หุ้นลีสซิ่งโดนเทนขายอย่างหนัก รับผลกระทบต้นทุนการเงิน - NPL กำลังเพิ่มขึ้น
ราคาหุ้นกลุ่มลีสซิ่งวันนี้โดนเทขายอย่างหนัก จากปัจจับลบหลากหลายที่เข้ามากระทบ ทั้ง NPL.ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในขณะเดียวกันต้นทุนด้านการเงินก็เร่งตัวด้วยเช่นกัน ส่งผลให้นักลงทุนที่มีหุ้นลีสซิ่งในพอร์ต และนักลงทุนที่รอจังหวะเพื่อเข้าสะสม
คุณวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัสราคาหุ้นกลุ่มลีสซิ่งที่ปรับตัวลงมาแรงวันนี้ ส่วนหนึ่งเกิดจาก เซนทิเมนต์ลบ หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ปรับตัวขึ้น โดยอายุ 10 ปีอยู่ที่ 3.89% และอายุ 2 ปีอยู่ที่ 4.31% จากความกังวลธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เร่งขึ้นดอกเบี้ยหลังตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐออกมาดีกว่าคาด ขณะเดียวกันแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยก็อยู่ในช่วงทยอยปรับขึ้นเช่นเดียวกัน ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น ประกอบกับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ก็มีแนวโน้มจะปรับตัวเพิ่มขึ้นด้วย นับเป็นประเด็นที่ต้องติดตามต่อไป
ด้วยปัจจัยกดดันที่กล่าวมาข้างต้น จึงทำให้นักลงทุนเกิดความกังวลและเทขายหุ้นในกลุ่มลีสซิ่งออกมา อย่างไรก็ตาม สำหรับนักลงทุนที่มีหุ้นลีสซิ่งอยู่ในพอร์ตลงทุน แนะนำให้ “ถือ” เนื่องจากราคาหุ้นอยู่ในโซนค่อนข้างต่ำและซึมซับปัจจัยลบไปพอสมควรแล้ว รวมถึงมีแนวโน้มที่ Earning จะฟื้นตัว โดยระยะกลางถึงระยะยาง หุ้นกลุ่มลีสซิ่งยังมีปัจจัยบวกจากแนวโน้มการดำเนินงานที่คาดจะฟื้นตัว ดังนั้นอาจต้องใช้ระยะเวลา ส่วนนักลงทุนที่รอจังหวะเพื่อเข้าลงทุนหุ้นลีสซิ่ง ราคาหุ้นที่ปรับลงมาช่วงนี้ ถือเป็นจังหวะที่ดี สามารถเก็บสะสมได้
