Official Update :

กึ้ง เฉลิมชัย เฉือนขาย SUSCO คิดเป็น 4.7% เหลือถือ 7.28% โบรกเกอร์ คาดกำไรยังโตต่อในครึ่งปีหลัง

นาย เฉลิมชัย มหากิจศิริ มีการจำหน่ายหุ้น SUSCO จำนวนหลักทรัพย์ที่จำหน่าย คิดเป็น 4.7% ส่งผลให้เหลือสัดส่วนการถือหุ้น 7.2873% ด้านปัจจัยพื้นฐาน “ทิสโก้”มอง SUSCO กำไรปี 65 เป็นปีที่เติบโตสูง 52%จากปีก่อน ความต้องการใช้น้ำมันปรับตัวขึ้น ยังคงแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าที่เหมาะสม 4.50 บาท


สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ รายงานการจำหน่าย หุ้นของ บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ SUSCO พบว่า นาย เฉลิมชัย มหากิจศิริ มีการจำหน่ายหุ้น SUSCO เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2565 จำนวนหลักทรัพย์ที่จำหน่าย คิดเป็น 4.7% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ ส่งผลให้จำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการจำหน่าย คิดเป็น 7.2873% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ


ขณะที่ในด้านปัจจัยพื้นฐาน บริษัท หลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่ายังคงแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าที่เหมาะสมใหม่ 4.50 บาท (เดิม 3.80 บาท) จาก 1.คาดปี 65 เป็นปีที่เติบโตสูง 52%จากปีก่อน โดยในไตรมาส 1/65 บริษัทรายงานกำไรสุทธิที่ดีกว่าที่เราคาดไว้ และคาดจะมีแนวโน้มที่โตต่อเนื่องในไตรมาสที่เหลือของปี


2.ความต้องการใช้น้ำมันปรับตัวขึ้นตามกิจกรรมการเดินทางทั้งในประเทศและต่างประเทศ คาดปี 65 ปริมาณขายเติบโต 14% จากปีก่อน 3. ค่าการตลาดและกำไรสุทธิต่อลิตรยังคงมีแนวโน้มที่สูงกว่าในอดีตจากการบริหารจัดการต้นทุน ความร่วมมือกับพันธมิตรในการปรับเปลี่ยนสถานีบริการซึ่งช่วยสร้างยอดขายในขณะค่าใช้จ่ายปรับขึ้นในระดับที่ต่ำกว่ายอดขาย และ 4.หุ้นอยู่ในระดับที่น่าสนใจ โดยปัจจุบัน SUSCO ซื้อขายที่เพียง PER 11 เท่าและ PBV 1 เท่าปี 65 ซึ่งอยู่ในระดับ -1 SD ของค่าเฉลี่ยในอดีตเท่านั้น


โดยปรับประมาณการผลประกอบการปี 65-66 ขึ้น 15-19% มาที่ 356 ล้านบาท (เติบโต 52%จากปีก่อน) และ 403 ล้านบาท (เติบโต 13% จากปีก่อน ตามลำดับ เพื่อสะท้อน 1.ผลประกอบการในในไตรมาส 1/65 ที่สูงกว่าที่เราคาดไว้ 2) เราปรับสมมติฐานปริมาณขายน้ำมันขึ้นเล็กน้อยมาที่ 1,066 ล้านลิตร (เติบโต 14%จากปีก่อน) จากความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มขึ้นตามกิจกรรมการเดินทาง


2.เราคาดค่าการตลาดน้ำมันคาดอยู่ที่ 1.50 บาทต่อลิตร จากเดิมคาด 1.30 บาทต่อลิตรสะท้อนแนวโน้มค่าการตลาดที่มีทิศทางดีขึ้น แต่ยังคงมีมุมมองที่ระมัดระวังด้วยสมมติฐานของเราต่ำกว่า 1.61 บาทต่อลิตรซึ่งเป็นระดับสูงสุดของบริษัทในไตรมาส 1/65 รวมทั้งปรับค่าใช้จ่ายต่อลิตรอยู่ที่ 1.32 บาทต่อลิตร (สูงกว่าในไตรมาส 1/65 ที่ 1.23 บาทต่อลิตร) ซึ่งเราคาดส่งผลให้กำไรสุทธิต่อลิตรปรับขึ้นมาอยู่ที่ 0.33 บาทต่อลิตร (จาก 0.25 บาทต่อลิตรในปีก่อน )

This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”