POLY ว่าที่หุ้น IPO กับการเติบโตครั้งใหญ่ จากผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์สู่สินค้าคอนซูมเมอร์

ประเทศไทยมีความแข็งแกร่งในด้านการเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ด้วย ซึ่งทิศทางการเติบโตยังมีอนาคตที่สดใส แม้ว่าหลายคนจะมีการเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์สันดาปภายในเป็นรถยนต์ไฟฟ้า แต่ชิ้นส่วนด้านการตกแต่งภายในหรืออุปกรณ์เสริมยังต้องใช้อยู่


โดย บริษัท โพลีเน็ต จำกัด  (มหาชน) เป็นหนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ในด้านอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ก็ได้รับผลดีจากการเติบโตดังกล่าว แต่ในเวลาเดียวกัน POLY ยังเห็นโอกาสการเติบโตจากการเข้าสู่ตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค ที่มีข้อดีทั้งอัตรากำไรที่สูงกว่า ตลาดกว้างกว่า ทำให้ POLY กำลังขยับตัวเองจากการเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ สู่การเป็นผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคด้วย และพร้อมที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในปีนี้  


คุณกาญจนา เหลารัตนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โพลีเน็ต จำกัด  (มหาชน)  เผยว่า POLY เป็นบริษัทด้าน ดำเนินธุรกิจผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ ยาง พลาสติก ซิลิโคน และแม่พิมพ์ เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2542 เพื่อผลิตและจำหน่ายแม่พิมพ์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมยาง ในช่วงปี 2554


โดยคุณศรีชัย เหลารัตนและคุณกาญจนา เล็งเห็นโอกาสการเติบโตในธุรกิจขึ้นรูปชิ้นงานที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว จึงผันตัวมาเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนยานยนต์ขึ้นรูป ประเภทยางและพลาสติกด้วยแม่พิมพ์ โดยปัจจุบันดำเนินธุรกิจผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ ยาง พลาสติก ซิลิโคน และแม่พิมพ์ ซึ่งปัจจุบันบริษัทดำเนินธุรกิจใน 3 ส่วน คือ

1.ผลิตผลิตภัณฑ์เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ เช่น ท่อยางอากาศ ยางกันฝุ่น ยางกันสะเทือน ยางกันกระแทก ท่อร้อยสายไฟ และยางขอบกระจก

2.อุตสาหกรรมเครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์ เช่น ปลอก ซิลิโคน วาล์วซิลิโคน สายช่วยหายใจ ที่สอดจมูกช่วยหายใจ

3.อุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น ถุงซิลิโคนใส่อาหาร ซีลยางบรรจุภัณฑ์ และส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้า


ทั้งนี้ปัจจุบัน POLY มีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจยานยนต์ 56% กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค 31% และ อุปกรณ์การแพทย์ 11.8%


โดยที่ผ่านมา บริษัทได้รับความไว้วางใจจากค่ายรถยนต์ขนาดใหญ่ของประเทศญี่ปุ่น และ ในฝั่งของทวีปยุโรป ซึ่งมีความไว้วางใจกับบริษัทและให้ออเดอร์งานอย่างต่อเนื่อง ส่วนมากบริษัทฯ จะเป็นผู้ผลิตในฐานะ OEM (Original Equipment Manufacturer) งานที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญ คือ งานด้านอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ต่างๆ ทั้ง ท่อร้อยสายไฟ ข้อต่อส่งอากาศ 


ข้อดีของงานในกลุ่มยานยนต์ คือ มีคำสั่งซื้อสินค้าที่แน่นอน และบอกจำนวนอุปกรณ์ที่ต้องการล่วงหน้า กำหนดสเปคที่ชัดเจน และมีมาตรฐานที่สูง แต่เมื่อบริษัทได้รับการคัดเลือกจากผู้ผลิตรถยนต์ ก็จะได้รับคำสั่งซื้อค้าในระยะยาว ขณะที่ธุรกิจด้านเครื่องมือแพทย์นั้นมีอัตรากำไรสูง แต่มีข้อกำหนดค่อนข้างซับซ้อนและอาจมีการเปลี่ยนมาตรฐานการผลิตที่บ่อยกว่าสินค้าอื่นๆ


"ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้เจอกับปัญหาในการบอกเลิกการผลิตของผู้ประกอบการในฝั่งรถยนต์รายหนึ่ง ก็กระทบกับผลการดำเนินงานของบริษัทเราพอสมควร เราก็เลยมองหาโอกาสใหม่ที่จะสร้างการเติบโต โดยให้ความสนใจในการผลิตสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคที่เป็นตลาดที่ใหญ่กว่า และมีมูลค่าที่สูงกว่า มีอัตรากำไรที่ดีกว่า"  คุณกาญจนา กล่าว   


ในขณะเดียวกันมาตรฐานในการผลิตของสินค้ากลุ่มคอนซูมเมอร์ ไม่สูงเท่ากับชิ้นส่วนรถยนต์ทำให้บริษัทมองเห็นโอกาสว่าจะเติบโต โดยเดินหน้าในการผลิตสินค้า อย่าง ถุงซิลิโคนใส่อาหาร ซีลยางบรรจุภัณฑ์ และส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น ชิ้นส่วนซิลิโคนกันความร้อน (Silicone Cap Heater) รวมไปถึงสินค้าอื่นๆ ได้แก่ ยางบนผิวลูกบาสเก็ตบอล จุกระบายไอน้ำหม้อหุงข้าว โดยได้รับความไว้วางใจจากผู้ผลิตสินค้าชื่อดังให้บริษัทดำเนินธุรกิจในฐานะ OEM อีกด้วย 



เดินหน้าคอนซูมเมอร์เต็มตัว

สำหรับทิศทางการเติบโตในอนาคต บริษัทจะโฟกัสไปที่กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคมากขึ้น  ซึ่งเหตุผลสำคัญเพราะอัตรากำไรที่สูงกว่าชิ้นส่วนยานยนต์ โดยปัจจุบันสัดส่วนรายได้ในกลุ่มดังกล่าวจะอยู่ที่ 31%  ซึ่งการปรับเปลี่ยนการผลิตจากกลุ่มยานยนต์มาเป็นอุปโภคบริโภคนั้น ยังใช้เครื่องจักรชุดเดียวกัน เพียงแต่มีการปรับปรุงไลน์การผลิตบางส่วนเท่านั้น ส่วนการเติบโตในฝั่งของยานยนต์ก็ยังเติบโตต่อแต่ก็จะน้อยกว่าสินค้าอุปโภคบริโภค


"แต่ในด้านการเป็น OEM นั้นเราจะเดินหน้านโยบายนี้ต่อไป เพราะเรามองว่า เป็นการเติบโตที่มีเสถียรภาพ และเป็นสิ่งที่เราถนัดบริษัทไม่ต้องใช้เงินในการทำการตลาดเพื่อปั้นแบรนด์ของบริษัทเอง"


ทั้งนี้ปัจจุบันบริษัทมีการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 70 - 80% ซึ่งในอนาคตหากต้องการลงทุนเพื่อขยายกำลังการผลิต บริษัทมีพื้นที่ของโรงงานที่รองรับไว้อยู่แล้ว เหลือแค่การซื้อเครื่องจักรและติดตั้งก็สามารถเดินหน้าผลิตได้ทันที โดยผลการดำเนินงาน บริษัทมีอัตราการเติบโตของรายได้ในช่วงปี 2562 - 2564 เฉลี่ย 16.3% ต่อปี  ในครึ่งปีแรกของ 2565 บริษัทมีรายได้  526.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 50% และมีกำไรสุทธิ 78.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 58%  


สำหรับการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นั้น บริษัทได้วางแผนการเข้าระดมทุนมา 3 ปี เหตุผลสำคัญในการเข้าตลาดหุ้น คือ ความต้องการของกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ ที่ต้องการทำให้บริษัทเปลี่ยนผ่านจากธุรกิจครอบครัว ไป สู่ธุรกิจที่เป็นอาชีพดึงดูดคนเก่งเข้ามาในองค์กรและเป็นที่รู้จักกับคู่ค้ามากขึ้น


การระดมทุนครั้งนี้ จะมีการเสนอขายหุ้น 120 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 26.7% ของหุ้นหลัง IPO มีทุนจดทะเบียน 450 ล้านบาท และ ทุนชำระแล้ว 330 ล้านบาท มูลค่าหุ้นที่ตราไว้ 1 บาท จะนำเงินไปใช้ในการเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบการใช้ลงทุนในโครงการขยายโรงงานและลงทุนเครื่องจักรเพิ่มเติม และใช้จ่ายคืนหนี้สินเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินเตรียมพร้อมสำหรับการเติบโต


อย่างไรก็ตามการเข้าระดมทุนในครั้งนี้ของ POLY นั้นจะเข้าจดทะเบียนในกลุ่ม AUTO ตามสัดส่วนรายได้ในอดีตที่กลุ่ม AUTO มากที่สุดแต่ในอนาคตจะมีการเติบโตของสินค้าอุปโภคบริโภคเข้ามาและจะเป็นสัดส่วนรายได้สำคัญ ซึ่งในเวลานั้นอาจมีการพิจารณาถึงความเหมาะสมในการเลือกกลุ่มอีกครั้งหนึ่ง


ไชยรัตน์ ศรีสุข

บรรณาธิการหุ้นและการลงทุน Wealthythai.com

Most Viewed
Fun of Funds
“KTWC-ALPHA” ลงทุน “หุ้นทั่วโลก” สไตล์ “High Conviction”… โอกาสสร้าง “Alpha” ตอบโจทย์ความมั่งคั่งระยะยาว เสนอขายครั้งแรก (IPO) วันที่ 1 – 8 ก.ย. 69 นี้ !!!
Updated 1 day ago
Stock of the Day
CPF ลุยธุรกิจน้ำดื่ม! ทุ่ม 335 ลบ. ถือ BREW 51% โบรกฯ ชี้ดีลไม่แพง ต่อยอดระยะยาว จับตากำไรครึ่งปีหลังฟื้น ให้เป้า 25 บ.
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“กองตราสารหนี้โลก”…Upside จำกัด - แต่ได้ Yield สูงชดเชย !!!
Updated 19 hours ago
Insurance
เมืองไทยประกันชีวิต ยกระดับ MTL Health Services มากกว่าความคุ้มครอง ช่วยลูกค้าวางแผนการรักษาอย่างมั่นใจ
Updated 20 hours ago
Stock of the Day
SET นิ่ง แต่เงินไม่ได้นิ่ง! จับตาวอลุ่ม “เก็บ” ก่อนหุ้นวิ่ง รอบนี้โฟกัสกลุ่มโรงพยาบาล BDMS วอลุ่มพุ่ง BH เด้งรับ Cover Short
Updated 22 hours ago
Follow Us