AAI เปิดเทรดวันแรกราคาพุ่ง 42.43% กางแผนปี 65 วางเป้ารายได้ 6.4 พันล้านบาท
นายเอกราช พรรณสังข์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชี่ยน อะไลอันซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ AAI เปิดเผยว่า ส่วนตัวพอใจกับราคาซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่ราคาเปิด 7.90 บาท หรือปรับตัวขึ้น 42.43% จากราคาไอพีโอที่ 5.50 บาท ซึ่งราคาที่ปรับตัวขึ้นราคาไอพีโอที่ค่อนข้างมีความเหมาะสมและมาจากกระแสการตอบรับจากนักลงทุนที่ให้ความสนใจในธุรกิจอาหารสัตว์ที่เพิ่มมากขึ้นและบริษัทยังที่แรกในการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
สำหรับเป้าหมายการเติบโตของธุรกิจบริษัทได้ตั้งเป้ารายได้ในปี 2565 จะเติบโตราว 15-20% หรือแตะ 6.40 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ที่รายได้รวม 5.03 พันล้านบาท ซึ่งเป็นการเติบโตตามอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงที่มีดีมานด์ความต้องการเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากกระแสความนิยมการเลี้ยงสัตว์เหมือนเป็นสมาชิกครอบครัว (Pet Humanization) ซึ่งเจ้าของสัตว์เลี้ยงมักยอมจ่ายสินค้าและบริการต่างๆ เพื่อให้สัตว์เลี้ยงของตนเองมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุข จึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตามการเพิ่มกำลังการผลิตโดยมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตอีกประมาณ 40,000 ตันต่อปี หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 1 เท่า จากปัจจุบันที่มีกำลังผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงแบบเปียกสูงสุด 42,000 ตันต่อปี ซึ่งจะทยอยเพิ่มกำลังการผลิตตั้งแต่ช่วงปลายปี 2565-2568
พร้อมกันนี้บริษัทยังมีแผนที่จะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากแบรนด์สินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงของบริษัทให้เป็น 10% หรือราว 1 พันล้านบาท จากปัจจุบันมีสัดส่วนอยู่ 2-3% หรือราว 200 ล้านบาท ซึ่งบริษัทจะพัฒนาสินค้าแบรนด์มองชู (monchou) และ มาเรีย (Maria) เพื่อทำตลาดสินค้าในกลุ่มสินค้าพรีเมียม ขณะที่แบรนด์ มองชู บาลานซ์ (monchou balanced) และ ฮาจิโกะ (Hajiko) เจาะกลุ่มลูกค้าตลาดทั่วไป ส่วนแบรนด์ โปร (Pro) เจาะกลุ่มลูกค้าที่เน้นแข่งขันด้านราคาเป็นหลัก
ทั้งนี้ ภายหลังเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ AAI มีแผนขยายธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แบ่งออกเป็น 1) โครงการขยายกำลังการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงแบบเปียกในประเทศไทย โดยมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตอีกประมาณ 40,000 ตันต่อปี หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 1 เท่า จากปัจจุบันที่มีกำลังผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงแบบเปียกสูงสุด 42,000 ตันต่อปี ซึ่งจะทยอยเพิ่มกำลังการผลิตตั้งแต่ช่วงปลายปี 2565-2568 โดยคาดว่าจะใช้เงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 1,600 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นการใช้เงินจากการระดมทุนในครั้งนี้ประมาณ 600 – 700 ล้านบาท และส่วนที่เหลือมาจากเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน ,โครงการลงทุนในคลังสินค้าอัตโนมัติ (Auto Warehouse) แห่งที่ 2 ภายในปี 2566 โดยคาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 400 – 500 ล้านบาท สามารถจัดเก็บสินค้าเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 15,000 – 20,000 พาเลท ,เพื่อชำระคืนเงินกู้ยืมทั้งระยะสั้นและระยะยาว จำนวนไม่เกิน 700 - 800 ล้านบาท ภายในไตรมาส 4/2565 และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการดำเนินธุรกิจ
Most Viewed
Stock of the Day
ก.ล.ต. ฟันผู้แนะนำการลงทุน ปมยักยอกเงินลูกค้า 19.3 ลบ. แอบถอนฝากประจำ-ทำเอกสารปลอมตบตา สั่งลงดาบแบนพ้นวงการตลาดทุนยาวถึง 10 ปี
Updated 19 hours ago
News Highlight
SAM ปล่อยของดี คัดทรัพย์ทำเลทองย่านที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรม มูลค่ารวม 91 ลบ. ออกประมูล 22 ก.ค.นี้
Updated 19 hours ago
Stock of the Day
TISCO แกร่งท้าภูมิรัฐศาสตร์ เผยผลงานครึ่งปีแรกบวก 6.4% ชี้ครึ่งปีหลังเน้นโตอย่างมีคุณภาพ คุมสินเชื่อ-รักษาสมดุลสู้ความผันผวน
Updated 1 day ago
Stock of the Day
“โก๋แก่” มัน(ส์) คู่ไทยมา 50 ปี ตัวอย่างแบรนด์เก๋าที่ไม่ยอมหายไปตามเวลา
Updated 1 day ago
News Highlight
ก.ล.ต. สั่งเพิกถอนผู้แนะนำการลงทุน กรณีกระทำมิชอบต่อทรัพย์สินของผู้ลงทุน
Updated 19 hours ago
Follow Us
News Update
