Official Update :

ถอดเงื่อนไขดีล TRUE และ DTAC กูรูชี้ ไม่ได้กระทบกับ Synergy แนะจับตาแรงต้านอาจทำให้ดีลชะลอ

เมื่อกลางดึกของวานนี้ (20 ต.ค.) ที่ประชุม กสทช. ได้พิจารณาการรวมธุรกิจระหว่าง TRUE และ DTAC โดยใช้เวลาในการประชุมประมาณ 11 ชั่วโมง จากนั้นที่ประชุม กสทช. จึงได้มีมติเสียงข้างมากรับทราบการรวมธุรกิจระหว่าง TRUE และ DTAC ส่วนเสียงข้างน้อยขอสงวนความเห็น ไม่อนุญาตการรวมธุรกิจ และเป็นเหตุทำให้เกิดแฮชแท็ก #หยุดผูกขาดมือถือ ที่ขึ้นเทรนด์บนทวิตเตอร์ไปเรียบร้อย


ทั้งนี้กสทช.มีมติเสียงข้างมากรับทราบการควบรวม TRUE และ DTAC พร้อมกำหนดเงื่อนไข/มาตรการเฉพาะ เพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคและการพัฒนากิจการโทรคมนาคม โดยที่ประชุมเสียงข้างมาก (ประธาน กสทช. และ กสทช. ต่อพงศ์ฯ) มีมติเห็นว่าการรวมธุรกิจในกรณีนี้ ไม่เป็น การถือครองธุรกิจในบริการประเภทเดียวกันตามข้อ ๘ ของประกาศ กทช.


จากการกำหนด เงื่อนไข/มาตรการเฉพาะ เพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคและการพัฒนากิจการโทรคมนาคมนั้น มุมมองนักวิเคราะห์บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า เงื่อนไขการควบรวมอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ โดยภาพรวมของเงื่อนไขเฉพาะอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่กระทบกับ Synergy ระหว่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ดังนี้


Synergy ที่สำคัญในด้านโครงข่ายและต้นทุนส่วนใหญ่จะอยู่ที่การบริหารจัดการเสาโทรคมนาคม และการรวมคลื่นในมือที่ติดกันเพื่อให้คลื่นสามารถนำมาใช้บริการได้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ซึ่งไม่ได้ถูกระบุโดยตรงในเงื่อนไขเฉพาะการ ขณะที่การบังคับจำนวน Cell site ไม่ใช่ประเด็นสำคัญเพราะเป็นอุปกรณ์ที่สามารถบริหารจัดการได้ ดังนั้น Synergy จากการลดต้นทุน CAPEX และ OPEX ที่ซ้ำซ้อนในด้าน Network คาดว่าจะเกิดขึ้นได้ไม่ยาก


เงื่อนไขด้านการ Roll out 5G ให้ได้ 85% ใน 3 ปี และ 90% ใน 5 ปี ฝ่ายวิจัยมองว่าอยู่ในวิสัยที่ควรเกิดขึ้นของอุตสาหกรรมอยู่แล้ว แม้ไม่มีการเปิดเผยเลขอย่างเป็นทางการ แต่ Channel Check พบว่า 5G Coverage ปัจจุบันเกินกว่า 50% ไปแล้ว และทุก Operators มีแผนระยะยาวที่จะไปถึงระดับเกินกว่า 80% ดังนั้นเงื่อนไขข้อนี้ไม่ต้องกังวล


ส่วนการต้องคงแบรนด์คู่กัน 3 ปี อาจกระทบการลด Synergy ในบางด้าน แต่เปิดโอกาสให้เกิดการรวม Operation อื่นๆหลังบ้านที่ซ้ำซ้อนจำนวนมาก ทำให้ Synergy จากการลด Admin cost และต้นทุนอื่นๆยังเกิดขึ้นไม่ยาก


ขณะที่มาตรการเฉพาะที่อาจเป็นปัจจัยกดดัน คือ การต้องลดราคา 12% อย่างไรก็ดีมองว่าไม่ใช่ประเด็นที่ต้องกังวลมากนัก เนื่องจากปริมาณการใช้งานในยุค Data โดยเฉพาะตลาด 5G จะเติบโตอย่างก้าวกระโดดในระดับ Exponential ทำให้เมื่อคำนวณเป็นราคาต่อหน่วยย่อมถูกลงอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นผลกระทบอาจมีบ้างในระยะสั้นที่การใช้งานยังไม่สูงขึ้นมากนัก แต่ในระยะยาวไม่น่ากังวล


ดังนั้นภาพรวมวิเคราะห์ว่าเงื่อนไขที่ออกมาไม่กระทบกับ Synergy ของการลดต้นทุนราว 1-2 หมื่นล้านบาทต่อปีอย่างมีนัยสำคัญ และเงื่อนไขทางการดีกว่าเนื้อข่าวก่อนหน้าที่อาจมีการบังคับให้คืนคลื่นความถี่ การบังคับคงจำนวนเสา และการห้ามใช้คลื่นความถี่ร่วมกัน เป็นต้น ดังนั้นภาพรวมมองเป็นบวกต่อทั้ง DTAC และ TRUE ในวันนี้


โดยลำดับถัดไป คาด กสทช. จะเชิญทั้ง DTAC และ TRUE เข้าไปเจรจาในรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายละเอียดในเชิงลึกของมาตรการต่างๆเพื่อให้เอกชนเข้าใจกรอบของมาตรการที่ชัดเจน โดยคาดว่ากระบวนการพูดคุยจะไม่ใช้เวลานาน



ลำดับถัดไป มุ่งสู่
Tender Offer คาดเบื้องต้นไม่เกิน 1 เดือนจากนี้

หากการเจรจาเพิ่มเติมระหว่างเอกชนกับ กสทช. ไม่มีประเด็นเพิ่มเติมที่มีนัยสำคัญ และการคัดค้านจากผู้ไม่เห็นด้วยไม่ได้นำไปสู่การคุ้มครองชั่วคราวของศาล คาด TRUE และ DTAC จะเดินหน้าทำ Voluntary Tender Offer หรือ VTO (ราคาของ DTAC อยู่ที่ 47.76 บาทต่อหุ้น ราคาของ TRUE อยู่ที่ 5.09 บาทต่อหุ้น) จากนั้นจะมีการซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นที่คัดค้านของบริษัทตามกฎหมาย ซึ่งคาดว่ากระบวนการทั้งสองจะแล้วเสร็จภายในเวลาไม่เกิน 1 เดือน โดยต้องระวังแรงต่อต้านจากผู้ไม่เห็นด้วย เป็นความเสี่ยงที่อาจชะลอ Timeline ของดีล


ราคา Tender Offer ที่ Citrine Global Company จะทำคำเสนอซื้อ มี Option ที่จะขอปรับลดลงหากมีการจ่ายเงินปันผล ซึ่งเป็น Option ที่จะถูกใช้หรือไม่ก็ได้ คาด Citrine Global จะไม่ใช้ Option ดังกล่าว แต่หากใช้ ราคา Tender Offer ของ DTAC คาดจะลดลงเป็น 47.76 -1.05 -0.85 = 45.86 บาทต่อหุ้น และราคา Tender Offer ของ TRUE คาดจะลดลงเป็น 5.09 -0.07 = 5.02 บาทต่อหุ้น คงแนะนักลงทุนเลือก SWAP เป็น Merge Co. ดีกว่าการขาย Tender Offer


คงแนะน ซื้อ DTAC (ราคาเป้าหมาย 55.75 บาท) ซื้อ TRUE (ราคาเป้าหมาย 6.00 บาท) และ ซื้อ ADVANC (ราคาเป้าหมาย 240.00 บาท) เชิงกลยุทธ์ ระยะสั้น TRUE และ DTAC ควรซื้อ ขาย สูงกว่า Tender Offer จากตลาดจะเริ่มประเมิน Synergy ลงไปในราคาหุ้น ณ ราคาปัจจุบันฝ่ายวิจัยชอบทั้งคู่ แต่ชอบ DTAC มากกว่าเพราะราคายังต่ำกว่า Tender Offer ส่วน ADVANC คาดได้ประโยชน์เช่นกัน


ด้านมุมมองนักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า บอร์ด กสทช. มีมติรับทราบการควบรวมกันระหว่าง TRUE และ DTAC โดยมีการกำหนดมาตรการเฉพาะออกมากำกับ ซึ่งฝ่ายวิจัยมองว่าประเด็นนี้เป็นปัจจัยบวกต่อทั้งหุ้นกลุ่มมือถือทั้ง ADVANC, TRUE และ DTAC จากการแข่งขันในระยะยาวที่จะลดลงหลังควบรวม โดยเชื่อว่ามาตรการกำกับที่จะออกมา อาจจะกระทบต่อการดำเนินงานหลังการควบรวมไปบ้าง แต่น่าจะเป็นเงื่อนไขที่ทั้ง TRUE และ DTAC ยอมรับได้


ทำให้ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” DTAC (ราคาเป้าหมายที่รวมประโยชน์จากการควบรวมอยู่ที่ 58.00 บาท ตามลำดับ) แต่แนะนำ SWITCH จาก TRUE ไป DTAC (ราคาเป้าหมาย 5.70 บาท) หลังราคาหุ้น TRUE ขึ้นมาสูงกว่าราคาเสนอซื้อแล้ว และทำให้คิดเป็นต้นทุนในการแปลงเป็นบริษัทใหม่ที่สูงกว่าการแปลงจาก DTAC ไปเป็นบริษัทใหม่


ส่วนนักวิเคราะห์บล.ดาโอ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า การที่ กสทช. รับทราบการควบรวมพร้อมเงื่อนไขเพิ่มโอกาสในการควบรวมธุรกิจ โดยหาก TRUE+DTAC ไม่มีข้อโตแย้งก็สามารถเดินหน้าการควบรวมต่อ แม้เป็น positive sentiment แต่คาดราคาหุ้น TRUE+DTAC ปรับตัวขึ้นไม่มากจากระดับราคาปัจจุบันซึ่งเข้าใกล้ราคา VTO เช่นเดียวกับ ADVANC แม้ระยะยาวการแข่งขันมีแนวโน้มลดลงแต่มาตรการควบคุมราคาอาจเป็นปัจจัย overhang จนกว่าจะชัดเจน รวมถึง outlook จากการลงทุนจำนวนมากแต่รายได้ฟื้นตัวช้าคอยกดดัน


โดย TRUE และ DTAC สามารถควบรวมกันได้ภายใต้เงื่อนไขที่ กสทช. กำหนด และข้อกังวลทั้ง 5 ข้อยังเป็นประเด็นเดิมโดยมีมาตรการออกมารองรับหากเกิดการควบรวม ซึ่งหาก TRUE+DTAC ไม่มีข้อโต้แย้งก็จะทำให้กระบวกการควบรวมเดินหน้าต่อ


ขณะที่มาตรการยังเป็น concept ในภาพรวม เรื่องการกำหนดราคาเป็นปัจจัยที่เราให้ความสนใจ ทั้งนี้จากข้อมูลข้างต้นยังเป็นเพียง concept สำหรับมาตรการกำกับข้อกังวลในภาพรวมซึ่งจำเป็นต้องมีรายระเอียดเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาผลกระทบ โดยเฉพาะมาตรการควบคุมราคาให้ลดลง 12% ซึ่งไม่ได้ระบุระยะเวลาหรือเหตุปัจจัยที่จะสามารถกลับมาปรับขึ้นราคาได้ในอนาคตเป็นเรื่องที่เราให้ความสนใจ หากราคาจำเป็นต้องลดลงจากปัจจุบันจะกระทบ ARPU ของทั้งอุตสาหกรรมและทำให้ภาพรวมอุตสาหกรรมระยะแรกหลังการควบรวมเป็นลบ


โดยรวมราคาหุ้นอาจขยับไม่มาก แม้คาดว่าราคาหุ้นจะตอบรับเชิงบวกทั้งในส่วนของ TRUE, DTAC หลังสามารถควบรวมกิจการได้ และ ADVANC จากภาพรวมการแข่งขันที่คาดว่าจะลดลงในระยะยาว อย่างไรก็ตามช่วงระหว่างการควบเกิดขึ้นคาดการแข่งขันมีโอกาสรุนแรงขึ้นเพื่อ แย่งชิง/รักษา ฐานลูกค้าก่อนที่จะหมด incentive ภายหลังการควบรวมซึ่งทำให้ศักยภาพทางการแข่งขันกับมาเท่าเทียมกันทั้ง ADVANC และ TRUE+DTAC


นอกจากนี้ยังมีประเด็นการคุมราคาของ กสทช. ซึ่งยังไม่ชัดเจนเป็นอีกปัจจัย overhang ทำให้ประเมินหลังราคาหุ้นตอบรับเชิงบวกแล้วมีโอกาสปรับตัวลงเพื่อรอความชัดเจนต่อไป ทั้งนี้อยู่ระหว่างทบทวนประมาณการและราคาเป้าหมายใหม่ของทั้ง ADVANC และ DTAC โดยรอรายละเอียดเพิ่มเติมจากทาง กสทช. และบริษัทที่เกี่ยวข้อง (เดิม ADVANC ถือ/เป้า 210.00 บาท, DTAC ถือ/เป้า 30.00 บาท ไม่รวม amalgamation)

This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”