Official Update :

TRUE ยันควบรวมกับ DTAC ช่วยสร้าง tech company ที่ยิ่งใหญ่ ย้ำไม่ทำให้ค่าบริการเพิ่มขึ้นมีแต่จะลดลง

TRUE ปรับตัวสู่ Tech Company เพื่อเป็นหนึ่งในบริษัทไทยที่จะมีความแข็งแกร่งที่จะนำ Tech service ไปให้บริการกับผู้บริโภค พร้อมเผยการควบรวมกับ DTAC ไม่ทำให้ค่าบริการปรับเพิ่มขึ้น เพราะการกำกับดูแลของไทยมีความเข้มข้นอย่างมาก และหากความแข็งแกร่งที่มีมากขึ้น อาจจะทำให้ราคาปรับตัวลดลงต่อเนื่องด้วย และจะดีต่อผู้บริโภค


เทคโนโลยีสื่อสารมีความสำคัญต่อการดำเดินธุรกิจอย่างไร ในยุคที่เกิดการ Disruption ในหลายธุรกิจ นายณัฐวุฒิ อมรวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE เปิดเผยว่า การสื่อสารสมัยก่อนเป็น วัน ทู วันแต่ปัจจุบันไปถึงขั้นโซเชียลมีเดีย และอื่นๆ จึงมองว่าสื่อสารเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้นๆ ของการทำธุรกิจ


แต่การสื่อสารไม่ใช่เพียงโทรคมนาคมอย่างเดียว เนื่องจาก มีการขยายไปทั้งโซเชียลมีเดีย แชท อีเมล์ และอื่นๆ จำนวนมาก โดยทั้งหมดยังคงเรียกว่าการสื่อสารแบบโทรคมนาคม จึงมองว่าธุรกิจนี้เป็นแกนกลางของการดำเนินธุรกิจ ทำให้สามารถสู้กับการ Disruption ได้


ปัจจุบัน TRUE และ DTAC อยู่ในขั้นตอนของการควบรวมกิจการ มีหลายภาคส่วนมีความกังวลถึงการครองตลาดมากเกินไป นายณัฐวุฒิ บอกว่า  การที่เรามีการสื่อสารกับคน ลูกค้า ผ่านทั้งโซเชียลมีเดีย อีเมล์ ไลน์ต่างๆ เพราะฉะนั้นมองว่าการสื่อสารไม่ใช่แค่โทรคมนาคม โดยมีผู้เล่นอยู่ในตลาดสื่อสารทุกวันนี้ไม่ใช่แค่ 3 หรือ 4 ราย แต่เป็น 5-8 ราย ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าบริษัททั้งนั้น อย่างไลน์ WhatsApp Facebook ซึ่งเป็นช่องทางการสื่อสารด้วยกันทั้งสิ้น


เพราะฉะนั้น การที่ 2 ราย มาควบรวมกันเพื่อสร้างสิ่งใหม่ๆในตลาด คิดว่าห่างไกลการครอบงำตลาด และเชื่อจะทำให้เกิดสิ่งใหม่ๆ ในตลาดมากขึ้น  


ขณะที่ เหตุผลที่บริษัทจะพยายามปรับตัวเองเพื่อเป็น Tech Company นายณัฐวุฒิ บอกว่า  มีความสำคัญมาก เนื่องจาก มองว่า หากพูดถึงการสื่อสารสมัยก่อนทุกอย่างจะเป็นช่องทางสื่อสาร แต่ปัจจุบันช่องทางยังมีอยู่ แต่อยู่บนโชเซียลมีเดีย อย่าง ไลน์ WhatsApp หรือเทคโนโลยีแพตฟอร์ม เป็นต้น โดยบริษัทเติบโตมาได้ จากการให้ทางเลือกกับผู้บริโภค และสร้างความแตกต่างโดยตลอด ซึ่งบริษัทไม่ได้ต้องการที่จะอยู่แค่ช่องทาง แต่ต้องการเป็น Tech ที่ต้องการแข่งขันกับ Google และ Facebook และเป็นหนึ่งในบริษัทไทยที่จะมีความแข็งแกร่งพอที่จะนำ Tech service ไปให้บริการกับผู้บริโภค


เพราะฉะนั้นการที่บริษัทจะสร้างความแข็งแกร่งผ่านการร่วมมือดังกล่าว จึงมองว่าจะเป็นทางเลือกที่สำคัญให้กับผู้บริโภค และจะทำให้บริษัทเล่นอยู่ใน layer เดียวกันกับที่ทั้งโลกเข้ามาเมืองไทย


สำหรับการควบรวมกิจการจะทำให้ค่าบริการปรับตัวเพิ่มขึ้นหรือไม่ นายณัฐวุฒิ บอกว่า การกำกับดูแลของไทยมีความเข้มข้นอย่างมาก โดยกสทช.มีมาตรการการกำหนดราคาที่เข้มข้น  เพราะฉะนั้นเชื่อว่าราคาค่าบริการจะมีแต่ลดลง การที่ราคาจะปรับเพิ่มขึ้นจึงไม่มี โดยการแข่งขันนั้น หากความแข็งแกร่งที่มีมากขึ้น อาจจะทำให้ราคาปรับตัวลดลงต่อเนื่องด้วยซ้ำ และจะดีต่อผู้บริโภค


หลังจากการควบรวมกันแล้วประโยชน์ของธุรกิจทั้งผู้ประกอบการรายย่อย SME จะได้รับนั้น นายณัฐวุฒิ บอกว่า บริษัทเชื่อในเรื่องของการสร้างความแตกต่างมาโดยตลอด เติบโตมาจากอันดับ 3 จนมาสู่อันดับ 2 จากการยอมรับของผู้บริโภค ซึ่งสิ่งที่บริษัทสร้างความแตกต่าง คือ การนำเทคโลโนยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง  ยกตัวอย่างเช่น ที่ผ่านมาบริษัทให้บริการ การพบหมอทางไกล ทำให้ประชาชนลากหญ้าพบหมอได้ง่ายขึ้น ซึ่งร่วมมือกับผู้ประกอบการรายอื่นๆมากมาย


ดังนั้นเมื่อมีองค์กรไทยมีความแข็งแกร่งมากขึ้นในการทำงานร่วมกับพันธมิตร จะกลายเป็นประเทศไทยจะมีระบบนิเวศน์ที่แข็งแกร่งขึ้น และเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคมากขึ้น เพราะบริษัทมีความเชื่อว่า สังคมต้องมาก่อน เมื่อประโยชน์ของสังคมได้แล้ว ในที่สุดธุรกิจที่จะได้ตามมาเอง

This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”