“ทางเลือก” การลงทุนใหม่ๆ (2)… “Crypto Assets” !!!
Wealth EZ: ในตอนนี้เรามาต่อกันกับสินทรัพย์บนโลก Online อย่าง “Crypto Assets” กันดีกว่าครับ “Crypto Assets” นี้เป็นสินทรัพย์ที่ค่อนข้างใหม่และเพิ่งจะเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในช่วงปี 2560 จากข่าวการวิ่งขึ้นของราคา “Bitcoin” ที่วิ่งจากประมาณ 1,000 USD/เหรียญ ในช่วงต้นปี2560 ไปทำจุดสูงสุดที่กว่า 20,000 USD/เหรียญ เป็นการเพิ่มขึ้นกว่า 2,000% ภายในปีเดียว!!!
“ทั้งนี้การวิ่งขึ้นของสินทรัพย์ใดก็ตามที่รวดเร็วผิดธรรมชาติ มักจบลงไม่สวยนัก กรณีของ ‘Bitcoin’ ก็เช่นกันในปี 2561 ราคาของ ‘Bitcoin’ ก็วิ่งกลับลงมาอยู่ที่ระดับ 4,000 USD/เหรียญ สร้างความเสียหายให้กับนักเก็งกำไรที่เข้าซื้อโดยขาดความรู้อย่างยากที่จะลืม”
ดังนั้นผมจึงอยากให้ทุกท่านเข้าใจก่อนว่าสิ่งที่พวกท่านจะลงทุนนั้นคืออะไร และอะไรบ้างที่จะเป็นปัจจัยทำให้ราคาเหรียญเหล่านี้เปลี่ยนแปลง โดยเรามาเริ่มจากรู้ว่ามันคืออะไรกันก่อนในตอนที่ 2 นี้ครับ
มันคืออะไร
“Crypto Assets” คือ สินทรัพย์ดิจิตอลที่ใช้การจัดเก็บข้อมูลแบบ “ไม่มีตัวกลาง” (Peer-to-Peer Network) เพื่อลดต้นทุนในการทำธุรกรรมอย่างมหาศาล การโอนเงินข้ามโลกแทบจะทำได้ในทันทีและไม่ต้องใช้คนกลางเลย รวมทั้งลดข้อผิดพลาดและการทุจริตที่อาจจะเกิดจากการรวมศูนย์ข้อมูลไว้ที่ตัวกลางรายใดรายหนึ่ง ด้วยการใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า “Blockchain”
...เชื่อว่า หลายคนน่าจะยังงงๆ ให้ทุกคนนึกภาพตามผมง่ายๆ นะครับว่าเสมือนเราทุกคนจะมี “กระเป๋าสตางค์” (Wallet) ลอยอยู่บนหัวของผู้ที่ร่วมใช้งาน “Crypto Assets” แบบเดียวกับเรา และเห็นธุรกรรมทั้งหมด ตรวจสอบได้ว่าเงินวิ่งจากไหนไปไหน และใครมีเงินเท่าไหร่ (แต่จะแสดงเป็นเลขรหัส ไม่ใช่ชื่อคนนะครับ) โดยไม่มีใครสามารถแก้ไขหรือลบ รายการใดๆ ที่เกิดขึ้นไปแล้วได้

ความน่าสนใจ
ปัจจุบันผู้คนเริ่มมีความเข้าใจในตัว “Crypto Assets” มากขึ้น และเริ่มมีการนำไปประยุกต์ใช้ในหลายๆ ธุรกิจ เนื่องจากปัญหาใหญ่ของสินทรัพย์ในโลกปัจจุบัน คือ ต้นทุนในการจัดเก็บ, เคลื่อนย้าย และ แลกเปลี่ยน ซึ่งการมาของ “Crypto Assets” ได้ทลายข้อจำกัดทั้งหลายเหล่านี้ลงผ่านเทคโนโลยี “Block Chain” ตามที่ได้อธิบายไป
ซึ่งผู้รู้หลายท่านถึงกับกล่าวว่า “Block Chain” จะเปลี่ยนแปลงโลกนี้ในระดับเดียวกับการเกิดขึ้นของ “Internet” เลยทีเดียว แต่ในบทความชุดนี้ผมจะขอเน้นที่โอกาสและความเสี่ยงของเจ้า “Crypto Assets” ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 4 กลุ่มใหญ่ๆ โดยเราจะมารู้จักแต่ละกลุ่มอย่างละเอียดขึ้นในตอนต่อไปครับ ส่วนตอนนี้ เรามาเริ่มจากเข้าใจความเสี่ยงในภาพร่วมของการลงทุนใน “Crypto Assets” กันก่อนนะครับ
ความเสี่ยงในการลงทุน
การลงทุนใน “Crypto Assets” ก็จะมีความเสี่ยงจากทั้งจากตัวสินทรัพย์เอง และจากการทุจริตเช่นเดียวกับการลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ
- ความเสี่ยงในมุมของ “ตัวสินทรัพย์” “Crypto Assets” นั้นมี Demand & Supply เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาขึ้นหรือลง ซึ่ง ณ ตอนนี้ยังไม่มี Model หรือวิธีการใดที่จะใช้ในการหามูลค่าที่ชัดเจนของสินทรัพย์ประเภทนี้ได้ ทำให้ผู้ที่จะลงทุนใน “Crypto Assets” จะต้องมีความเข้าใจปัจจัยที่จะกระทบต่อความต้องการ และการใช้งานของ “Crypto Assets” ที่ลงทุนไปอย่างดีมากๆ ครับ เพราะเป็นปัจจัยหลักที่จะส่งผลต่อผลตอบแทนของเราในการลงทุนนั้นๆ ครับ
“อีกทั้งในปัจจุบันกำไรจากการขาย หรือผลประโยชน์ที่ได้รับจากถือโทเคนดิจิทัลเหล่านี้ จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 15% (อ้างอิงจาก พระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 19) พ.ศ. 2561)”
- ความเสี่ยงจากการ “ทุจริต” จากรายงานอาชญากรรมจากและการป้องกันการฟอกเงินของ “CipherTrace” (บริษัทที่ให้บริการป้องกันการฟอกเงินและโซลูชั่นด้านนิติเวชที่ทำงานบนบล็อกเชน) พบว่าอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในโลกดิจิทัล อย่างการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต (Scam) เช่น การหลอกลวงให้โอนเงิน, การใช้ website หรือ E-mail ปลอมเพื่อเอารหัสจากเรา มีความรุนแรงและความถี่ที่สูงขึ้นทุกปี
“เพียงแค่ในไตรมาสแรกของปี 2019 ก็มีรายงานความเสียหายแล้วกว่า 1.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ”
จากที่กล่าวมาหากท่านผู้อ่านอยากจะลงทุนในสินทรัพย์กลุ่มนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม ทั้งในตัว “Crypto Assets” ที่เราจะลงทุนนั้นเอง และในตัว “ผู้ที่เป็นคนเสนอขาย”
โดยเจ้า “Crypto Assets” นี้สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ Cryptocurrencies, Platform Tokens, Utility Tokens และ Transactional Tokens/Payments Tokens โดยทุกแบบล้วนมี “ข้อดี” และ “ความน่าสนใจ” เฉพาะตัวที่เราจะมาลงรายละเอียดกันในตอนต่อไปครับ
ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand, สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpage และ www.tfpa.or.th
