Official Update :

BH – BDMS อนาคตสดใส! ยอดผู้ป่วยแน่น หนุนผลงานฟื้นตัวเด่น

หุ้นโรงพยาบาลขนาดใหญ่อย่าง BH และ BDMS กลับมาโดดเด่นและอยู่ในเรดาร์ของนักลงทุน แซงหน้าหุ้นโรงพยาบาลขนาดเล็กที่เคย Outperform จากการกลับมาของคนไข้ปกติจาก pent up demand ที่รอการรักษาจำนวนมาก และผลบวกจากการเปิดประเทศ ซึ่งทำให้คนไข้จากต่างประเทศเดินทางกลับมารักษาพยาบาลที่ไทย อีกทั้งในช่วงที่เหลือของปียังเข้าสู่ไฮซีซั่นของธุรกิจโรงพยาบาล ซึ่งจะมีไข้หวัดตามฤดูกาลเข้ามาช่วยสนับสนุน ทำให้ภาพรวมผลประกอบการของหุ้นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในช่วงที่เหลือของปีนี้ค่อนข้างสดใส


โดย BH หรือ บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) มีกำไรสุทธิไตรมาส 2/65 ที่ 1,166 ล้านบาท เติบโต 439% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน และเติบโต 61% จากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งนักวิเคราะห์จากบล.บัวหลวง ระบุว่า หากไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 4 ล้านบาท กำไรหลักของ BH จะอยู่ที่ 1,162 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 449% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน และ 60% จากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งสูงกว่าที่ฝ่ายวิจัยคาด 52% และมากกว่าตลาดคาด 64% (โดยมาจากรายได้การแพทย์ที่สูงขึ้นและอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น หนุนจากจำนวนผู้ป่วยด่างประเทศเป็นหลัก) BH ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับครึ่งแรกของปี 2565 ที่ 1.15 บาทต่อหุ้น ซึ่งคิดเป็นอัตราตอบแทนจากเงินปันผลขั้นต้นที่ 0.6% (จะขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 25 ส.ค. และจ่ายปันผลในวันที่ 8 ก.ย.)


ส่วนแนวโน้มไตรมาส 3/65 กำไรหลักจะเติบโตทั้งจากไตรมาส 3/64 และไตรมาส 2/65 จากการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึงการฟื้นตัวของผู้ป่วยต่างชาติ (ไตรมาส 2/65 อยู่ที่ 3.1 พันล้านบาท คิดเป็น 97% ของระดับก่อนเกิด Covid-19) รายได้การแพทย์จะเพิ่มขึ้นทั้งจากไตรมาสเดียวกันปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้าเช่นกัน เนื่องจากปัจจัยทางฤดูกาลตามอุปสงค์ผู้ป่วยฝั่งตะวันออกกลางที่ฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 2/65 เนื่องจากรอมฏอนระหว่างวันที่ 2 เม.ย. ถึง 1 พ.ค. โดยอัตรากำไรขั้นต้นจากธุรกิจการแพทย์จะขยายตัวจากไตรมาส 3/64 และไตรมาส 2/65 เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยต่างชาติเพิ่มขึ้น ฝ่ายวิจัยคาดสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายจะลดลงจากไตรมาสเดียวกันปีก่อน แต่ทรงตัวจากไตรมาสก่อนหน้า โดยฝ่ายวิจัยปรับประมาณการกำไรหลักปี 2565 เพิ่มขึ้น 43% เป็น 4.0 พันล้านบาท


อย่างไรก็ตาม กำไรไตรมาส 2/65 ที่เซอร์ไพรส์ฝ่ายวิจัยและตลาดจะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้น BH ดังนั้นฝ่ายวิจัยจึงปรับราคาเป้าหมายจาก 190 บาท ไปเป็น 215 บาท เพื่อสะท้อนการปรับประมาณการกำไร นอกจากนี้ คาดว่า BH จะรายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่งในไตรมาส 3/65 เพื่อสะท้อนการฟื้นตัวอย่างเต็มที่และโครงสร้างการจัดการแบบลีน ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยมีราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2565 ที่อิงจากวิธีคิดลดกระแสเงินสดที่ 215 บาท


ส่วน BDMS หรือ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) มีกำไรสุทธิไตรมาส 2/65 ที่ 2,664 ล้านบาท  เพิ่มขึ้น 84% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน แต่ลดลง 23% จากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งนักวิเคราะห์จากบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า สูงกว่าประมาณการของฝ่ายวิจัย 15% และสูงกว่าประมาณการของ Bloomberg Consensus ราว 7% เนื่องจากรายได้ดีกว่าที่ฝ่ายวิจัยคาด 7% โดยประสิทธิภาพในการทำกำไรดีขึ้นเทียบกับไตรมาส 2/64 เป็นผลจากรายได้ที่เติบโต โดยเฉพาะการกลับมาของผู้ป่วยต่างชาติ และการกลับมารักษาโรคชับซ้อนและรุนแรงที่มีมาร์จิ้นสูง รวมถึงผลจากนโยบายการควบคุมต้นทุน เป็นผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้นเป็น 35.0% จากไตรมาส 2/64 ที่ 31.5%  ประกอบกับดอกเบี้ยจ่ายปรับลดลง 20% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อนจากการไถ่ถอนหุ้นกู้ครบกำหนดจำนวน 2,500 ล้านบาท ตั้งแต่ไตรมาสก่อนหน้า


ขณะที่แนวโน้มไตรมาส 3/65 ฝ่ายวิจัยคาดผลประกอบการจะเติบโตดีต่อเนื่องทั้งจากไตรมาส 3/64 และไตรมาส 2/65 ซึ่งเข้า High season ของอุตสาหกรรมโรงพยาบาล ซึ่งจะมีไข้ตามฤดูกาล และผลบวกจากการเปิดประเทศทำให้คนไข้ต่างชาติกลับเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยภาพรวมปี 2565 ฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการกำไรปี 2565 ที่ 9,906 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% จากปีก่อน นอกจากนี้ ฝ่ายวิจัยยังมีมุมมองเป็นบวกจากการที่บริษัทลงทุนร่วมกับบริษัท COM7 ในการลงทุนร้านขายยาขนาดใหญ่ในรูปแบบ Standalone ซึ่งจะต่างจาก Save drug ที่ทำธุรกิจร้านขายยาเช่นกัน แต่จะมีรูปแบบที่ใหญ่กว่าเดิม โดยคาดว่าจะเริ่มธุรกิจได้ในช่วงไตรมาส 4/65


ดังนั้น จึงคงคำแนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมายปี 2565 ที่ 31 บาท โดยมองว่าผลประกอบการของ BDMS ในปี 2565 - 2566 จะเติบโต Outperform กลุ่ม เนื่องจากรับผลบวกจากการเปิดประเทศ ซึ่งคนไข้จากต่างประเทศจะกลับมารักษา ส่วนโครงการลงทุน BDMS Silver Wellness & Residence แม้จะเป็นโครงการใหญ่ใช้เงินลงทุนสูง แต่ฝ่ายวิจัยมองในเชิงบวก ที่จะช่วยหนุนการเติบโตในระยะยาว สำหรับราคาหุ้นแม้จะปรับเพิ่มขึ้นมาต่อเนื่อง และเหลือ Upside ราว 10% แต่ด้วยผลประกอบการที่ดีกว่าคาด ทำให้มี upside risk ในการปรับเพิ่มประมาณการ



ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้