TTA ราคา 1 ปีย้อนหลังทรุดกว่า 45.36% โบรกเกอร์เสียงแตก แนะทั้ง “ซื้อ” – “ถือเก็งกำไร” แม้กำไรครึ่งปีหลังไม่ดีเท่าครึ่งปีแรก
หากพูดถึงธุรกิจผู้ให้บริการขนส่งทางเรือเราเชื่อว่าจะไม่มีใครที่จะไม่เคยเห็นหรือผ่านหูผ่านตาบริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTA ไปได้
ด้วยโครงสร้างธุรกิจที่มีความน่าสนใจ เพราะนอกจากยังธุรกิจข้างต้นก็ยังมีกลุ่มธุรกิจบริการนอกชายฝั่ง กลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์เพื่อการเกษตร กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม
แต่ถ้านักลงทุนที่ติดตามความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น TTA ก็จะพบว่าในช่วง 1 ปีย้อนหลังมาถึงปัจจุบัน(ณ วันที่ 7 กันยายน 65)มีการปรับตัวลดลงถึง 45.36% จนราคาลงมาอยู่ที่ 8.25 บาท
ซึ่งคำถามสำคัญของนักลงทุนก็คือหุ้นดังกล่าวจะยังคงมีความน่าสนใจหรือไม่ ในวันนี้ทาง Wealthy Thai จึงจะขอพานักลงทุนและผู้อ่านไปหาคำตอบพร้อมๆกัน
โดยนักวิเคราะห์จากบล.ฟินันเซีย ไซรัส ให้คำแนะนำ “ถือเก็งกำไร” ให้ราคาเป้าหมายปี 2566 ที่ 12.00 บาท ด้วยตัวเลขผลการดำเนินงานในช่วงปีแรกปี 65 ที่สูงกว่าคาดโดยมีรายได้ 14,126 ล้านบาทและมีกำไรปกติอยู่ที่ 2,652.9 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 73% ของกำไรทั้งปีที่คาดไว้ 3,493.0 ล้านบาท
ทำให้การประมาณการกำไรในปี 2565 อาจมีอัพไซส์เพิ่มขึ้นได้ ถึงแม้ว่าในช่วงครึ่งปีหลังปี 65 จะมองว่ามีแนวโน้มกำไรที่จะลดลงแต่กำไรที่สูงมากในช่วงครึ่งปีแรกปี 65 ตามอัตราค่าระวางเรือที่ปรับตัวลงจากปัญหา Supply chain disruption ที่ทยอยคลี่คลาย ซึ่งทางบริษัทจะมีการทบทวนประมาณการกำไรใหม่อีกครั้ง
ฟากนักวิเคราะห์จากบล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ยังคงให้คำแนะนำ “ซื้อ” แต่ปรับราคาเหมาะสมปี 2566 มาอยู่ที่ 12.20 บาท เนื่องจากช่วงครึ่งปีหลังปี 65 แนวโน้มค่าระวางจะลดลง 25% จากครึ่งปีแรกทำให้ค่าเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 24,500 ดอลลาร์ แต่ก็ยังเป็นระดับที่ดีกว่าตลาดคาดการณ์ไว้
ขณะเดียวกันธุรกิจบริการนอกชายฝั่ง คาดว่าจะดีกว่าช่วงครึ่งปีแรก เนื่องจาก Backlog ที่เพิ่มขึ้นเป็น 358 ล้านดอลลาร์ ณ สิ้นไตรมาส 2/65 สูงสุดเป็นประวัติการณ์จากลูกค้ารายเดิมต่อสัญญาอีก3 ปี ซึ่งจะสามารถรับรู้ในช่วงครึ่งปีหลังราว 117 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้การรับรายได้จากธุรกิจดังกล่าวดีกว่าครึ่งปีแรก รวมถึงอัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นจากการอัตราการใช้เรือที่สูงต่อเนื่อง ทำให้ยังมีกำไรได้ต่อเนื่อง
แนวโน้มธุรกิจในปี 2566 แม้ว่าจะผ่านจุดสูงสุดของเดินเรือไปแล้วอิงค่าระวางเรือที่ปรับตัวลงเป็น 20,825 ดอลลาร์ จากสถานการณ์เศรษฐกิจชะลอตัวลงและผลบวกจากการฟื้นตัวหลัง COVID-19 ทำให้รายได้เป็น 24,689 ล้านบาทและกำไรที่ 2,502 ล้านบาท ถึงแม้ว่าคาดการณ์กำไรจะปรับตัวลดลงจากปี 2565 ราว 26.6% แต่ก็ยังถือว่าระดับดีกว่าในอดีต
