Official Update :

ส่อง! 3 หุ้นร้านอาหาร M-AU-ZEN ในวันที่ธุรกิจพลิกจากขาดทุน เป็นกำไร

การเปิดประเทศของไทยหลังจากสถานการณ์การระบาด covid-19 เริ่มกลับมาใกล้จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติกันแล้ว ซึ่งจะเห็นได้จากตัวเลขการเดินทางของนักท่องเที่ยวที่ภาครัฐคาดการณ์ว่าในสิ้นปี 65 จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมายังประเทศไทยกว่า 7-10 ล้านคน นั่นแสดงให้เห็นว่าตัวเลขการใช้ชีวิตประจำปกติทั่วไปของคนในประเทศเริ่มมีมากขึ้นจากเดิม และกำลังจะเรียกได้ว่ากลับเข้าสู่สภาวะปกติกันแล้ว


โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับประโยชน์ในกลุ่มแรกๆคงจะหนีไม่พ้นหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว โรงแรม หรือกลุ่มเดินทางเปิดเมืองด้านการขนส่ง แต่อย่างไรก็ตามกลุ่มอุตสาหกรรมที่ยังคงได้รับประโยชน์อย่างต่อเนื่องจากการเปิดเมืองคืออุตสาหกรรมร้านอาหารในประเทศ ที่ผู้บริโภคปรับเปลี่ยนพฤติกรรมออกมาบริโภคใช้จ่ายร้านอาหารนอกบ้านกันมากขึ้น อย่างเห็นได้ชัดจากบรรยากาศการเดินทางในช่วงวันหยุด และช่วงเทศกาลวันหยุดของไทย


ภาพที่เราเคยชินตากำลังจะกลับมาของบรรยากาศในห้างสรรพสินค้า ที่เต็มไปด้วยผู้คนยืนรอต่อคิวเข้าร้านอาหารในหลายแห่ง ซึ่งเห็นได้ชัดตั้งแต่ในช่วงปลายไตรมาส 1/65 ที่ผ่านมา ดังนั้นในจุดนี้จึงสะท้อนให้เห็นว่านอกเหนือจากหุ้นในกลุ่มธีมเปิดเมืองอื่นๆนั้น หุ้นกลุ่มร้านอาหารก็น่าจะได้รับความสนใจเช่นกัน จากกำลังซื้อในประเทศที่ยังคงมีอยู่ ถึงแม้อาจจะต้องเจอกับปัจจัยเงินเฟ้อที่จะเข้ามามีผลกระทบบ้าง แต่เรื่องของการบริโภคอาหารถือว่ายังเป็นสิ่งจำเป็นต่อชีวิต


ดังนั้นในครั้งนี้ Wealthy Thai จึงได้รวมความน่าสนใจของหุ้นในกลุ่มร้านอาหารชั้นนำแถวหน้าของตลาดหุ้นไทยอย่างหุ้น M หรือ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และบริษัท อาฟเตอร์ ยู จำกัด (มหาชน) หรือ AU รวมถึงบริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ZEN มาให้นักลงทุนรับชมเพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจใช้ลงทุน นอกจากนี้ธีมหุ้นเปิดเมืองแล้ว ยังเป็นกลุ่มหุ้นที่กำไรไตรมาส 2/65 เติบโตต่อเนื่องจากไตรมาส 1/65 และพลิกมีกำไรจากปีก่อน และนอกจากนี้ราคาหุ้นยังมีอัพไซด์ตั้งแต่ระดับ 10-25%



M ทุกๆยอดขายที่เพิ่มขึ้น 5% ดันกำไรโตอีก 16%

เริ่มกันที่ความน่าสนใจของหุ้น M หรือที่คนทั่วไปรู้จักกันในชื่อของ ร้านสุกี้ MK นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า โมเมนตัมยอดขายเร่งตัวขึ้นจากการเปิดประเทศ ซึ่งสะท้อนให้ประเมินว่ากำไรสุทธิไตรมาส 2/65 จะอยู่ที่ 430 ล้านบาท ซึ่งพลิกจากขาดทุนสุทธิ 99 ล้านบาทในปีก่อน และเพิ่มขึ้น 59% จากไตรมาส 1/65 เนื่องจาก ยอดขายของร้านอาหารดีขึ้น ประกอบกับ GPM เพิ่มขึ้นเล็กน้อย


โดยคาดว่ายอดขายจะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งเป็น 4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58% จากปีก่อน และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากไตรมาส 1/65 อีก 14% เพราะ สถานการณ์ covid-19 ดีขึ้น และฐานที่ต่ำในปีก่อน ใช้สมมติฐาน SSSG ของ MK ที่ 60% ของยาโยอิที่เพิ่มขึ้น ที่ 53% และของแหลมเจริญซีฟู้ดที่เพิ่มขึ้นกว่า 54%


ทั้งนี้หากงบในไตรมาส 2/65 เป็นไปตามคาด และหากอิงจากประมาณการยอดขายสาขาเดิมในครึ่งแรกของปี 65 ที่เติบโต 35% เรามองว่าประมาณการรายได้ปี 65 น่าจะยังมี upside อีก (เราใช้สมมติฐาน SSSG ที่ 28.5%) ซึ่งจากการวิเคราะห์sensitiviy เราคาดว่ายอดขายสาขาเดิมที่เพิ่มขึ้นทุก ๆ 5จะทำให้กำไรสุทธิของ M เพิ่มขึ้น 16% จึงยังคงคำแนะนำซื้อ M และประเมินราคาเป้าหมายปี 65 ที่ 58 บาท



AU กำไรพลิกเป็นบวก และแนวโน้มกลับมาแข็งแกร่ง

มาต่อกันที่ AU หรือ บริษัท อาฟเตอร์ ยู จำกัด (มหาชน) นักวิเคราะห์มองว่าผลประกอบการดีขึ้นอย่างมากทั้งจากไตรมาส 1/65 และช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งจะพลิกเป็นกำไรสุทธิ 23 ล้านบาทจากขาดทุนสุทธิ 7 ล้านบาท เนื่องจากผลการดำเนินงานดีขึ้นในทุกระดับ และประเมินแนวโน้ม ผลประกอบการจะฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่ง ในช่วงครึ่งหลังปี65 จากการที่ผู้คนกลับมาดำเนินกิจกรรมการใช้ชีวิตปกติ และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเร่งตัวขึ้น


โดยคาดว่ายอดขายของ AU จะเพิ่มขึ้นได้ถึง 51% จากปีก่อนเนื่องจากสถานการณ์ covid-19 ดีขึ้น, จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเร่งตัวขึ้น, และฐานต่ำในไตรมาส 2/64 ซึ่งคาดว่าขอดขายสินค้า และวัตถุดิบ ที่คิดเป็น 8% ของขอดขาย) จะดีขึ้นถึง 173% จากปีก่อน และเนื่องจากจำนวนสาขา franchise ของร้าน Mikka เพิ่มขึ้นเป็น 103 ร้าน (จาก 51 ร้านในไตรมาส 2/64 และ 83 ร้านในไตรมาส 1/65) อีกทั้งผู้คนกลับเข้าไปทำงานในสำนักงานซึ่งมีสาขาร้านตั้งอยู่มากขึ้นนอกจากนี้ ยอดขายของสาขา franchise ในฮ่องกงยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกด้วย



ZEN มีกลยุทธระยะยาวที่กระจายความเสี่ยง

และปิดท้ายกัน ZEN โดยนักวิเคราะห์ให้มุมมองแบบเห็นภาพที่ชัดขึ้น คือกำไรสุทธิไตรมาส 2/65 จะอยู่ที่ 27 ล้านบาท ซึ่งพลิกเป็นกำไรได้หากเทียบกับปีก่อนที่ขาดทุน และเติบโตกว่า 541% จากไตรมาส 1/65 จากยอดขายฟื้นตัวแรงจาก การเปิดเมืองและฐานปีก่อนต่ำ (ปิดสาขา 1-17 พค. และจำกัดที่นั่งหลังจากนั้น)


โดย คาด SSSG จะเติบโตได้กว่า 39%  รวมถึง รวมงบรายได้จาก KMF (จำหน่ายและค้าส่งอาหารทะเลแช่แข็ง) เริ่มมี.ค.65 คาดราว 60 ล้านบาท และรายได้รวม 757 ล้านบาท ทั้งนี้หากไม่รวม KMF รายได้คิดเป็น 90% ของ Precovid


ขณะเดียวกัน ประเมินอัตรากำไรขั้นต้น อยู่ที่ 44.5% ลดเล็กน้อยจากไตรมาส 1/65 เพราะผลกระทบต้นทุนวัตถุดิบยังสูง และรวมงบ KMF ซึ่ง Margin ต่ำกว่า แม้จะปรับเพิ่มราคาชดเชยบางส่วนปลายไตรมาส 1/65 แต่อย่างไรก็ตามถือว่าเพิ่มจาก 38.3% จากปีก่อน ที่ต่ำผิดปกติจากการปิดสาขา


ยังคงแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” จากราคาเป้าหมายที่ 12.9 บาท อิง DCF (WACC 8.5%, TV Growth 1%) จากแนวโน้มกำไรฟื้นตัว และชอบกลยุทธ์ระยะกลางยาวกระจายความเสี่ยงของรายได้ทั้งสร้าง Brand Champion ในช่องทาง Food delivery, ช่องทางสาขาเพิ่มรายได้แบรนด์ Buffet และเพิ่มช่องทางรายได้ค้าปลีก



Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่