Official Update :

ผู้ถือหุ้นเฮ! รับ ธปท. ยกเลิกเพดานจ่ายปันผล กูรูชี้ลุ้น KKP-SCB จ่ายเงินปันผลเพิ่ม

ประเด็นที่กดดันหุ้นกลุ่มแบงก์ทยอยผ่อนคลายลงต่อเนื่อง ล่าสุดธปท. ได้ยกเลิกเกณฑ์การจ่ายเงินปันผล จากเดิมที่กำหนดอัตราการจ่ายเงินปันผลไม่เกิน 50% ของกำไรสุทธิประจำปี กูรูคาดเป็นผลดีต่อหุ้น KKP และ SCB หนุน Dividend yield ปี 2565 เพิ่ม ส่วนคงอัตราผ่อนชำระบัตรเครดิตขั้นต่ำ 5% คาด KTC รับประโยชน์สูงสุดจากสัดส่วนสินเชื่อบัตรเครดิตที่สูง


โดยเย็นวานนี้ (30 มิ.. 65) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทยอยปรับมาตรการช่วยเหลือที่เกิดขึ้นในช่วง Covid-19 ระบาดให้กลับเข้าสู่ระดับปกติ และคงมาตรการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มเปราะบางดังนี้

  1. ยกเลิกเพดานจ่ายปันผลธนาคารพาณิชย์ จากเดิมที่จำกัดอัตราการจ่ายไม่เกิน 50% ของกำไรสุทธิประจำปี แต่ให้ยึดหลักความระมัดระวัง

  2. ให้ธนาคารพาณิชย์ปรับอัตราเงินนำส่ง FIDF กลับมาเป็น 0.46% ตั้งแต่ต้นปี 2566 จากที่เคยปรับลดลงเหลือ 0.23%

  3. คงมาตรการแก้หนี้ระยะยาวที่ช่วยสนับสนุนการปรับโครงสร้างหนี้อย่างยั่งยืนแก่ผู้ประกอบธุรกิจและประชาชนไปจนถึงสิ้นปี 2566

  4. คงอัตราผ่อนชำระบัตรเครดิตขั้นต่ำ 5% ถึงสิ้นปี 2566 และ 8% ถึงสิ้นปี 2567

 

ซึ่งนักวิเคราะห์จากบล.เคทีบีเอสที ให้ความเห็นต่อประเด็นดังกล่าวว่า มีมุมมองเป็นกลางต่อกลุ่มธนาคาร เพราะทุกอย่างอยู่ในประมาณการของฝ่ายวิเคราะห์อยู่แล้ว ขณะที่เรื่องยกเลิกเพดานปันผลคาดว่าจะมี KKP (ซื้อ / เป้า 80.00 บาท) ที่จะจ่ายอัตราการจ่ายเงินปันผล (Dividend payout) ที่เพิ่มขึ้นได้จากปี 2564 ที่จ่ายเพียง 40% ของกำไรสุทธิ ซึ่งหากกลับไปจ่ายที่ระดับเดียวกันกับปี 2562 ที่ 60% ของกำไรสุทธิได้ จะทำให้จะมี upside ต่อเงินปันผลในปี 2565 เพิ่มขึ้นเป็น 5.30 บาทต่อหุ้น (คิดเป็น Dividend yield ที่ 8%) จากเดิมที่คาดไว้ที่ 3.60 บาทต่อหุ้น (คิดเป็น Dividend yield ที่ 5%) แต่ฝ่ายวิเคราะห์มองว่ามีโอกาสน้อยเพราะ ปัจจุบัน KKP ยังคงเน้นการปล่อยสินเชื่ออยู่


และ SCB (ซื้อ/เป้า 150.00 บาท) ที่จะจ่าย Dividend payout ที่เพิ่มขึ้นได้จากปี 2564 ที่จ่ายเพียง 39% ของกำไร สุทธิ ซึ่งหากกลับไปจ่ายที่ระดับเดียวกันกับปี 2562 ที่ 50% ของกำไรสุทธิได้ จะทำให้จะมี upside ต่อเงินปันผลในปี 2565 เพิ่มขึ้นเป็น 5.80 บาทต่อหุ้น (คิดเป็น Dividend yield ที่ 5%) จากเดิมที่เราคาดไว้ที่ 3.40 บาทต่อหุ้น (คิดเป็น Dividend yield ที่ 3%) แต่ฝ่ายวิเคราะห์มองว่ามีโอกาสน้อยเพราะปัจจุบัน SCB ยังอยู่ในช่วงของการลงทุนเพิ่มอยู่ ขณะที่ธนาคารอื่นๆจ่ายปันผลตามระดับปกติอยู่แล้ว (Dividend payout เฉลี่ยของกลุ่มอยู่ที่ 30%)


ส่วนเรื่อง FIDF Fee ฝ่ายวิเคราะห์คาดที่ 0.46% ในปี 2566 ไว้แล้ว และยังคงมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ปรับ โครงสร้างหนี้ระยะยาวจนถึงปีหน้าตามคาด โดยกลุ่มธนาคารฝ่ายวิเคราะห์ยังคงให้น้ำหนักเป็น “มากกว่าตลาด” เลือก BBL (ซื้อ/เป้า 167.00 บาท), KBANK (ซื้อ/ เป้า 190.00 บาท) เป็น Top pick ด้านกลุ่ม Finance มองเป็นกลาง แม้ว่าจะมีโอกาสที่ NPL สินเชื่อบัตรเครดิตจะยังทรงตัวในระดับต่ำ และค่าใช้จ่ายสำรองจะลดลงตามการขยายระยะเวลาจ่ายชำระหนี้ขั้นต่ำ แต่ประเมินว่าผู้ประกอบการจะยังคงบันทึกค่าใช้จ่ายสำรองที่สูง เพื่อเป็น overlay ซึ่งเป็นประโยชน์ในการบริหารลูกหนี้ในช่วงที่เศรษฐกิจอาจฟื้นตัวช้ากว่าคาด จากสถานการณ์เงินเฟ้อที่ปรับตัวขึ้นสูงและเร็ว สำหรับกลุ่ม Finance ฝ่ายวิเคราะห์คงคำแนะนำ "มากกว่าตลาด" โดยมองว่า KTC (ซื้อ/เป้า 67.00 บาท) จะเป็นผู้ประกอบการที่ได้ผลประโยชน์สูงสุดจากสัดส่วนสินเชื่อบัตรเครดิตที่สูงถึง 64% ของสินเชื่อรวม