โบรกเกอร์ชี้เฟดขึ้นดอกเบี้ย ทำเงินต่างชาติชะลอเข้าหุ้นไทย ตลท.ชี้นโยบายการเงินไทยเหมาะสม
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ระบุสหรัฐขึ้นดอกเบี้ยกระทบค่าเงินบาท และเงินทุนเคลื่อนย้ายทั่วโลก นักวิเคราะห์ชี้สหรัฐขึ้นดอกเบี้ยทำดอลลาร์แข็งค่า ฉุดบาทอ่อน ชะลอเงินไหลเข้าตลาดหุ้นไทย
ขณะที่ นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า จากประเด็นที่ทางธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟด ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งล่าสุดที่ระดับ 0.75% ซึ่งส่งผลให้อัตราแลกเปลี่ยนของค่าเงินอยู่ในสภาวะที่ผันผวน และในเชิงกลไกทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า และค่าเงินบาทของไทยอ่อนค่า
โดยในมุมที่อัตราดอกเบี้ยของไทยยังไม่ได้มีการปรับเพิ่มขึ้นตามไปนั้นจึงส่งผลให้กรอบระหว่างของอัตราดอกเบี้ยของไทยและสหรัฐห่างกันที่ระดับ 2.50% ซึ่งถือว่าห่างกันมากที่สุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการณ์แฮมเบอร์เกอร์ (Hamburger Crisis) ดังนั้นระยะยาวมีโอกาสที่ส่วนต่างดอกเบี้ยของไทยและสหรัฐจะห่างกันมากขึ้น และเงินบาทยังคงอ่อนค่าทำให้ภาพของกระแสเม็ดเงินต่างชาติชะลอการไหลเข้า
อย่างไรก็ตามตาม หากประเด็นเรื่องความผันผวนของค่าเงินเริ่มทรงตัว มองว่าในที่สุดแล้วนั้นตลาดจะกลับมาให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐาน ซึ่งหากมองในมุมปัจจัยพื้นฐานของไทย เมื่อเทียบกับสหรัฐและยุโรป ในด้านของเศรษฐกิจนั้น เชื่อว่าเศรษฐกิจของไทยมีทิศทางที่ดีกว่า เพราะกำลังอยู่ในช่วงของการกลับมาฟื้นตัว และกำไรของบริษัทจดทะเบียนอยู่ในทิศทางที่เป็นขาขึ้นจากเดิม ดังนั้นสุดท้ายแล้วจะช่วยให้กระแสเม็ดเงินต่างชาติจะไหลกลับเข้าตลาดหุ้นไทยได้
สำหรับประเด็นการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของไทยนั้น คาดว่าทางคณะกรรมการนโยบายการเงินยังคงให้มุมมองในเรื่องของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ถือเป็นประเด็นสำคัญของการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของไทยในครั้งถัดไป ซึ่งหากขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงอาจจะช่วยให้ค่าเงินบาทชะลออ่อนค่า แต่อาจจะทำให้เศรษฐกิจสะดุดได้ ดังนั้นถือว่ายังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม
ขณะที่ดร.ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สำหรับในด้านปรับขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐ นั้น ที่ผ่านมามีผลกระทบกับเงินทุนเคลื่อนย้ายทั่วโลก ทั้งนี้ในด้านของผลกระทบกับค่าเงินบาทอาจมีผลกระทบบ้าง
ทั้งนี้สำหรับการดำเนินนโยบายทางการเงินของไทย ที่ผ่านมา ทางธปท.ได้พูดถึงนโยบายการเงินของไทยไม่จำเป็นต้องไปตามทิศทางของต่างชาติ เพราะแต่ละประเทศมีพื้นฐานที่ไม่ต่างกัน ซึ่งในด้านการดำเนินนโยบายการเงินของไทยขณะนี้มองว่าเหมาะสม
สำหรับความเคลื่อนไหวของเงินค่าเงินบาทอ่อนค่านั้น เกิดขึ้นจาก 3 ส่วนหลัก แบ่งเป็น
1 การนำเข้าและส่งออกสินค้าของประเทศไทยที่จะทำให้เกิดดุลการค้า
2 การท่องเที่ยวที่จะดึงเม็ดเงินไหลเข้า ซึ่งในช่วงหลังของปีนี้ น่าจะมีเม็ดเงินไหลเข้าจากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น
3 เงินทุนเคลื่อนย้ายในตลาดการเงิน ทั้งตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ โดยในฝั่งตลาดหุ้นไทยมีเงินไหลเข้ามากกว่า 6 หมื่นล้านดอลลาร์
