร และศูนย์โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke Center) ที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงยังเป็นศูนย์กลางในการรับส่งต่อผู้ป่วยหลอดเลือดสมองจากทุกโรงพยาบาลทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในพื้นที่ตะวันออกและพื้นที่บริเวณโดยรอบ เพื่อให้ผู้ป่วยกลุ่มโรคหลอดเลือดสมองได้รับการรักษาทันเวลา ลดอัตราการทุพพลภาพและเสียชีวิต รวมทั้งช่วยให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น


ขณะเดียวกัน บริษัทฯ สานต่อความร่วมมือกับภาครัฐ เพื่อให้บริการทางด้านสาธารณสุขกับประชาชนในพื้นที่ อาทิเช่น การจัดตั้งศูนย์หัวใจครบวงจรขึ้นในโรงพยาบาลรัฐ 3 แห่ง ประกอบด้วย ศูนย์หัวใจโรงพยาบาลสิรินธร กรุงเทพมหานคร,  ศูนย์หัวใจโรงพยาบาลสมุทรปราการ และศูนย์หัวใจโรงพยาบาลระยอง ที่พร้อมให้การดูแลอย่างเต็มรูปแบบและครอบคลุมทุกสิทธิ์การรักษา รวมถึงการเข้าไปรับจ้างบริหารโรงพยาบาลเมืองพัทยา และศูนย์แพทย์ชุมชนเกาะล้าน จังหวัดชลบุรี


สำหรับแผนการขยายธุรกิจ บริษัทฯวางแผนเปิดให้บริการศูนย์มะเร็งครบวงจรในปีนี้ ภายใต้ชื่อ โรงพยาบาลชีวารัตน์ ซึ่งถือเป็นศูนย์มะเร็งครบวงจรแห่งแรกในจังหวัดสมุทรปราการ รวมถึงการขยายพื้นที่ให้บริการและเพิ่มจำนวนเตียงในในสาขาเดิม เพื่อรองรับผู้รับการบริการที่เพิ่มขึ้นในอนาคต อาทิเช่น โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 304 อินเตอร์และโรงพยาบาลรวมแพทย์ฉะเชิงเทรา 


สำหรับการให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับโควิด-19 บริษัทฯยังคงเดินหน้าให้ความร่วมมือและพร้อมสนับสนุนนโยบายภาครัฐในการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 และประชาชนทั่วไปอย่างต่อเนื่อง รวมถึงความพร้อมในการให้บริการรักษาคนไข้ทั่วไปที่ทยอยกลับมารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาล ด้วยบริการด้านสาธารณสุขที่มีคุณภาพและมาตรฐานสอดรับกับนโยบายด้านสุขภาพของรัฐบาล ควบคู่ไปกับการมีส่วนร่วมในการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม (Green Hospital & Zero Waste) ตามแนวทาง “ESG” เพื่อการดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ มีศักยภาพในการแข่งขัน การสร้างผลตอบแทนในระยะยาว และการเติบโตอย่างยั่งยืน

Most Viewed
Fun of Funds
“KTWC-ALPHA” ลงทุน “หุ้นทั่วโลก” สไตล์ “High Conviction”… โอกาสสร้าง “Alpha” ตอบโจทย์ความมั่งคั่งระยะยาว เสนอขายครั้งแรก (IPO) วันที่ 1 – 8 ก.ย. 69 นี้ !!!
Updated 1 day ago
Stock of the Day
CPF ลุยธุรกิจน้ำดื่ม! ทุ่ม 335 ลบ. ถือ BREW 51% โบรกฯ ชี้ดีลไม่แพง ต่อยอดระยะยาว จับตากำไรครึ่งปีหลังฟื้น ให้เป้า 25 บ.
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“กองตราสารหนี้โลก”…Upside จำกัด - แต่ได้ Yield สูงชดเชย !!!
Updated 21 hours ago
Insurance
เมืองไทยประกันชีวิต ยกระดับ MTL Health Services มากกว่าความคุ้มครอง ช่วยลูกค้าวางแผนการรักษาอย่างมั่นใจ
Updated 21 hours ago
Stock of the Day
SET นิ่ง แต่เงินไม่ได้นิ่ง! จับตาวอลุ่ม “เก็บ” ก่อนหุ้นวิ่ง รอบนี้โฟกัสกลุ่มโรงพยาบาล BDMS วอลุ่มพุ่ง BH เด้งรับ Cover Short
Updated 23 hours ago
Follow Us