หุ้นไทยผันผวนแม้อังกฤษเดินหน้าอัดสภาพคล่อง นักวิเคราะห์หวังค่าเงินบาทเริ่มแข็งค่าดึงดูดเงินทุนไหลเข้า จับตาศาลรัฐธรรมนูญชี้ชะตานายก 8 ปี พรุ่งนี้

ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยในวันนี้ปันป่วนอย่างหนัก โดยช่วงเช้าปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น ตามทิศทางตลาดหุ้นทั่วโลก หลังธนาคารกลางอังกฤษประกาศรับซื้อพันธบัตรรัฐบาลโดยไม่จำกัดจำนวน ซึ่งส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นและตลาดการเงิน ขณะที่ช่วงบ่ายดัชนีปรับตัวลง  ตามตลาดหุ้นยุโรปที่เปิดตลาดในแดนลบ


นักวิเคราะห์ชี้ การที่ BOE รับซื้อพันธบัตรจะส่งผลทางอ้อมต่อการเคลื่อนย้ายเงินทุนของไทย ระยะสั้นเงินทุนอาจชะลอตัว แต่ภาพรวมยังเห็นการไหลเข้าอยู่ และนักลงทุนรอดูความชัดเจนกรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดชี้ชะตาวาระนายก 8 ปี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในวันที่ 30 .. นี้


คุณวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้มีทิศทางฟื้นตัวตามตลาดหุ้นทั่วโลกจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวอ่อนค่าในระยะสั้น ส่งผลให้เม็ดเงินไหลกลับเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยง แต่มองเป็นเพียงการรีบาวน์ระยะสั้น


ภาพรวมยังไม่ได้มีปัจจัยหลักที่มาสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงเท่าไหร่ ประกอบกับแรงหนุนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (บอนด์ยีลด์) และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อ่อนค่าก็มาจากการที่ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ประกาศรับซื้อพันธบัตรรัฐบาลโดยไม่จำกัดจำนวน เพื่อสร้างเสถียรภาพในตลาด หรือลดความผันผวนของค่าเงินปอนด์ ดังนั้นเมื่อบอนด์ยีลด์ปรับตัวลดลง จึงส่งผลให้ตลาดหุ้นรีบาวน์ได้ โดยประเมินดัชนีทรงตัว แนวต้าน 1,615 จุด บวกลบ ยังเป็นระดับที่ผ่านได้ยาก


สำหรับกลยุทธ์ แนะนำ ซื้อ เมื่อดัชนีปรับลงต่ำกว่า 1,600 จุด ส่วนกลุ่มหุ้นแนะนำคือ หุ้นที่มี P/E ต่ำ และราคายังไม่ได้ไปปรับขึ้นไปสูงมากในช่วง 8-9 เดือนที่ผ่านมา เช่น หุ้นกลุ่มธนาคาร BBL และ KTB ซึ่งจะได้รับผลบวกจากแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น ช่วยจำกัดดาวน์ไซด์


ส่วนประเด็นที่ BOE ประกาศรับซื้อพันธบัตรรัฐบาลโดยไม่จำกัดจำนวน ซึ่งผลให้บอนด์ยีลด์ทั่วโลกผ่อนคลายลง และเห็นการเคลื่อนย้ายเงินทุนมายังสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น รวมถึงมีโอกาสที่จะเห็นเงินทุนไหลเข้าไทยมากขึ้นหรือไม่นั้น


คุณวีระวัฒน์ มองว่าไม่ได้เกี่ยวกันโดยตรง เพราะสาเหตุที่อังกฤษประกาศรับซื้อพันธบัตรรัฐบาลก็เพื่อบรรเทาผลกระทบของนโยบายการคลังในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านการลดภาษีเงินได้รายบุคคลที่ส่งผลกระทบเงินปอนให้อ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการประกาศรับซื้อพันธบัตรรัฐบาลของอังกฤษนอกจากจะทำให้บอนด์ยีลด์ของประเทศอ่อนตัวลงแล้ว ยังส่งผลให้บอนด์ยีลด์ทั่วโลกผ่อนคลายตามไปด้วย ตลาดจึงอาจคาดหวังการกลับมาดฉีดสภาพคล่องของธนาคารกลางอื่นๆในระยะถัดไป ส่วนค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่ามองว่าเป็นการพักตัวในช่วงสั้นหลังจากการแข็งค่าต่อเนื่อง ขณะที่ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นมาบ้างนั้น มองว่าประเด็นอังกฤษไม่ได้ส่งผลต่อค่าเงินของไทยขนาดนั้น อยู่ที่ปัจจัยภายในไทยเป็นหลักมากกว่า อย่างไรก็ตาม ระยะสั้นเงินทุนอาจชะลอการไหล แต่ภาพรวมยังคงเห็นการไหลเข้าอยู่


ด้านบล.เอเซีย พลัส ระบุว่า เริ่มเห็นสัญญาณของการหยุดอ่อนค่าของค่าเงินบาท หลังจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงบนความคาดหมายว่าธนาคารกลางสหรัฐ (FED) จะขึ้นดอกเบี้ยในอัตราที่ช้าลง ขณะที่ธนาคารกลางประเทศอื่นๆ เช่น EU, UK ปรับขึ้น ดอกเบี้ยในเชิงรุกมากขึ้น ขณะที่บางแห่งส่งสัญญาณในการเข้าแทรกแซงค่าเงิน ซึ่งค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลงก็น่าจะทำให้เงินบาทเริ่มกลับมาแข็งค่าขึ้นได้บ้าง ในทางอ้อมจะทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าโดยปริยาย และหนุนเงินทุนต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้นไทยระยะถัดไป


โดย 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา SET Index ปรับฐานลงมากกว่า 73 จุด เนื่องจากถูกกดดันจาก ความกังวลการเร่งขึ้นดอกเบี้ย และค่าเงินบาทที่เร่งอ่อนค่าเร็ว กดดันให้เงินทุนชะลอ อย่างไรก็ตามแรงกดดันดังกล่าวน่าจะค่อยๆ ผ่อนคลายลง จาก

  1. กนง. ขึ้นดอกเบี้ยเพียง 0.25% พร้อมกับให้มุมมองการตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ย แบบค่อยเป็นค่อยไป ตามกลไกแรงกดดันลดลง ทั้งในมุม P/E ตลาด และ Target SET Index โดยฝ่ายวิจัยประเมินดัชนีเป้าหมาย ปลายปีไว้ที่ 1730 จุด

  2. ค่าเงินบาทมีโอกาสชะลอการอ่อนค่า ลดการสกัดกั้น Fund Flow หลังจากที่ ค่าเงินบาทขึ้นไปสูงถึง 38.46 บาทต่อดอลลาร์ (สูงสุดในรอบ 16 ปี) เริ่มย่อตัวลง และมีโอกาสชะลอการอ่อนค่า ทั้งจากการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของประเทศต่าง อาทิ อังกฤษและยุโรป, การเข้าแทรกแซงค่าเงินของหลายๆ ประเทศ รวมถึงเป็นช่วง High Season การท่องเที่ยวไทย (คาดหวังจีนเปิดประเทศในเดือน ต.ค.) น่าจะช่วยพยุงให้ค่าเงินบาทชะลอการอ่อนค่าในช่วงที่เหลือของปี



ขณะที่นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด กล่าวว่า แม้ช่วงเช้าตลาดหุ้นไทยจะเคลื่อนไหวในทิศทางบวก แต่นักลงทุนอาจกังวลจากปัจจัยที่ไม่แน่นอน ทั้งตลาดหุ้นยุโรปที่เปิดตลาดในแดนลบ และปัจจัยภายในประเทศที่หลายฝ่ายจับตามอง คือ กรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดชี้ชะตาวาระนายก 8 ปี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ทำให้นักลงทุนเทขายหุ้นในช่วงบ่ายออกมา กดดันดัชนีให้ปรับตัวลง


อย่างไรก็ตาม แนวโน้มดัชนีในวันพรุ่งนี้ (30 .. 65) มีความเสี่ยงที่จะอยู่ในแดนลบ และค้นหาฐานใหม่ สำหรับนักลงทุนระยะสั้น แนะนำให้รอดูความชัดเจนจากการพิจารณาวาระนายก 8 ปี ในวันพรุ่งนี้ โดยบล.ทิสโก้ ประเมินว่าคำตัดสินจะออกมาในเชิงบวกต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่จะส่งผลเป็นกลาง (neutral ) ต่อตลาดหุ้นไทย

ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้

Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
Updated 23 hours ago
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
Updated 19 hours ago
News Highlight
แสนสิริ เสริมแกร่งความร่วมมือกับ กลุ่มมิตซุย ฟุโดซัง เดินหน้า JV“เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ” ดันพอร์ตร่วมทุนปี 68-69 โตร่วม 28,000 ล้านบาท
Updated 1 day ago
Stock of the Day
1,600 อยู่แค่เอื้อม! SET วันนี้ปิดบวกเกือบ 20 จุด รับแรงซื้อกลุ่มบิ๊กแคป หลังหมด overhang พร้อมแรงเก็งกระแสลงทุน รองรับ AI ขยายตัว
Updated 1 day ago
News Highlight
ทิปโก้ ครบรอบ 50 ปี เดินเกมรุกตลาดสุขภาพ ยกระดับ 5 สมุนไพรไทย สู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพมาตรฐานสากล
Updated 1 day ago
Follow Us