Official Update :

นักวิเคราะห์ชู BH เป็น Good Company ชี้มูลค่าหุ้นยังตึงตัว แนะรอจังหวะก่อนเข้าซื้อ

BH เป็นหุ้นโรงพยาบาลที่อยู่ในรายชื่อหุ้นน่าลงทุนของนักวิเคราะห์หลายสำนัก ด้วยแนวโน้มผลประกอบการที่ฟื้นตัวจากการเปิดประเทศ ทำให้ผู้ป่วยต่างชาติเดินทางเข้ามารักษาพยาบาลได้มากขึ้น ส่งผลให้คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2565 และ 2566 ยังมีการเติบโตต่อเนื่อง ขณะเดียวกันราคาหุ้นในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาก็ปรับตัวเพิ่มขึ้น 16% ตอบรับปัจจัยบวกดังกล่าวข้างต้น


แต่ในแง่ของนักลงทุนมือใหม่ ด้วยปัจจัยพื้นฐานดี ธุรกิจมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง แต่ราคาหุ้นของ BH ปรับตัวขึ้นมาอยู่ในระดับสูง ยังสามารถเข้าลงทุนเป็น หุ้นตัวแรก ได้หรือไม่ ซึ่งนักวิเคราะห์ที่จะมาช่วยไขข้อสงสัยให้กับ Wealthy Thai คือ คุณอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด


โดยคุณอภิชาติ ให้มุมมองว่า ในแง่ของปัจจัยพื้นฐาน BH หรือ บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) ถือเป็นหุ้น Good Company จากแนวโน้มกำไรในปี 2565 ที่คาดจะเติบโตเกือบ 2 เท่า และปี 2566 ที่คาดว่ากำไรจะเติบโตอีก 20% แต่มูลค่าหุ้นค่อนข้างตึงตัว อยู่ในระดับสูงกว่า 180 บาท ซึ่งบล.ทิสโก้ ให้มูลค่าเหมาะสมอยู่ที่ระดับ 174 บาท ซึ่งหากนักลงทุนมือใหม่สนใจเข้าลงทุนในหุ้น BH แนะนำให้รอจังหวะที่ราคาย่อตัวลงค่อยเข้าลงทุน


ส่วนปัจจัยที่ต้องระมัดระวัง คือ การเปิดประเทศเพื่อรับนักท่องเที่ยวและผู้ป่วยต่างชาติ ซึ่งหากสถานการณ์ Covid-19 กลับมารุนแรงอีกครั้ง อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางระหว่างประเทศ ทำให้ผู้ป่วยต่างชาติไม่สามารถเดินทางเข้ามาได้ นอกจากนี้ ยังต้องติดตามการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจในอนาคต ซึ่งอาจเป็นค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น กดดันต่อการรับรู้กำไร


ด้านนักวิเคราะห์จากบล.เคทีบีเอสที ก็แนะนำให้ ซื้อ BH เช่นกัน แต่ให้ราคาเป้าหมายสูงถึง 222 บาท จาก 3 ปัจจัยหลัก ดังนี้ 1. BH เป็นหนึ่งในผู้นำผู้ให้บริการทางการแพทย์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, 2. ได้ประโยชน์จากการเปิดประเทศหนุน medical tourism ฟื้นตัว และบริษัทมีสัดส่วนรายได้ผู้ป่วยต่างชาติปีก่อนโควิดอยู่ราว 67%


เราเริ่มเห็นผู้ป่วยต่างชาติเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ ไตรมาส 1/66 และ 3. กำไรปี 2565-2566 เติบโตต่อเนื่องที่ 150% และ 29% ตามลำดับ จาก organic growth และ pent up demand ซึ่งฝ่ายวิเคราะห์ประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 2/65 ที่ 723 ล้านบาท เติบโต 234% จากไตรมาส 2/64 แต่ทรงตัวจากไตรมาส 1/65 โดยกำไรขยายตัวโดดเด่นจากไตรมาส 2/64 จากฐานที่ต่ำ เนื่องจากมีการล็อกดาวน์ห้ามต่างชาติเข้าไทยในช่วงเม.ย. 2564, 2. รายได้รวมขยายตัว 36% จากรายได้ผู้ป่วยต่างชาติขยายตัว หลังการเปิดประเทศ และรายได้ผู้ป่วยในประเทศขยายตัว 8% และ 3. อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวจากสัดส่วนผู้ป่วยต่างชาติขยายตัว และ BH ได้ปรับ discount rate ลง อีกทั้งกำไรยังทรงตัวจากไตรมาส 1/65 แม้เป็น low season ของกลุ่มโรงพยาบาล


อย่างไรก็ตาม บล.เคทีบีเอสที ประเมินกำไรสุทธิปี 2565 อยู่ที่ 3,043 ล้านบาท เติบโต 150% และปี 2566 ประเมินกำไรสุทธิที่ 3,919 ล้านบาท เติบโต 29% จากรายได้ต่างชาติทำสถิติสูงสุดใหม่ ด้านราคาหุ้นในช่วง 1 และ 3 เดือนที่ผ่าน outperform SET ราว 12% และ 24% จากการเปิดประเทศ ซึ่งฝ่ายวิเคราะห์มองว่า valuation น่าสนใจ ปัจจุบัน BH เทรดอยู่ที่ PEG 1.02เท่า ต่ำกว่าคู่แข่งที่ PEG 2.19 เท่า



ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้