ข่าวร้ายเต็มตลาด กดหุ้นไทยดิ่งแรงทะลุ 30 จุด โบรกเกอร์มองแนวรับ 1,550 จุดยืนอยู่

ตลาดหุ้นหุ้นไทยวันนี้เจอแรงขายอย่างหนักจนทะลุ 30 จุดไปแล้ว ซึ่งรับแรงกดดัน มาจาก 2 สาเหตุ คือ ภายในประเทศ และต่างประเทศ ที่ทำให้ตลาดหุ้นปรับตัวลดลงอย่างร้อนแรง โดยนาย อาทิตย์ จันทร์สว่าง นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ บล. กรุงศรี ให้ข้อมูลกับทีมข่าว “Wealthy Thai” ว่า การปรับตัวลดลงของตลาดหุ้นวันนี้เกือบ 29 จุด คิดเป็น 1.8%  ถือว่าปรับตัวลดลงค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับตลาดต่างประเทศ


ทั้งนี้ปัจจัยกดดันมาจาก 2 สาเหตุ คือ ภายในประเทศ และต่างประเทศ โดยในต่างประเทศ คือ การประชุมฉุกเฉินของเฟด ทำให้นักลงทุนเกิดความไม่มั่นใจว่า จะประชุมเพื่อเรียกปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย หรือพิจารณาเรื่องอื่นกันแน่


ส่วนประเด็นที่สองหุ้นกลุ่มค้าปลีกที่ปรับลดลงมาอย่างมาก  เนื่องจากมองว่านักลงทุนกังวลในเรื่องของดอกเบี้ย เพราะครั้งล่าสุดธนาคารเริ่มปรับขึ้นดอกเบี้ย จึงเกิดความกังวลว่าจะทำให้กำลังซื้อปรับตัวลดลงหรือไม่ ซึ่งจะกระทบการจับจ่ายใช้สอย


ส่วนกลุ่มธนาคารก็ยังมีปัจจัยเชิงลบ หลังจากภาคธนาคารในต่างประเทศ อย่างเช่น ธนาคารเครดิตสวิส ราคาหุ้นปรับตัวลดลงมาอย่างต่อเนื่อง นักลงทุนจึงเกิดความกังวลว่าจะก่อให้เกิดวิกฤตในตลาดการเงินหรือไม่ จึงถือเป็นปัจจัยกดดันหุ้นกลุ่มธนาคาร ขณะที่ในแง่ของเศรษฐกิจชะลอตัว ก็จะกดดันหุ้นกลุ่มธนาคารเช่นกัน ผ่านสินเชื่อที่ชะลอตัว สิ่งที่ตามมาคือ หนี้เสียก็จะเพิ่มขึ้น


ขณะที่กลุ่มโรงไฟฟ้า ก็เช่นกัน นักลงทุนกังวลประเด็นขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน หลังจากที่ค่าเงินมากอ่อนค่าค่อนข้างมาก คือกลุ่มนี้มีหนี้เป็นเงินดอลลาร์สูง การที่บาทอ่อนค่าจะมีการขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน


“ประเด็นดังกล่าวคือปัจจัยเฉพาะตัวที่ถูกเทขายออกมา แต่ถ้าเป็นภาพใหญ่ คือกลัวเศรษฐกิจโลกถดถอย และ Fund flow ไหลออก  โดยวันนี้หลายๆกลุ่มปรับลดลง ส่วนหนึ่งมาจาก Fund flow ต่างชาติไหลออกหลังจากค่าเงินบาทกลับมาอ่อนค่าทะลุระดับ 38 บาทต่อดอลลาร์”


ดังนั้นมองว่าช่วงนี้ให้กำหนดจุดเข้าซื้อสะสมได้ บริเวณ 1,550-1,560 จุด โดยกลยุทธ์การลงทุนยังเน้นกลุ่ม Defensive และมีปัจจัยหนุนเฉพาะตัว อาทิ กลุ่ม ICT และกลุ่มโรงพยาบาลที่เน้นผู้ป่วยต่างชาติ คือ ADVANC DTAC และ BDMS


ส่วนบล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นได้รับ sentiment เชิงลบจากทางฝั่งสหรัฐที่ทำจุดต่ำสุดในรอบปีหลังการประกาศตัวเลข PCE ทำให้ความกังวลเรื่องนโยบายการเงินแบบเข้มงวด ที่จะช่วยกดตัวเลขเงินลงมา อาจเป็นปัจจัยหลักในการทำให้ภาวะเศรษฐกิจหดตัว


มากกว่านั้น FED ยังมีการเรียกประชุมฉุกเฉินในวันนี้ทำให้อาจมีแรงกดดันในครึ่งบ่ายต่อ โดยหากการประชุมออกมาไม่มีประเด็นที่น่ากังวลอาจเห็นดัชนีรีบาวน์ได้ในวันพรุ่งนี้ นอกจากนี้ค่าเงินบาทที่ยังอ่อนค่าอยู่แม้จะมีการขึ้นดอกเบี้ยของไทย ก็จะทำให้มีเม็ดเงินไหลออกได้


ดังนั้นช่วงบ่ายนี้มองว่าเป็นโอกาสที่ดีในการสะสมหุ้นในช่วงที่ตลาดปรับตัวลงแรง โดยแนะนำเป็นหุ้นที่คาดว่าจะมีผลประกอบการออกมาดีในไตรมาส 3 เนื่องจากมี downside ที่จำกัดและคาดว่าจะฟื้นตัวกลับมาได้ โดย แนะนำ BH PTT PSL และ TU

This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”

Most Viewed
Fun of Funds
“KTWC-ALPHA” ลงทุน “หุ้นทั่วโลก” สไตล์ “High Conviction”… โอกาสสร้าง “Alpha” ตอบโจทย์ความมั่งคั่งระยะยาว เสนอขายครั้งแรก (IPO) วันที่ 1 – 8 ก.ย. 69 นี้ !!!
Updated 9 hours ago
Stock of the Day
ก.ล.ต. ลงดาบ 18 ราย ร่วมสร้างราคาหุ้น META สั่งปรับ-ชดใช้รวมกว่า 172 ล้านบาท พร้อมห้ามเทรด-นั่งกรรมการสูงสุด 102 เดือน
Updated 1 day ago
Stock of the Day
GULF เสริมพอร์ตสีเขียว เดินเครื่องโซลาร์ 135 MW จ่ายไฟ กฟผ. รับสัญญาซื้อขายยาว 25 ปี จ่อ COD เพิ่ม 4 โครงการ 235.6 MW ปลายปี 69
Updated 1 day ago
News Highlight
TTA ร่วมสนับสนุนงาน “ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569” พร้อมส่งมอบรถฉุกเฉินไฟฟ้า King Long และ NIU มูลค่ากว่า 2 ลบ.
Updated 1 day ago
Stock of the Day
CPF ลุยธุรกิจน้ำดื่ม! ทุ่ม 335 ลบ. ถือ BREW 51% โบรกฯ ชี้ดีลไม่แพง ต่อยอดระยะยาว จับตากำไรครึ่งปีหลังฟื้น ให้เป้า 25 บ.
Updated 11 hours ago
Follow Us