BLESS เปิดเทรดวันแรกราคาเหนือจอง 11.43% ตั้งเป้า 3-5 ปี รายได้โตแตะ 2 พันล้านบาท เตรียมจ่ายปันผลให้ผู้ถือหุ้นทันทีหลังเข้าเทรด
เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เรียบร้อย สำหรับหุ้นอสังหาฯ น้องใหม่อย่าง BLESS ซึ่งเปิดการซื้อขายที่ราคา 1.56 บาท เพิ่มขึ้น 11.43% จากราคาไอพีโอที่ 1.40 บาท ด้านผู้บริหารตั้งเป้า 3-5 ปี รายได้แตะ 2,000 บาท พร้อมพิจารณาจ่ายเงินปันผลจากกำไรสะสมทันที
นายชัยวัฒน์ โกวิทจินดาชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เบล็ส แอสเสท กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BLESS กล่าวว่า การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ mai ครั้งนี้ นักลงทุนให้การตอบรับหุ้นของบริษัทเป็นอย่างดี โดยราคาอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ซึ่งบริษัทจะมุ่งมั่นและพัฒนาเพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
โดยบริษัทตั้งเป้าหมายในระยะ 3-5 ปี รายได้จะเติบโต 1 ตัว หรือแตะระดับ 2,000 ล้านบาท จากปี 2564 ที่มีรายได้ 795.62 ล้านบาท จากฐานทุนและเครื่องมือทางการเงินที่มากขึ้นภายหลังการเข้าจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ฯ mai ซึ่งช่วยสนับสนุนให้บริษัทเติบโตได้ตามเป้าหมาย
สำหรับแนวโน้มการดำเนินงานในปี 2565 บริษัทตั้งเป้ารายได้จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 20% จากปีก่อน จากการรับรู้รายได้โครงการ Bless Ville บางปู ที่คาดว่าจะเริ่มโอนในช่วงไตรมาส 3/65 และยอดขายที่รอรับรู้รายได้ (Backlog) อีกราว 400 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะทยอยเข้ามาในช่วง 3-6 เดือนข้างหน้า ทั้งนี้ บริษัทยังตั้งเป้าหมายรักษาระดับ Gross profit และ Net profit ในปีนี้ ไม่ให้อยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปีที่ 30% และ 10% ตามลำดับ
นอกจากนี้ ในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 บริษัทเตรียมเปิดโครงการอสังหาฯ แนวราบ รองรับความต้องการของผู้บริโภคที่มีจำนวนมาก สอดคล้องกระแส New Normal ที่คนส่วนใหญ่ใช้เวลาและทำงานที่บ้าน (Work From Home) มากขึ้น โดยเตรียมเปิดโครงการ Blessington เจาะกลุ่มลูกค้าตลาดกลาง-บน คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ในปี 2566
ทั้งนี้ บริษัทมีโครงการที่อยู่ระหว่างการขายและพัฒนา ณ สิ้นไตรมาส 1/65 มูลค่ากว่า 2,970 ล้านบาท และมีโครงการบ้านเดี่ยวที่กำลังจะเปิดตัวใหม่มูลค่า 720 ล้านบาท
ส่วนเงินที่ได้จากการระดมทุนประมาณ 270 ล้านบาท บริษัทจะนำไปใช้เป็นเงินลงทุนในการซื้อที่ดินและพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ 220 ล้านบาท ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานของบริษัทฯ รองรับแผนการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วง 3 ปีข้างหน้า 35.34 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีกราว 15 ล้านบาท บริษัทจะใช้ชำระคืนหนี้เงินกู้ยืม ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ลดงมาอยู่ในระดับต่ำกว่า 1.2 เท่า จากไตรมาส 1/65 ที่อยู่ที่ 1.43 เท่า
ปัจจุบันบริษัทมีกำไรสะสมอยู่ราว 200 ล้านบาท ซึ่งอาจพิจารณาจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นภายหลังเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ทันที อย่างไรก็ตาม ต้องรอประเมินภาพรวมของผลประกอบการอีกครั้ง
ขณะที่ภาพรวมตลาดอสังหาฯ น่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และคาดว่าในช่วงครึ่งหลังของปีนี้จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับปัจจัยบวกจากนโยบายภาครัฐในการกระตุ้นกำลังซื้ออสังหาฯ ผ่านมาตรการลดค่าโอนและค่าจดจำนอง รวมถึงธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปลดล็อกมาตรการ LTV ถึงสิ้นปี 2565 จะเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อบ้านได้ง่ายขึ้น
นายอภิชาต แสงจันทร์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการจัดหน่ายและรับประกันการจำหน่าย กล่าวว่า BLESS เป็นหุ้นอสังหาฯ ที่มีความน่าสนใจ เนื่องจากมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ผู้บริหารมีประสบการณ์ในธุรกิจมายาวนานกว่า 30 ปี ทำให้มีความรู้ความเข้าใจตลาดเป็นอย่างดี การเข้าระดมทุนและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯช่วยเพิ่มศักยภาพในการเติบโตให้กับบริษัทฯ โดยบริษัทฯ วางเป้าหมายรักษาการเติบโตของรายได้อย่างต่อเนื่องในแต่ละปี และรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ในระดับเฉลี่ยประมาณ 30% ต่อปี ขณะที่กำไรสุทธิในช่วงที่ผ่านมาไม่น้อยกว่า 10%
“มั่นใจว่า BLESS จะเป็นหนึ่งในหุ้นอสังหาฯที่สร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุน เนื่องจากอยู่ในวัฏจักรของการเติบโต เรียกได้ว่าเป็นหุ้น High Growth-High Margin จากแผนการขยายตลาดแนวราบ ในกลุ่มลูกค้าตลาดกลางและบน ที่มีกำลังซื้อค่อนข้างสูง ทำให้เห็นโอกาสการเติบโตในอนาคต” นายอภิชาต กล่าวในที่สุด
