อ่านก่อนจองซื้อ IPO BLESS หุ้นอสังหาฯ น้องใหม่ เปิดจองวันนี้น่าสนใจแค่ไหน ?

ในต้นเดือนก.. 65 กำลังจะมีหุ้นอสังหาฯ น้องใหม่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) นั้นก็คือ BLESS หรือ บริษัท เบล็ส แอสเสท กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีจุดเด่นด้านการควบคุมต้นทุนการดำเนินงาน เพราะมีบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ทำให้ BLESS สามารถรักษากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับ 30% ได้ต่อเนื่อง แม้จะเป็นช่วงที่เกิดวิกฤต Covid-19 ก็ตาม ดังนั้น เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนหุ้นอสังหาฯ น้องใหม่ตัวนี้จะเข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์ฯ และเปิดให้จองซื้อในวันที่ 29-30 มิ.. นี้ Wealthy Thai ได้สรุปความน่าสนใจมานำเสนอนักลงทุนอีกเช่นเคย


BLESS หรือ บริษัท เบล็ส แอสเสท กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ทำธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยเพื่อขาย ประกอบด้วย บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม Low Rise ภายใต้ชื่อโครงการ Blessington, Mellizo Park, Bless Town, Blessity Park, Bless Ville และ Bleisure นอกจากนี้ ยังมีบริษัทย่อย บริษัท เบล็ส บิลด์ จำกัด (BB) ที่ประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ทำให้ BLESS สามารถควบคุมคุณภาพ มาตรฐาน ต้นทุนการก่อสร้างและปรับเปลี่ยนการบริหารงานภายในได้อย่างมีประสิทธิภาพ


โดย BLESS เน้นพัฒนาโครงการที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ณ วันที่ 31 มี.ค. 65 มีโครงการที่ปิดการขายแล้วจำนวน 6 โครงการ มีโครงการที่อยู่ในระหว่างการขาย 8 โครงการ มูลค่ารวม 3,000-4,000 ล้านบาท และโครงการในอนาคต จำนวน 1 โครงการ



อัตรากำไรขั้นต้นไม่ต่ำกว่า
30%

จากการที่ BLESS มีบริษัทย่อยที่ทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ทำให้สามมารถควบคุมคุณภาพการผลิตและต้นทุนการดำเนินงานได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวอยู่ในระดับไม่ต่ำกว่า 30% โดยปี 2562-2564 มีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 37.53%  30.71% และ 30.40% ตามลำดับ ขณะที่ไตรมาส 1/65 กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 30.53%


สำหรับผลประกอบการย้อนหลังปี 2562-2564 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 82.65 ล้านบาท 114.54 ล้านบาท และ 80.07 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนกำไรสุทธิไตรมาส 1/65 อยู่ที่ 13.46 ล้านบาท ลดลง 38.25% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายและให้บริการที่ลดลง กำไรขั้นต้นที่ลดลง รวมทั้งการเพิ่มขึ้นของต้นทุนในการจัดจำหน่าย โดยมีจุดประสงค์เพื่อกระตุ้นยอดขาย และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน และค่าธรรมเนียมวิชาชีพที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากการเพิ่มจำนวนพนักงานเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ และการเตรียมความพร้อมในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ



ตั้งเป้าปี
65 รายได้ไม่ต่ำกว่า 20%

แม้แนวโน้มดอกเบี้ยจะเป็นขาขึ้นและต้นทุนวัตถุดิบก่อสร้างจะทรงตัวอยู่ในระดับสูง แต่นายชัยวัฒน์ โกวิทจินดาชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BLESS กล่าวในงานนำเสนอข้อมูลรายละเอียดหลักทรัพย์แก่นักลงทุน (Investor Roadshow) ว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2565 จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 20% จากปีก่อนที่มีรายได้ 795 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้โครงการ Bless Ville บางปู และยอดขายที่รอรับรู้รายได้ (Backlog) อีกราว 400 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะทยอยเข้ามาในช่วง 3-6 เดือนข้างหน้า ประกอบกับมาตรการลดค่าโอนและค่าจดจำนอง รวมถึงแนวโน้มดอกเบี้ยที่เป็นขาขึ้นจะทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้ออสังหาฯ ได้ง่ายมากขึ้น



เคาะราคาไอพีโอ
1.40 บาท จองซื้อ 29 มิ.ย. นี้

ส่วนข้อมูลเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไป (IPO) นายอภิชาต แสงจันทร์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดหน่ายและรับประกันการจำหน่าย บริษัท เบล็ส แอสเสท กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทได้กำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO ที่ 1.40 บาท ซึ่งเป็นระดับราคาที่เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐาน โดยจะเสนอขายจำนวน 200 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ 0.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 25% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายครั้งนี้ โดยกำหนดเปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 29-30 มิ.ย. และ 1 ก.ค. 65 และคาดว่าจะสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ในวันที่ 7 ก.ค. 65


โดยมีผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายอีก 5 แห่ง ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จํากัด, บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จํากัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จํากัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบีเอสที จํากัด (มหาชน) และบริษัท หลักทรัพย์เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด (มหาชน)


สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุนประมาณ 270 ล้านบาท บริษัทจะนำไปใช้เป็นเงินลงทุนในการซื้อที่ดินและพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ 220 ล้านบาท ชำระคืนหนี้เงินกู้ยืม 15 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีกราว 35.34 ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานของบริษัทฯ รองรับแผนการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วง 3 ปีข้างหน้า



ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้