KISS ปรับกลยุทธ์ บุกผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ หวังดันรายได้ทะลุ 3 พันล้านบาทใน 4 ปี
อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เพื่อความงามและสุขภาพได้รับผลกระทบจาก Covid-19 ที่ระบาดต่อเนื่องมากว่า 2 ปี ทำให้ความต้องการซื้อหรือใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อความงามของผู้บริโภคปรับลดลง ประกอบกับปัจจุบันยังมีปัจจัยใหม่ที่เข้ามากดดันคือ ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน ซึ่งทำให้อัตราเงินเฟ้อและราคาพลังงานมีแนวโน้มสูงขึ้น ส่งผลให้ราคาสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายรายการปรับตัวขึ้นเช่นกัน ซึ่งกระทบต่อกำลังซื้อและรายได้ของผู้บริโภคโดยตรง นับเป็นความท้าทายให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมฯ ต้องปรับตัว และใช้กลยุทธ์ต่างๆ เพื่อสร้างรายได้ให้เติบโตหรือประคับประคองให้บริษัทยังเดินหน้าต่อไปได้
ซึ่ง KISS หรือ บริษัท โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนา จ้างผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านความงามและสุขภาพภายใต้แบรนด์ต่างๆ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า Rojukiss, Wonder Herb และ Best Korea, ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง Sis2Sis รวมถึงเป็นผู้รับจ้างผลิตและตัวแทนจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์บำรุงผิว PhD K-Derma และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Q ภายใต้บริษัท O2KISS จำกัด เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เพื่อความงามและสุขภาพที่ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน
โดยรายได้รวมก่อนหักส่วนลดทางการค้าและประมาณการทางบัญชีในไตรมาสที่ 1/2565 อยู่ที่ 176.6 ล้านบาท ลดลง 29.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อน และลดลง 0.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคลดลงจากอัตราเงินเฟ้อตามภาวะเศรษฐกิจ อีกทั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 สายพันธุ์โอมิครอน ทำให้ผู้คนบางส่วนยังมีการทำงานจากบ้านและไม่กลับมาดำเนินชีวิตตามปกติเท่าที่ควร
สำหรับยอดขายสินค้าในช่องทาง Modern Trade เติบโตลดลง 40.7% และ 9.2% จากไตรมาส 1/2564 และไตรมาส 4/2564 ตามลำดับ โดยเมื่อดูแนวโน้มยอดขายรายไตรมาสตั้งแต่ไตรมาสที่ 3/2564 เป็นต้นมา จะเห็นการฟื้นตัวในช่องทาง Health & Beauty และการทรงตัวของช่องทาง Hyper Market ในขณะที่ Convenience Store นั้นลดลงอย่างต่อเนื่อง จากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลง ทำให้ผู้บริโภคในช่องทางนี้บางส่วนเปลี่ยนไปซื้อสินค้าเพื่อความงามที่มีราคาถูกลง เช่น ซองละ 15-20 บาท ขณะที่ Rojukiss และ Sis2Sis ในรูปแบบซองอยู่ที่ราคา 39-49 บาท
จากยอดขายที่ลดลงดังกล่าวข้างต้น ประกอบกับบริษัทมีส่วนแบ่งขาดทุนจากกิจการร่วมค้า (บริษัท โอทู คิส จำกัด) 2.1 ล้านบาท และการรับรู้ค่าใช้จ่ายจากบริษัทย่อย (บริษัท ไฮไบโอไซ จำกัด) 0.7 ล้านบาท ส่งผลให้ภาพรวมกำไรสุทธิในไตรมาส 1/2565 อยู่ที่ 19.3 ล้านบาท ลดลง 55.4% จากไตรมาส 1/2564 และลดลง 2.3% จากไตรมาส 4/2564
ปรับกลยุทธ์ สร้างการเติบโตระยะยาว
ปัจจัยกดดันที่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจต่อเนื่องและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ KISS ต้องปรับกลยุทธ์ในการดำเนินงาน โดยไตรมาส 1/2565 ที่ผ่านมา KISS เริ่มลงทุนทำการตลาดเพื่อสร้าง Brand Awareness สำหรับแบรนด์ Rojukiss นำโดยผลิตภัณฑ์บำรุงผิว Eye for Face, White Poreless Day/Night Serum และผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผม Hair Color Serum Shampoo ผ่านสื่อ Digital และมีแผนในการสื่อสารกับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ส่วนตลาดต่างประเทศมีการขยาย Product Portfolio โดยการออกผลิตภัณฑ์ Serum Cleanser ทำให้ยอดขายรวมจากการส่งออกไปยังประเทศอินโดนีเซียเพิ่มสูงขึ้น 129% และ 31% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2564 และไตรมาส 4/2564 ตามลำดับ
นอกจากนี้ บริษัทได้เข้าลงทุนใน บริษัท ไฮไบโอไซ จำกัด (HIB) โดยเป็นการเพิ่มทุนจดทะเบียน จำนวน 5.2 ล้านบาท คิดเป็น 50.93% ของทุนจดทะเบียนทั้งหมด 10.21 ล้านบาท เพื่อเพิ่มศักยภาพในเรื่องนวัตกรรมด้านสุขภาพ สอดคล้องกับกลยุทธ์ในการเติบโต และความต้องการเป็นผู้นำในการพัฒนาสินค้าที่เป็นนวัตกรรมเพื่อสุขภาพและความงาม สำหรับผลิตภัณฑ์แรกของ HIB ได้แก่ สเปรย์พ่นจมูก ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ที่ใช้เทคโนโลยีแอนติบอดี้ ต่อเชื้อ SARS-CoV-2 ใช้ในการช่วยยับยั้งและป้องกันการติดเชื้อ Covid-19 โดยอยู่ในระหว่างการขึ้นทะเบียนกับสำนักงาน คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) คาดว่าสินค้าจะพร้อมวางจำหน่ายในไตรมาส 3/2565
อีกทั้งคณะกรรมการบริษัท ยังมีมติอนุมัติให้เข้าซื้อหุ้นของบริษัท โอทู คิส จำกัด หรือ O2KISS ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนที่ KISS ถือหุ้นในสัดส่วน 40% และ โอ ช้อปปิ้ง ถือหุ้นในสัดส่วน 60% โดยจะเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดจาก โอ ช้อปปิ้ง ภายในไตรมาส 2/2565 สำหรับแผนการดำเนินงานของ O2KISS บริษัทจะนำประสบการณ์และจุดแข็งด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ความงามและสุขภาพที่โดดเด่นและแตกต่าง เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคในด้าน Health and Wellness พร้อมมุ่งขับเคลื่อนธุรกิจในช่องทาง Direct-to-Consumer (D2C) ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลคอมเมิร์ซ (Social Commerce) แบบครบวงจร
โดย นางวรวรรณ ไชยกำเนิด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาพรวมการดำเนินงานในช่วงที่เหลือของปีนี้ บริษัทจะเดินหน้าเสริมแกร่งธุรกิจพื้นฐานให้มั่นคงพร้อมสร้าง New S-Curve ในกลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพ หลังจากที่บริษัทเข้าลงทุนใน HIBC โดยนำเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ (Health Tech) มาสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ด้านสุขภาพและมีความเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน ซึ่งเตรียมพร้อมรับกับ ยุค Future Ready เพื่อต่อยอดจากแบรนด์พอร์ตโฟลิโอของกลุ่มผลิตภัณฑ์ความงามที่ KISS มีความแข็งแกร่งอยู่แล้ว โดยในกลุ่มดังกล่าว จะมีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ภายใต้แบรนด์ Rojukiss และ Best Korea ในช่วงไตรมาส 2/2565 โดยตั้งระดับราคาสินค้าให้สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้ง่ายและสอดรับกับกำลังซื้อ จึงมั่นใจว่าผลการดำเนินงานของบริษัทฯ จะสามารถกลับมาเติบโตได้ตามเป้า
ด้าน นางสาววิภาภรณ์ เนียมละออง ประธานเจ้าหน้าที่สายงานบัญชีและการเงิน กล่าวว่า จากผลกระทบของ Covid-19 ทำให้บริษัทเลื่อนเป้าหมายยอดขายแตะ 3,000 ล้านบาท ในปี 2567 เป็นปี 2569 พร้อมปรับสัดส่วนยอดขายแต่ละกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการเติบโตของบริษัทมากขึ้น โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าจะปรับสัดส่วนลงมาอยู่ที่ 40-45% จากปัจจุบันที่ 80% กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและเปลี่ยนสีผมปรับสัดส่วนขึ้นมาเป็น 15-20% กลุ่มผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุขภาพเพิ่มมาเป็น 15-20% และสัดส่วนยอดขายจากต่างประเทศจะอยู่ที่ 20-25%
สำหรับการขยายตลาดในต่างประเทศ บริษัทเน้นหาโอกาสขยายการเติบโตในอินโดนีเซียและเวียดนามมากขึ้น ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับการขยายช่องทาง Ecommerce ซึ่งจะเป็นอีกกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยผลักดันยอดขายในปีนี้ให้เติบโต โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนยอดขายจากช่องทาง Ecommerce เป็น 15% ในปี 2567 จากปัจจุบันอยู่ที่ 3% ผ่านการขยายแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น
จากการปรับกลยุทธ์การดำเนินงาน และบุกกลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพ รวมถึงขยายการเติบโตในทุกช่องทางจัดจำหน่าย จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ KISS พร้อมเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว
