จับตาท่าทีหลังประชุม “เฟด” หากส่งสัญญาณชะลอขึ้นดอกเบี้ยครั้งถัดไป อาจช่วยดัน SET ไปต่อ 20 จุด
อีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องติดตาม แม้จะเกิดขึ้นที่ต่างประเทศ แต่ส่วนใหญ่ตลาดหุ้นไทยจะได้รับผลกระทบตามไปด้วย ไม่ว่าจะเชิงบวก หรือ เชิงลบอย่างประเด็นการประชุมของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 1-2 พ.ย.นี้ ซึ่งตลาดคาดการณ์จะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.75% เป็น 4% แต่จะต้องจับตาท่าทีของการประชุมครั้งถัดไปว่าจะออกมาแบบไหนอีกด้วย
ทั้งนี้มุมมองของนักวิเคราะห์บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า ประเมินการเคลื่อนไหวของสินทรัพย์ลงทุนหลังประชุม FOMC ในวันที่ 2 พ.ย. 2565 ซึ่งตลาดคาดขึ้นดอกเบี้ย 0.75% เป็น 4.00% โดยประเด็นที่ต้องติดตามคือการแถลงหลังการประชุมว่าจะมีมุมมองออกมาแบบไหนบ้างต่อแนวโน้มนโยบายทางการเงินในระยะถัดไป โดยเฉพาะในเดือนธันวาคมนี้
ทั้งนี้ประเมินว่าหากส่งสัญณาณการขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.75% ในการประชุมครั้งถัดไป คาดว่า Dollar Index และ Bond Yield จะปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งจะกดดันตลาดหุ้นสหรัฐฯ และสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก คาดจะอ่อนตัวลง 2-3% ขณะที่สกุลเงินภูมิภาคเอเชีย และเงินบาทคาดอ่อนค่า ต่างชาติจะชะลอการซื้อตลาดการเงินของไทย จึงประเมินว่า SET Index จะพักฐาน 10-20 จุด โดยกลุ่มประกันฯ การแพทย์ ธนาคารพาณิชย์จะ Outperform ขณะที่กลุ่มโรงไฟฟ้า ไฟแนนซ์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จะ Underperform
ขณะที่หากส่งสัญญาณชะลอการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไป ประเมิน Dollar Index และ Bond Yield จะอ่อนตัวลง รวมทั้งคาดตลาดหุ้นสหรัฐฯ และสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกปรับตัวขึ้น 1-2% ในด้านของสกุลเงินภูมิภาคเอเชีย และเงินบาทคาดแข็งค่าต่อเนื่อง คาดว่าต่างชาติจะเร่งซื้อตลาดการเงินของไทย จึงประเมิน SET Index มีโอกาสปรับตัวขึ้น 10-20 จุด โดยมองกลุ่มแบงก์ ค้าปลีก โรงไฟฟ้า ไฟแนนซ์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จะ Outperform ส่วนกลุ่มประกัน การแพทย์ จะ Underperform
