หุ้นอสังหาฯพุ่งแรงรับ ครม.ผ่อนปรนเกณฑ์ต่างชาติถือที่ดิน โบรกเกอร์มองดันความต้องการบ้านเพิ่ม
เม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศที่ไหลเข้ามายังประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของการผ่านตลาดทุน การลงทุนและการซื้อสินค้าในแต่ละปีมีมูลค่าที่สูงอย่างมีนัยสำคัญ จึงเป็นปัจจัยที่คอยสนับสนุนภาพรวมของเศรษฐกิจไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม
แต่ก็ยังข้อจำกัดหรือเงื่อนไขบางอย่างที่ทำให้ต่างชาติมีขีดจำกัดในการลงทุนอย่างการถือครองที่ดินที่ไม่สามารถทำได้ ซึ่งเพื่อเพิ่มแรงจูงใจให้แก่กลุ่มต่างชาติรัฐบาลจึงได้มีการผ่อนปรนหลักเกณฑ์ถือครองที่ดิน อาคารชุด บ้านจัดสรร โดยลดเงื่อนไขลงและปรับระยะเวลา
ซึ่งถึงแม้ว่ารายละเอียดดังกล่าวจะยังไม่มีข้อสรุป แต่ก็มีนักลงทุนตั้งข้อสงสัยและคำถามขึ้นว่าใครกันหรือหุ้นตัวไหนที่จะได้รับประโยชน์ในวันนี้ทาง Wealthy Thai ก็ได้ทำการรวบรวมข้อมูลมาแบ่งปันให้แก่ผู้อ่านและนักลงทุนที่สนใจผ่านผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน
โดยนักวิเคราะห์จากบล.หยวนต้า(ประเทศไทย) ให้มุมมองว่า การอนุมัติในหลักการให้ต่างชาติที่มีรายได้สูง 4 กลุ่ม คือผู้มีความมั่งคั่งสูง ผู้เกษียณอายุจากต่างประเทศ ผู้ที่ต้องการทำงานในประเทศไทยและผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ สามารถซื้อบ้าน-ที่ดินได้ไม่เกิน 1 ไร่ โดยต้องลงทุนในตราสารที่รัฐบาลกำหนดโดยเพิ่มการลงในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานและกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์พร้อมกับกำหนดเป็นมูลค่า 40 ล้านบาท ไม่น้อยกว่า 3 ปี ถ้าถอนทุนไปก่อนให้ระงับสิทธิทันที
ซึ่งหลังจากนี้จะนำร่างกฎกระทรวงส่งให้กฤษฎีกาตรวจสอบ แล้วประกาศลงราชกิจจานุเบกษาต่อไปความคืบหน้าในการเปิดทางให้ต่างชาติถือครองอสังหาริมทรัพย์และที่ดินโดยเริ่มพื้นที่กทม. และพัทยา เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ
มองว่าจะเป็นบวกต่อกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากเป็นการปรับหลักเกณฑ์เพื่อเอื้อให้ต่างชาติซื้อสังหาริมทรัพย์แนวราบได้ง่ายขึ้น คาดผู้ประกอบการที่จะได้ประโยชน์สูงสุ คือกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับบน SIRI, SC, LH, SPALI, AP รวมถึงกลุ่ม Domestic play เช่น การแพทย์ อย่าง BDMS, BH ค้าปลีก และบวกทางอ้อมต่อนิคมฯ
ด้านนักวิเคราะห์จากบล.โนมูระ พัฒนสิน ให้มุมมองว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติหลักการและเห็นชอบร่างกฎกระทรวง ชาวต่างประเทศ 4 กลุ่ม (ผู้มีความมั่งคั่งสูง, ผู้เกษียณอายุจากต่างประเทศ, ผู้ต้องการทำงานในไทย และผู้มีความเชี่ยวชาญพิเศษ) สามารถซื้อบ้าน – ที่ดินได้ไม่เกิน 1 ไร่
ทั้งนี้ ต้องลงทุนในตราสารที่รัฐบาลกำหนด (พันธบัตรรัฐบาล, กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานและกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์) ไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท ไม่น้อยกว่า 3 ปีถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญหนุนแผนลงทุนในไทยของชาวต่างชาติ
ซึ่งจะเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ให้มีความต้องการเพิ่มขึ้น ได้แก่ LH, SC, AP ,หุ้นกลุ่มนิคม ด้วยภายใต้ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์โลกที่เพิ่มขึ้น จะช่วยหนุนให้เม็ดเงินต่างชาติเข้ามาได้ ได้แก่ WHA, AMATA ,หุ้นอิงกำลังซื้อชาวจีนที่เชื่อว่าลุ้นเป็นกลุ่มหลักเข้ามาหาก Zero COVID คลี่คลายในช่วงมีนาคม 2566 ตามคาดจะเป็นบวกต่อ SISB, EKH, BDMS
