Official Update :

โพยหุ้น คัดหุ้นเด่น ที่จะฟื้นคืนชีพ ในจังหวะ ที่ราคาน้ำมันพักฐาน!!

มีหลายปัจจัยที่จะทำให้ราคาน้ำมันมีโอกาสพักตัวในระยะสั้น ทำให้หุ้นที่เคยได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นสูง มีโอกาสจะได้รับ sentiment เชิงบวกเข้ามาในทิศทางที่ดี และนักวิเคราะห์ก็ยังออกมาประเมินอีกว่า ราคาหุ้นกลุ่มนี้มีโอกาสฟื้นตัวกลับในระยะสั้น


ดังนั้นโพยหุ้นในสัปดาห์นี้จึงได้รวบรวม “หุ้นที่มีโอกาสฟื้นคืนชีพในระยะสั้น” มาฝากนักลงทุน ผ่านการประเมินของนักวิเคราะห์ชั้นนำของประเทศ อย่าง บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ที่ออกมาประเมินไว้อย่างน่าสนใจ แม้ราคาพลังงานยังทรงตัวในระดับสูง แต่เขาคาดว่ามี 4 ปัจจัยที่จะทำให้มีโอกาสพักฐานระยะสั้น


โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า แม้ราคาพลังงานยังทรงตัวในระดับสูง แต่คาดว่ามีโอกาสพักฐานระยะสั้นจาก 1.เศรษฐกิจโลกชะลอตัวจากผลของเงินเฟ้อและการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางทั่วโลก 2. รัฐบาลหลายประเทศเข้าแทรกแซงเพื่อชะลอการปรับขึ้นของราคาน้ำมันในประเทศ


3.Dollar Index ที่ปรับตัวขึ้น ถือเป็นปัจจัยบั่นทอนกำลังซื้อพลังงานตามหลักความเสมอภาคของค่าเงิน 4.ประธานาธิบดีสหรัฐฯแสดงออกชัดเจน ในความพยายามกดราคาน้ำมันและเงินเฟ้อลงก่อนเลือกตั้งกลางเทอม 8 พ.ย. เพราะฉะนั้น กลุ่มที่เคยถูกกดดันจากราคาพลังงานที่ปรับตัวขึ้น มีโอกาสฟื้นกลับระยะสั้น โดยเฉพาะหุ้นที่ 1.มีต้นทุนน้ำมันเป็นสัดส่วนที่มาก 2.Valuation ไม่แพง และ 3.กราฟทางเทคนิคอยู่ในเขต Oversold เช่น SCC, SCGP, AJ, OSP, CBG, BGRIM, III



ราคาน้
มันดิบ Upside จกัดในครึ่งหลังปี 65

ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ปรับขึ้นมาแล้ว 54%นับจากต้นปีถึงปัจจุบัน จาก 1.ปัญหาห่วงโซ่อุปทานที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ขณะที่ความต้องการจากสหรัฐฯและยุโรปเร่งตัวขึ้น จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่กลับมาปกติอีกครั้ง 2.ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย – ยูเครน ที่ทำให้อุปทานหายไปราว 2-3 ล้านบาร์เรลต่อวัน 3.ภาวะเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง ยิ่งเร่งให้เกิดการ Hedging น้ำมันเพื่อล็อคต้นทุนล่วงหน้า อย่างไรก็ตามมองว่า Upside ของราคาน้ำมันจะเริ่มจำกัดลง โดยนักวิเคราะห์กลุ่มพลังงานของฝ่ายวิจัยประเมินว่าราคาน้ำมันดิบในช่วงครึ่งหลังปี 65 จะทรงตัวอยู่ในระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ด้วยเหตุผล ดังนี้


1.กำลังซื้อเริ่มชะลอตัวลง จากผลของภาวะเงินเฟ้อที่ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ประกอบกับการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางทั่วโลก ทำให้ความสามารถในการจับจ่ายใช้สอยลดลง ส่งผลต่อเนื่องให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหมุนเวียนช้าลงตามซึ่งสอดคล้องกับการปรับลด GDP ของทั้งโลกลง โดยล่าสุด World bank ปรับลด GDP ปีนี้เหลือ +2.9% จาก +3.6%, ขณะที่ เฟดปรับลด GDP ปีนี้เหลือ +1.7% จาก +2.8% ส่วน ECB ปรับลด GDP ของยูโรโซนปีนี้เหลือ 2.8% จาก +3.7%


2.รัฐบาลหลายประเทศเข้าแทรกแซง เนื่องจากเงินเฟ้อรอบนี้เกิดจากแรงผลักดันด้านต้นทุน (Cost push) ท่ามกลางเศรษฐกิจทั่วโลกที่เข้าสู่โหมดชะลอตัว จากผลกระทบของรัสเซีย-ยูเครน และมาตรการคุม COVID-19 ของจีน การใช้นโยบายการเงิน (ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและลดสภาพคล่องผ่านการขายพันธบัตร) อาจไม่สามารถควบคุมเงินเฟ้อได้รัฐบาลหลายประเทศจึงเข้ามาแทรกแซงเพื่อลดราคาน้ำมันในประเทศ ผ่านมาตรการชะลอการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป, ให้เงินอุดหนุนเพื่อลดราคาหน้าปั๊ม, หรือเจรจากับโรงกลั่นเพื่อลดส่วนต่างกำไรลง


3.ท่าทีของปธน. สหรัฐฯต้องการกดราคาน้ำมันอย่างชัดเจน Highlight หลังจากนี้คือ 1.ประธานาธิบดีสหรัฐฯนัดเจรจากับโรงกลั่นวันที่ 21 มิ.ย. เพื่อหาแนวทางร่วมกันในการเพิ่มกำลังการผลิต 2.ประธานาธิบดีสหรัฐฯเดินทางเยือนซาอุดิอาระเบียระหว่าง 13-16 ก.ค. เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับการเพิ่มกำลังการผลิต 3.ประธานาธิบดีสหรัฐฯอาจมีมาตรการปล่อยคลังน้ำมันสำรอง SPR อีกครั้ง เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน หลังคะแนนความนิยมลดลง 3 สัปดาห์ติดต่อกันแตะระดับ 39% ซึ่งยิ่งเวลาผ่านไป ยิ่งเข้าใกล้วันเลือกตั้งกลางเทอม 8 พ.ย.หากไม่สามารถเรียกคะแนนนิยมกลับมาได้ อาจทำให้พรรคเดโมแครตเสียที่นั่งในสภาฯซึ่งจะยิ่งทำให้การดำเนินนโยบายหลังจากนี้ยากลำบากมากขึ้น



Upside ของราคาน้ำมันที่จำกัด ทำให้กลุ่ม Anti-Commodity มีโอกาสฟื้นตัว

ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยพิจารณาพฤติกรรมของตลาดหุ้นไทย 2 ช่วงที่ราคาน้ำมันพุ่งแรง คือ 24 ก.พ.-7 มี.ค.(+24%) และ 19 พ.ค.-8 มิ.ย. (+10%) พบว่ากลุ่มที่ Underperform คือ อิเล็กทรอนิกส์,บรรจุภัณฑ์, โรงไฟฟ้า, ปิโตรเคมี, วัสดุก่อสร้าง, โลจิสติกส์, และเครื่องดื่ม ซึ่งถ้าราคาน้ำมันเริ่มอ่อนตัวลง ราคาหุ้นกลุ่มนี้มีโอกาสฟื้นกลับในระยะสั้น แต่ในเชิงของผลประกอบการต้องไปลุ้นการฟื้นตัวช่วงครึ่งหลังของปี 65 เพราะช่วงไตรมาส 2/65 จะถูกกระทบจากต้นทุนพลังงานที่ทรงตัวในระดับสูง เพราะฉะนั้น ในเชิงกลยุทธ์การลงทุน


จึงแนะนำเก็งกำไรรอบสั้นเท่านั้น ระหว่างรอดู Action ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยคาดว่าหุ้นที่ 1.มีต้นทุนน้ำมันเป็นสัดส่วนที่มาก 2.Valuation ไม่แพง และ 3.กราฟทางเทคนิคอยู่ในเขต Oversold จะฟื้นตัวกลับได้เร็ว เช่น SCC, SCGP, AJ, OSP, CBG, BGRIM, III



This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”