Official Update :

เปิดคำทำนายกำไรไตรมาส 2/65 ของ PTTGC ก่อนจะประกาศผลงานวันพรุ่งนี้

Wealthy Thai จะพานักลงทุนมาสำรวจคำทำนายผลประกอบการงวดไตรมาส 2/65 ของ PTTGC หรือ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ในฐานะเป็นแกนนำของธุรกิจเคมีภัณฑ์ (Chemical Flagship) ของกลุ่ม ปตท. โดยในช่วงที่ผ่านมามีแรงกดดันเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นงวดไตรมาส 2/65 จะเป็นอย่างไร และอนาคตนับจากนี้จะน่าสนใจแค่ไหน บทความนี้มีคำตอบ


ไล่เรียงจากมุมมองของนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์เอเชีย เวลท์ จำกัด เปิดเผยว่า คาดว่าบริษัทจะมีกำไรสุทธิไตรมาส 2/65 อยู่ที่ 750 ล้านบาท ลดลง 82%จากไตรมาสก่อน และลดลง 97%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยลบมาจาก การรับรู้ Hedging Loss ที่คาดว่าจะมากถึง 1.26 หมื่นล้านบาท อัตราผลิตโอเลฟินส์ลดลงเหลือ 75% จากแผนการหยุดซ่อม Ethan Cracker เป็นเวลา 39 วัน และการรับรู้ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 2 พันล้านบาท


อย่างไรก็ตามมีมุมมองเป็นบวกต่อแนวโน้มกาไรสุทธิไตรมาส 3/65 เพราะแผนการหยุดซ่อมที่ลดลง โดยเฉพาะ Ethan Cracker ที่จะกลับมาเดินเครื่องเต็มกำลังผลิต ในช่วงไตรมาส 3/65 รวมทั้งคาดผลกระทบจาก Hedging Loss ที่ลดลง  และการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ในจีน จะเป็นปัจจัยหนุนระยะสั้น สำหรับ Demand กลุ่มปิโตรเคมี ซึ่งเชื่อว่าผลประกอบการไตรมาส 2/65 จะเป็นจุดต่ำสุดของปี 2565


โดยปัจจัยหนุนกำไรไตรมาส 3/65 ฟื้นตัว คือ ราคาและส่วนต่างราคาปิโตรเคมีเริ่มทยอยฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป อัตราผลิตเพิ่มหลังแผนหยุดซ่อมลดลง และ Hedging Loss ลดลงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 58 บาท


ถัดมา บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า คาดไตรมาส 2/65 จะมีกำไรสุทธิ 784 ล้านบาท ลดลง 81%จากไตรมาสก่อน และลดลง 97%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ถือเป็นกำไรรายไตรมาสระดับต่ำ สาเหตุหลักมาจากการอ่อนค่าของเงินบาท ทำให้ประเมินว่าจะมีขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 2 พันล้านบาท ประกอบกับการพุ่งขึ้นของส่วนต่างราคาน้ำมันดีเซลจาก 20 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ในไตรมาส 1/65 เป็น 43 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล (บนสมมติฐาน Hedging position ต้นไตรมาส 22 ล้านบาร์เรล) ทำให้คาดว่าจะมีขาดทุนป้องกันความเสี่ยงสูง 1.2 หมื่นล้านบาท


แต่แนวโน้มครึ่งปีหลังของปี 65 เริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้นจาก ราคาน้ำมันผันผวนน้อยลง และจีนคลาย Lockdown จะช่วยหนุนอุปสงค์ปิโตรเคมี รวมทั้งขาดทุน Hedging ลดลง (มีโอกาสพลิกเป็นกำไร) และ อัตราผลิตปิโตรเคมีสูงขึ้นจากครึ่งปีแรก หลังผ่านการปิดซ่อมบำรุงมาแล้ว อย่างไรก็ตามทั้งนี้ คงแนะนำ TRADING และคงราคาเหมาะสม 58.00 บาท เพราะงบไตรมาส 2/65 และเงินปันผลงวดครึ่งแรกของปี 65 อ่อนแอกว่าคู่แข่ง กำไรครึ่งปีแรกของปี 65 เป็น 22% ทำให้มี Downside เชิงกลยุทธ์แนะนำรอจังหวะเข้าลงทุนหลังผ่านงบไตรมาส 2/65 วันที่ 10 ส.ค.


และบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า คาดว่ากำไรสุทธิในไตรมาส 2/65 ที่ 1.2 พันล้านบาท (EPS 0.27 บาท) ลดลง 72%จากไตรมาสก่อน และ 95%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยธุรกิจโรงกลั่นถูกกระทบจากผลขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยง แต่คาดว่าการดำเนินงานใน ไตรมาส 3 จะดีขึ้นเนื่องจากไม่มีการปิดซ่อมบำรุง และอาจพลิกมีกำไรจากการป้องกันความเสี่ยง ยังคงแนะนำถือ และราคาเป้าหมาย 50 บาท


โดย Spread ของน้ำมันดีเซลของ PTTGC เมื่อสิ้นงวดไตรมาส 2 จะทำให้บริษัทต้องบันทึกผลขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยงที่รับรู้แล้ว 50 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล และผลขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยงที่ยังไม่รับรู้ 30 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล โดยอิงจากกราฟของ spread น้ำมันดีเซลในตลาดซื้อขายล่วงหน้า แต่หลังจากนั้น 28-30 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล


ดังนั้น บริษัทอาจจะพลิกจากที่มีผลขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยงมามีกำไรจากการป้องกันความเสี่ยงในไตรมาส 3/65 แทน นอกจากนี้ ยังคาดว่า PTTGC จะเพิ่มสัดส่วนของ gas feedstock เป็น 78% ในไตรมาส 3 จากระดับเฉลี่ยที่ 74% ในครึ่งปีแรกของปี 65 เนื่องจาก gas cracker 1 ล้านตันกลับมาเดินเครื่องผลิตแล้ว ซึ่งจะทำให้ margin ของ olefins และอนุพันธ์ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม PTTGC มีกำหนดจะปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นนาน 50 วันในไตรมาส 4/65



This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”