PRM ลั่นกำไรปีนี้โตกว่าปีก่อน รับงวดครึ่งปีหลังมีเรือให้บริการเพิ่มขึ้น จ่อบุ๊คกำไรพิเศษขายเรือมูลค่าพันล้านบาท
นอกจากนี้ในงวดไตรมาส 3/65 บริษัทจะบันทึกกำไรพิเศษจากการขายเรือ VLCC จำนวน 1 ลำ มูลค่าหลักพันล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการขายได้แล้วเสร็จในงวดไตรมาส 3/65 นี้
ขณะเดียวกันบริษัทวางแผนการลงทุนครั้งใหม่โดยขยายพอร์ตกองเรือจำนวน 3 ลำ ภายใต้งบลงทุน 1,896 ล้านบาท ประกอบด้วย เรือขนส่งปิโตรเลียมภายในประเทศจำนวน 1 ลำ เรือขนส่งปิโตรเคมี จำนวน 1 ลำ และเรือขนส่งและจัดเก็บปิโตรเลียมลอยน้ำ (FSU) เพิ่มอีก 1 ลำ
เนื่องจากบริษัทฯ ยังเล็งเห็นโอกาสในการขยายธุรกิจในกลุ่มธุรกิจเรือขนส่งในประเทศเพื่อรองรับปริมาณการใช้น้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นภายหลังจากที่สถานการณ์ Covid-19 คลี่คลายลง ในขณะที่การลงทุนเพิ่มเติมในเรือขนส่งปิโตรเคมีมีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการขยายกำลังการผลิตของโรงกลั่นทั้งในและต่างประเทศที่มุ่งเน้นไปยังการผลิตปิโตรเคมีมากขึ้น และการขยายกองเรือ FSU เพื่อรองรับอุปสงค์ในการกักเก็บและผสมน้ำมันที่เริ่มปรับตัวดีขึ้น จากสภาวะเศรษฐกิจที่มีกิจกรรมมากขึ้นภายหลังการคลี่คลายของสถานการณ์ Covid-19
โดยการลงทุนดังกล่าวจะช่วยให้บริษัทสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจะเริ่มรับรู้รายได้ทันทีหลังจากที่สามารถจัดหาเรือแล้วเสร็จ เนื่องจากเรือทั้ง 3 ลำมีลูกค้าที่รอใช้บริการอยู่แล้ว ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาพรวมการดำเนินงานของบริษัทฯ ให้เติบโตได้ตามเป้าหมาย
ด้านนายบวร วงศ์สินอุดม ประธานกรรมการ เปิดเผยว่า การเข้าลงทุนซื้อกิจการ บริษัท ทรูธ มาริไทม์ (จำกัด) หรือ TM (เดิมคือ บริษัทไทยออยล์มารีน จำกัด) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของกลุ่มไทยออยล์ เป็นการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญของ PRM ซึ่งจะขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว จากการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับกลุ่มไทยออยล์ ที่ให้บริการเรือขนส่งปิโตรเลียมระหว่างประเทศ ด้วยเรือ VLCC ขนาดบรรทุก 300,000 DWT จำนวน 3 ลำ ภายใต้สัญญาระยะยาว 10 ปี อันจะช่วยสร้างความมั่นคงของรายได้ให้แก่บริษัทฯ
ขณะเดียวกัน การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถการให้บริการเพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจ จากการรับเรือขนส่งปิโตรเคมีจำนวน 5 ลำ ที่มีความต้องการใช้บริการเพิ่มขึ้นและเรือขนส่งเพื่อการสำรวจและการผลิตน้ำมันกลางทะเล (เรือ Crew Boat) อีก 13 ลำ เพื่อรองรับกิจกรรมทางทะเลที่เพิ่มขึ้น ซึ่งถือเป็นการปรับพอร์ตกองเรือที่ทำให้บริษัทฯ สามารถเอาชนะความ ท้าทายและมีความแข็งแกร่งในการบริหารความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ทั้งจากปัจจัยภายในประเทศและภายนอกประเทศได้ดียิ่งขึ้น
ทั้งนี้ บริษัทฯ สามารถขยายฐานลูกค้าจากการให้บริการเรือ Crew Boat ที่ปัจจุบันมีอัตราการใช้บริการเต็ม 100% ด้วยสัญญาระยะยาวตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2565 ที่ผ่านมา ส่งผลให้กลุ่มธุรกิจ Offshore Support เติบโตได้ดี และเป็นอีกหนึ่งกลุ่มธุรกิจที่เข้ามาช่วยสร้างการเติบโตที่ดีต่อจากนี้เป็นต้นไป เช่นเดียวกับกลุ่มธุรกิจเรือขนส่งระหว่างประเทศ ที่บริษัทฯ ได้ให้บริการเรือ VLCC แก่กลุ่มไทยออยล์จำนวน 3 ลำ เป็นระยะเวลา 10 ปี ซึ่งจะเข้ามาสนับสนุนความมั่นคงของรายได้ในระยะยาวด้วยเช่นกัน
Most Viewed
Fun of Funds
“หุ้นไต้หวัน” มหาอำนาจ “ชิปโลก”... โอกาสลงทุนรับการเติบโตของ “AI Megatrend” เศรษฐกิจโตดี-หุ้นโตโดดเด่น” !!!
Updated 1 day ago
Banking
ทีทีบี ผนึกพันธมิตร DBS สร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ยกระดับการบริหารความมั่งคั่ง
Updated 1 day ago
News Highlight
ONEE ท็อปฟอร์ม! โชว์ศักยภาพผ่านงาน Earnings Call ไตรมาส 2 ปี 2569 ทำรายได้รวม 2,259.36 ลบ. กำไรสุทธิ 67.88 ลบ.
Updated 1 day ago
Stock of the Day
ก.ล.ต. ลงดาบ 18 ราย ร่วมสร้างราคาหุ้น META สั่งปรับ-ชดใช้รวมกว่า 172 ล้านบาท พร้อมห้ามเทรด-นั่งกรรมการสูงสุด 102 เดือน
Updated 15 hours ago
Stock of the Day
GULF เสริมพอร์ตสีเขียว เดินเครื่องโซลาร์ 135 MW จ่ายไฟ กฟผ. รับสัญญาซื้อขายยาว 25 ปี จ่อ COD เพิ่ม 4 โครงการ 235.6 MW ปลายปี 69
Updated 18 hours ago
Follow Us
News Update
