Official Update :

CHIC กำลังจะไม่ “ชิค” หุ้นดิ่งแรงจนราคาต่ำจอง ส่วนนักวิเคราะห์ให้เป้าหมาย 1.10 บาท

หุ้นไอพีโอส่งท้ายวันหยุดยาว อย่าง CHIC หรือ บริษัท ชิค รีพับบลิค จำกัด (มหาชน) ที่เข้าเทรดเมื่อวันที่ 27 ก.ค.65 และในวันนี้ถือเป็นการเทรดในตลาดหุ้นวันที่สอง แต่ดูเหมือนว่ากำลังโดนแรงเทขายอย่างหนัก จนล่าสุดราคาหุ้นต่ำกว่าราคาไอพีโอหุ้นละ 0.90 บาทไปเสียแล้ว สวนทางกับดัชนตลาดหุ้นที่บวกอย่างร้อนแรง ซึ่งการที่หุ้นปรับตัวลดลงแรงวันนี้ จะยังทำให้ CHIC มีความน่าสนใจหรือไม่นั้น บทความนี้มีคำตอบ


บทวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานของนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ประเมินราคาเป้าหมายที่ 1.10 บาท โดย CHIC ถือเป็น Home fashion store ที่มีจุดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งอาคารที่ออกแบบอย่างโดดเด่น และสินค้าที่มีสไตล์ ในเทรนด์ เฟอร์นิเจอร์แบบใหม่ Modtrad Style (Modern +Tradition Style) เจาะลูกค้าที่ต้องการความแตกต่าง ราคาสมเหตุสมผล ซึ่ง CHIC วางตำแหน่งการตลาดของสินค้าไว้อย่างชัดเจน โดยมีทั้งสินค้านำเข้าจากต่างประเทศและสินค้าที่บริษัทออกแบบสินค้าเอง โดยจ้าง supplier กว่า 50 ราย ภายใต้แบรนด์ของตนเอง 2 แบรนด์ คือ CHIC Replubic, Rina Hey และยังมีเฟอร์นิเจอร์แบรนด์หรู “Ashley” จากอเมริกา นำเข้าเพื่อจับกลุ่มลูกค้าระดับบน


โดยในปีนี้ บริษัทจะเข้าร่วมประมูลงานโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบ โรงแรม และโรงพยาบาล นอกเหนือจากงานโครงการการจัดหาและตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ ตามโครงการคอนโดเนียมที่เป็นงานหลักในปัจจุบัน เพื่อเป็นการขยายฐานลูกค้าและเพิ่มช่องทางรายได้ให้แก่กิจการ นอกจากนี้ ความต้องการเฟอร์นิเจอร์มีแนวโน้มสูง ตามการฟื้นตัวของภาคอสังหาฯ จากรายงานของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ คาดว่าการออกใบอนุญาตก่อสร้างที่พักอาศัยของไทยในปี 2565 จะพลิกกลับมาเติบโต 6.1% รวมถึงคาดการณ์ว่าตัวเลขยอดการโอนที่พักอาศัยของ ไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวจากที่เริ่มชะลอตัวลงตั้งแต่ปี 62 และชะลอตัวลงมากสุดถึง 26% ในปี 64 โดยคาดจะกลับมาเติบโต 25.1% ในปีนี้หนุนความต้องการซื้ อเฟอร์นิเจอร์ในประเทศที่มีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้นชัดเจนในปีนี


ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น บวกกับ CHIC ยังมีบริการออกแบบและตกแต่งภายในที่เป็นบริการใหม่เริ่มดาเนินการตั้ งแต่ปี 64 รวมถึงมีบริการให้เช่า เฟอร์นิเจอร์เพื่อเพิ่มช่องทางรายได้ในระยะยาว นอกจากนี้ยังมีเตรียมขยายพื้ นที่เช่าสาขาบางนา และสาขาราช พฤกษ์ เพิ่มช่องทางขายออนไลน์ที่กัมพูชา รวมถึงมีแผนเปิดสาขาใหม่อุดรธานีในปี 67 เพื่อหนุนการเติบโตในระยะ ยาว รวมทั้งยังมีแผนการลงทุนติดตั้งหลังคาพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อช่วยประหยัดค่าไฟฟ้า ส่งผลให้คาดกำไรสุทธิ ในปีนี้จะอยู่ที่ 74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 285% จากปีก่อนหน้า และคาดจะเติบโตอีก 13% ในปีถัดไป

This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”