WHAUP ลุยขยายธุรกิจน้ำ-พลังงานต่อเนื่อง ย้ำเป้ารายได้แตะ 6 พันล้านบาท ในปี 69
WHAUP คาดปีนี้ผลงานเติบโตต่อเนื่อง ตามการรับรู้รายได้ธุรกิจสาธารณูปโภค-พลังงาน คาดปีนี้มียอดจำหน่ายน้ำรวม 153 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนธุรกิจพลังงานคาด COD เพิ่ม 115 เมกะวัตต์ พร้อมคงเป้าหมายรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรจากการดำเนินงานปกติแตะระดับ 6,000 ล้านบาทในปี 2569 เผยอยู่ระหว่างเจรจา JV กับพันธมิตรในประเทศ คาดชัดเจนเร็วๆ นี้
นายสมเกียรติ เมสันธสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP กล่าวว่า ภาพรวมปี 2565 บริษัทยังเติบโตต่อเนื่องจากปีก่อนที่มีรายได้ 2,571.18 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 735.51 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้ในธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงาน โดยธุรกิจสาธารณูปโภคในปีนี้บริษัทตั้งเป้ายอดการจำหน่ายและบริหารจัดการน้ำรวม 153 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือเติบโต 13% จากปีก่อน ซึ่งจะมาจากความต้องการใช้น้ำในอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น โดยไตรมาส 3/65 จะมีการเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์สำหรับโรงผลิตน้ำอุตสาหกรรมคุณภาพสูง เพื่อจำหน่ายให้กับลูกค้าโรงไฟฟ้า SPP ของกลุ่ม GULF ด้วยกำลังการผลิตประมาณ 1.4 ล้านลบ.ม. ต่อปี ส่วนการจำหน่ายน้ำประเภท Value-Added Product ให้กับลูกค้าที่เป็นโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมเอเชียนั้น เฟสแรกจะมีกำลังการผลิตประมาณ 1 ล้านลบ.ม. ต่อปี คาดว่าจะเริ่มเปิดดำเนินงานเชิงพาณิชย์ได้ในไตรมาส 4/65
นอกจากนี้ บริษัทยังมีการลงทุนในการจัดหาแหล่งน้ำดิบทางเลือกอื่นๆ เช่น การขุดอ่างเก็บน้ำเพิ่ม เพื่อลดการพึ่งพาการจัดซื้อน้ำดิบจากผู้จำหน่ายหลัก รวมถึงเป็นการลดต้นทุนในการจัดหาน้ำดิบด้วย โดยตั้งเป้าเพิ่ม capacity ของแหล่งน้ำดิบทางเลือกอีกอย่างน้อย 11 ล้าน ลบ.ม. ต่อปี
ด้านธุรกิจพลังงาน ในปี 2565 บริษัทตั้งเป้าเพิ่มพอร์ตรวมของสัญญาซื้อขายไฟฟ้าสะสมแตะ 150 เมกะวัตต์ ซึ่งในจำนวนสัญญารวมดังกล่าว คาดว่าจะสามารถดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ในปีนี้ทั้งสิ้น 115 เมกะวัตต์ และส่วนที่เหลือจะทยอย COD ในปีถัดไป โดยบริษัทได้เตรียมการสู่อนาคตสำหรับธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ผ่านการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ การพัฒนาแพลตฟอร์มพลังงานอัจฉริยะ เพื่อซื้อขายไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในกลุ่มลูกค้าภายในนิคมอุตสาหกรรมของดับบลิวเอชเอ หรือ ระบบการซื้อขายไฟฟ้าแบบ Peer-to-Peer Energy Trading ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมขั้นสุดท้ายในการทดลองให้บริการซื้อขายเชิงพาณิชย์ คาดว่าจะเริ่มขึ้นภายในไตรมาส 3/65 ซึ่งระบบการซื้อขายไฟฟ้าดังกล่าว เมื่อพัฒนาเสร็จแล้วเชื่อว่าจะเป็นปัจจัยหนุนให้พอร์ตพลังงานหมุนเวียนของบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยปัจจุบันมีกลุ่มผู้ประกอบการที่เข้าร่วมเป็น Clean Energy Trader ในโครงการทดลองนำร่องดังกล่าวจำนวนมากกว่า 23 ราย
ทั้งนี้ บริษัทยังคงเป้าหมายปี 2569 จะมีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรจากการดำเนินงานปกติแตะระดับ 6,000 ล้านบาท ภายใต้การยังคงรักษาระดับอัตราผลกำไร EBITDA ในระดับสูงกว่า 50% จากการเติบโตของธุรกิจหลักทั้งน้ำและไฟฟ้า จากการขยายฐานลูกค้าทั้งในประเทศ และต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศเวียดนาม ควบคู่ไปกับการพัฒนาสินค้าที่มีมูลค่าสูงอาทิ เช่น ปราศจากแร่ธาตุ (Demineralized Water) โดยจะมีการหาสินค้า และบริการใหม่ๆ มาตอบสนองความต้องการของลูกค้า เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้ให้บริการในรูปแบบ One-Stop-Service
ขณะเดียวกัน บริษัทวางเป้าหมายการให้บริการในธุรกิจ Green Power เพิ่มขึ้น ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างศึกษาแผนการลงทุน (M&A) ทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และโครงการประเภท Green Field โดยการนำโมเดลธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในประเทศไปต่อยอดการลงทุนต่อไป
อย่างไรก็ตาม บริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรในประเทศหลายรายเพื่อจัดตั้งกิจการร่วมค้า (Joint Venture) คาดจะเห็นความชัดเจนเร็วๆ นี้ รวมถึงยังแสวงหาโอกาสเติบโตในธุรกิจพลังงานในประเทศอื่นๆ นอกเหนือจากประเทศเวียดนาม เช่น ไต้หวัน และฟิลิปปินส์
