BGRIM-SCGP นำทีมหุ้นเด่น รับอานิสงส์ราคาน้ำมันดิบร่วงแรง!
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด มองว่าการที่ราคาน้ำมันดิบ WTI และ BRENT ที่ปรับตัวลง -3% เมื่อวันที่ 16 ส.ค.65 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลจากความกังวลต่อเศรษฐกิจจีน หลังยอดค้าปลีก. ผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.ค. ต่ำกว่าคาดของตลาด
ขณะเดียวกันอิหร่านใกล้บรรลุข้อตกลงโครงการอาวุธนิวเคลียร์ จึงมีแนวโน้มว่ามีโอกาสกลับมาส่งออกน้ำมันได้ใน 1-2 เดือนข้างหน้า ซึ่งคาดการณ์กันว่าจะมีปริมาณน้ำมันกลับเข้าสู่ระบบอีก 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน
โดยมองว่า SCGP เป็นหุ้นเด่นใน Theme ของ Ani-Commodities คาดการทยอยปรับขึ้นราคาขายในครึ่งปีแรก ซึ่งจะเริ่มเห็นผลในครึ่งหลังของปี โดยให้อัตรากำไรเร่งตัวขึ้น ขณะที่ต้นทุนพลังงานและค่า Freight ลดลงต่อเนื่องเป็นอีกปัจจัยบวก โดยคาดกำไรครึ่งหลังของปี 65 มีแนวโน้มเติบโตจากปีก่อน และเติบโตจากในช่วงครึ่งปีแรก
ทั้งนี้จากการสำรวจข้อมูลที่ของทางบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งได้ระบุว่า กลุ่มอุตสาหกรรมที่จะได้ประโยชน์ จากการที่ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นธีมการลงทุน Anti Commodities ได้แก่กลุ่มโรงไฟฟ้าประเภท SPP อย่าง BGRIM และ GPSC ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น
ประกอบกับกลุ่มอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง ที่มีต้นทุน เช่นราคาน้ำมัน ราคาถ่านหิน และเชื้อเพลิงทางเลือก ซึ่งผลกระทบคิดเป็นกว่า 20% ของต้นทุนรวม โดยหุ้นที่จะได้ประโยชน์ เช่น SCC และ SCCC รวมไปถึงหุ้นในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ที่จะได้ประโยชน์ เช่น BGC และ SCGP เพราะมีต้นทุนหลักคือเศษกระดาษ และเม็ดพลาสติก
รวมถึงกลุ่มรับเหมาก่อสร้างที่จะได้ประโยชน์ เพราะหากดูต้นทุนหลักๆของกลุ่มอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง ตัวราคาวัสดุก่อสร้าง ราคาน้ำมัน และค่าแรง ซึ่งมีผลต่อต้นทุนกว่า 8-12% ซึ่งหากในกรณีที่ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง จึงส่งผลบวกต่อกลุ่มผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้าง เช่น CK,STEC,SEAFCO และ PYLON
ด้านของกลุ่มอาหาร เกษตรและเครื่องดื่ม ถือเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่ได้รับอานิสงส์ในเชิงบวกจากการที่ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบต่างๆลดลงด้วยเช่นกันไม่ว่าจะเป็น ข้าวโพด กากถั่วเหลือง น้ำตาล เนื้อสัตว์ อลูมิเนียม ยาง หรือค่าขนส่ง ซึ่งหุ้นที่ได้ประโยชน์ เช่น CBG,OSP,ICHI,SNNP และPLUS
นอกจากนี้หุ้นในกลุ่มขนส่งโลจิสติกส์ ต้นทุนหลักคือค่าระวางเรือ เครื่องบิน และค่าระวางตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งค่าดังกล่าวคิดเป็นต้นทุนรวมประมาณ 5-10% ซึ่งหุ้นที่จะได้ประโยชน์ได้แก่ WICE-III

