กองทรัสต์ราคาร่วงดันผลตอบแทนพุ่ง พบ 3 กองทุนอัตราปันผลทะลุ 10 %
ราคากองทรัสต์ที่ปรับตัวลดลงนั้นส่วนหนึ่งเกิดจากภาพตลาดหุ้นที่ปรับตัวลดลง ในเวลาเดียวก่อนหน้านี้ต้องยอมรับว่า กองทรัสต์ เป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบจาก Covid-19 ทำให้อัตราการเช่าพื้นที่ปรับลดลง แต่เวลานี้ กองทรัสต์ น่าจะผ่านจุดต่ำสุด และอาจมีแนวโน้มที่ฟื้นตัวได้
อย่างกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท หรือ WHART กองทรัสต์ในพื้นที่คลังสินค้า ของกลุ่ม WHA ยังคงเป็นกองทรัสต์ที่โดดเด่น กองหนึ่งในปัจจุบัน โดยบล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส ให้คำแนะนำ WHART ซื้อ ราคาพื้นฐาน 12.30 บาท
โดยมองว่า WHART หุ้นปันผล คาดยิลด์ปีนี้ 7.7% ทั้งนี้กองทุนมีแผนการซื้อสินทรัพย์เพิ่มอีก 5 โครงการ ตามกำหนดการคือ ไตรมาส 4 ปี 65 ทั้งนี้จะมีการแสวงหาเงินทุนจากทั้งสองวิธีคือ การก่อหนี้เพิ่ม และการเพิ่มทุน
คาดว่าจะมีข้อดีคือ เงินปันผลต่อหุ้น (DPU) จะเพิ่มขึ้นได้อีกเล็กน้อย ทั้งนี้ราคาหน่วยลงทุนฯ ได้ปรับตัวลดลงมากถึง 24% ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (YTD) มีลักษณะการปรับลงคล้ายกับหุ้นเทคโนโลยี ด้วยเหตุผล คือ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีที่สูงขึ้น,การเพิ่มทุน ทำให้เป็นการเรียกเงินจากนักลงทุน (Cash Call) และทำให้เกิด Dilution Effect แต่ราคาหน่วยลงทุนฯ ได้ปรับตัวลดลง ก็ยังผลให้คาดการณ์อัตราผลตอบแทนเงินปันผล ปี 65F นี้ สูงไปถึงระดับ 7.7% แล้ว และปี 66F ที่ 7.8% และมีข้อดีคือ จ่ายเป็นรายไตรมาสด้วย
คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาพื้นฐานใหม่ปรับขึ้นเล็กน้อยเป็น 12.30 บาท ซึ่งประเมินด้วยวิธี DCF ราคาปิดมีส่วนเพิ่มเทียบกับราคาพื้นฐานสูงเป็น 27%
PROSPECT เดินหน้าเพิ่มทุน
นางสาวอรอนงค์ ชัยธง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรอสเพค รีท แมเนจเมนท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหน่วยทรัสต์ครั้ง มีมติเป็นเอกฉันท์อนุมัติการลงทุนในทรัพย์สินที่จะลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 2 ของกองทรัสต์ PROSPECT โดยออกหน่วยทรัสต์เพิ่มเติมจำนวนไม่เกิน 180,000,000 หน่วย ทั้งนี้ วัตถุประสงค์หลักของการเพิ่มทุนจะนำมาลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติม ดำเนินตามกลยุทธ์หลักของกองทรัสต์ผ่านการคัดเลือกทรัพย์สินที่มีคุณภาพสูงในทำเลศักยภาพอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ ตลอดจน ผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ ซึ่งปัจจัยดังกล่าว จะสามารถดึงดูดผู้เช่าให้สนใจทำสัญญาระยะยาว สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้แก่กองทรัสต์และส่งต่อผลตอบแทนที่สม่ำเสมอคืนสู่ผู้ถือหน่วย
ทรัพย์สินที่กองทรัสต์ PROSPECT จะลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 2 ประกอบด้วย อาคารคลังสินค้าและโรงงานพร้อมเช่าแบบ Ready-Built ในโครงการบางกอกฟรีเทรดโซน 2 (ถนนเทพารักษ์) เป็นพื้นที่ในเขตประกอบการทั่วไป (General Zone) พื้นที่เช่า 20,996 ตร.ม. และ โครงการบางกอกฟรีเทรดโซน 3 (ถนนบางนา-ตราด กม.19) พื้นที่เช่า 49,133 ตร.ม. เป็นพื้นที่ในเขตปลอดอากร (Free Zone) ทั้งหมด ทำให้ผู้เช่าจะมีสิทธิประโยชน์ทางภาษี ตอบโจทย์ธุรกิจโลจิสติกส์ การนำเข้า-ส่งออกสินค้า ที่ปัจจุบันมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง และทั้งสองโครงการยังตั้งอยู่ในเขตพื้นที่สีม่วง ผู้เช่าสามารถใช้ประโยชน์เพื่อประกอบการอุตสาหกรรมจัดตั้งเป็นโรงงานได้
นอกจากนี้ จุดแข็งของโครงการบางกอกฟรีเทรดโซน 2 และ 3 ได้รับการออกแบบอาคารโฉมใหม่ที่มีมาตรฐาน ทันสมัยและปรับรูปแบบอาคารเป็นคลังสินค้าหรือโรงงานให้ยืดหยุ่นได้ตามการใช้งานของผู้เช่าแต่ละราย พร้อมเพิ่มทางเลือกพื้นที่เช่าขนาดใหญ่ขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการต้องการขยายพื้นที่จัดเก็บสินค้าในอนาคต อีกทั้งที่ตั้งโครงการยังสะดวกแก่การขนส่งสินค้า เชื่อมโยงฐานการผลิตและการขนส่งสินค้าทั้งทางบก ทางอากาศ และทางทะเล สะท้อนถึงคุณภาพของทรัพย์สินที่คัดเลือกเข้าสู่กองทรัสต์
ด้วยรูปแบบการลงทุนในสิทธิการเช่า (Leasehold) และ รูปแบบกรรมสิทธิ์ (Freehold) ภายหลังจากการเข้าลงทุนใน 2 โครงการ จะทำให้ทรัพย์สินแบบ Freehold ของกองทรัสต์เพิ่มขึ้นเป็น 28.2% ของมูลค่าประเมินของทรัพย์สินทั้งหมด ขณะเดียวกัน ทรัพย์สินแบบ Leasehold จะมีระยะเวลาการเช่ายาวขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อกองทรัสต์ในระยะยาว

