โพยหุ้น 8 หุ้นเด่นที่คาดไตรมาส 2/65 กำไรจะเติบโตเกิน 100%
เริ่มเข้าสู่ช่วงรายงานผลประกอบการงวดไตรมาส 2/65 กันแล้ว นักลงทุนต่างเฝ้ารอคอยอย่างมีความหวังว่าหุ้นในดวงใจจะรายงานกำไรออกมาเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีในแง่ของการลงทุน ดังนั้น Wealthy Thai จึงได้รวบรวมหุ้นที่นักวิเคราะห์ต่างออกมาประเมินว่ากำไรไตรมาส 2/65 จะเติบโตได้มากกว่า 100% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
โดยจากการรวบรวมเบื้อต้นพบว่านักวิเคราะห์ได้ออกมาประเมินไว้ว่า 7 หุ้นที่มีโอกาสกำไรไตรมาส 2 จะเติบโตเกิน 100% ประกอบด้วย SPRC M CRC BH PTTEP MAJOR GFPT และ MINT พร้อมกับสำรวจบทวิเคราะห์เพิ่มเติมอีกว่าส่วนใหญ่ยังมองทั้ง 8 หุ้นนี้มีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง
สะท้อนจากนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” หุ้นที่คาดว่างบไตรมาส 2/65 จะออกมาเติบโตโดดเด่นอย่าง
SPRC คาดมีกำไร 6,346 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 720% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 20% จากไตรมาสก่อน ให้ราคาเป้าหมายเฉลี่ย (TP) 13.80 บาท
M คาดมีกำไร 366 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 468% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 35%จากไตรมาสก่อน ให้ราคาเป้าหมายเฉลี่ย 62.00 บาท,
CRC คาดมีกำไร 841 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 278%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 30%จากไตรมาสก่อน ให้ราคาเป้าหมายเฉลี่ย 43.00 บาท,
BH คาดมีกำไร 750 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 246%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 3%จากไตรมาสก่อน ให้ราคาเป้าหมายเฉลี่ย 189 บาท,
PTTEP คาดมีกำไร 21,065 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 195% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 100%จากไตรมาสก่อน ให้ราคาเป้าหมายเฉลี่ย 178 บาท,
MAJOR คาดมีกำไร 139 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 164%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 477%จากไตรมาสก่อน ให้ราคาเป้าหมายเฉลี่ย 24.73 บาท,
GFPT คาดมีกำไร 444 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 144%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 2.6%จากไตรมาสก่อน ให้ราคาเป้าหมายเฉลี่ย 19.00 บาท,
MINT คาดมีกำไร 1,031 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 126%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 127% จากไตรมาสก่อน ให้ราคาเป้าหมายเฉลี่ย 41.00 บาท
สำรวจปัจจัยพื้นฐาน
SPRC โดยบริษัท หลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แนะนำ “ซื้อ” ราคาพื้นฐาน 13.70 บาท คาดได้ประโยชน์จากอุปสงค์ฟื้นตัวหนุนค่าการกลั่นเฉลี่ยทำสถิติสูงสุดและคาดกำไรจะทำ All time high แม้มีค่าใช้จ่ายพิเศษจากเหตุน้ำมันรั่วแต่คาดจะสามารถชดเชยได้ทั้งหมด และยังเป็นหุ้นที่ให้ผลตอบแทนเงินปันผลที่สูง แม้คาดการดำเนินงานจะผ่านจุดสูงสุดแล้วในไตรมาส 2/65 แต่ แนะนำ “ซื้อ” ราคาพื้นฐาน 13.70 บาท (อ้างอิง P/B ที่ 1.28 เท่า)
M โดยนักวิเคราะห์บริษัท หลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายที่ 60 บาท กำไรสุทธิปี 65 อาจมี downside ราว 10% จากต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่าย SG&A ที่มากกว่าคาดเดิม แต่ยังไม่เปลี่ยนแปลงภาพที่จะเติบโตมากจากปีก่อน และครึ่งหลังปีนี้ จะโตเด่นกว่าครึ่งปีแรก คงคำแนะนำ ซื้อ ตอบรับการฟื้นตัวเด่นของกำไรสุทธิในไตรมาส 2/65 เลือก M เป็น Top Pick
CRC โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 44 บาท โดยยังคงชอบ CRC จากผลการดำเนินงานที่อยู่ในช่วง Turnaround เด่นที่สุดในกลุ่มค้าปลีก โดยยังคงเป็นหุ้นเด่นสำหรับปีนี้ คู่กับ CPALL
BH โดยบริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า คาดว่ากำไรสุทธิของ BH ในไตรมาส 2/65 จะออกมาแข็งแกร่งที่ 743 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 243.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 2.5%จากไตรมาสก่อน คิดเป็น 29.3% ของประมาณการกำไรปีนี้ที่ 2.53 พันล้านบาท โดยได้แรงหนุนจากการที่จำนวนผู้ป่วยต่างชาติของ BH เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ยังคงคำแนะนำ ถือ และประเมินราคาเป้าหมาย DCF ปี 2565 ที่ 182 บาท
PTTEP โดยบริษัท หลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า ได้นำตัวเลขน้ำมันดิบเบรนท์จาก Jefferies มาใช้ในประมาณการ ทำให้มีการปรับกำไรเพิ่มขึ้น 16%, 14% และ 5% สำหรับปี 65-67 ตามลำดับ และได้เพิ่มมูลค่าเหมาะสมเป็น 161 บาท (จาก 148 บาท) แนะนำให้ “ถือ” ความเสี่ยงที่สำคัญคือ ราคาน้ำมันผันผวน
MAJOR นักวิเคราะห์บริษัท หลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า มอง Positive หนังทำเงินทยอยเข้าฉายต่อเนื่อง จาก Doctor Strange, Top Gun และวันนี้ Jurassic World จะเข้าฉาย คาดหนุนผลประกอบการ 2Q22F ฟื้นตัวอย่างมีนัยยะ และช่วงที่เหลือของปีมีหนังฟอร์มใหญ่จ่อคิวฉายต่อเนื่อง เช่น บุพเพสันนิวาส 2 และ Avatar เป็นต้น เราคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายที่ 24 บาท และยังเลือกหุ้น MAJOR เป็นหุ้น Top pick ของกลุ่ม Media
GFPT โดยบริษัท หลักทรัพย์ เคทีบีเอสที จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า คงคำแนะนำ “ซื้อ” และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 19.00 บาท จากเดิมที่ 17.80 บาท จากการปรับประมาณกำไรสุทธิปีนี้ขึ้น โดยคาดว่าในปี 66 ยังเติบโตได้เล็กน้อยจากการกำลังการผลิตจากโรงเชื่อดแห่งใหม่ที่จะมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่าตัว คาดว่าจะเริ่ม runที่ 70,000 ตัว/วัน ในช่วงกลางปี 66 จากกำลังการผลิตปัจจุบันที่ 150,000 ตัว/วัน
MINT โดยบริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ปิดเผยว่า คงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 39.90 บาท จากการอิงผลประกอบการปี 2565 เนื่องจาก MINT มีการกระจายรายได้ในต่างประเทศทั่วโลก และคาดฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในช่วงไตรมาส 2/65 เป็นต้นไปจาก High Season ของกลุ่ม NH Hotel และต่อด้วย High Season ของการท่องเที่ยวในประเทศไทย และมองว่าผลประกอบการของ MINT จะฟื้นตัวได้เร็วกว่ากลุ่ม จึงแนะนำ “ซื้อ”

