Official Update :

เมื่อท่องเที่ยวคึกคัก หนุน 3 หุ้นกลุ่มการบินขาดทุนลดลง กูรูคาดปี 67 อุตสาหกรรมจะกลับสู่ภาวะปกติ

อุตสาหกรรมท่องเที่ยวในไทยและต่างประเทศมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง หลังการปลดล็อกดาวน์และยกเลิกจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศ ทำให้ความต้องการท่องเที่ยวที่อั้นอยู่ หลั่งไหลออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก ซึ่งธุรกิจสายการบินเป็นธุรกิจที่ได้รับผลบวกเป็นอันดับต้นๆ เพราะนับเป็นประตูที่จะนำพานักท่องเที่ยวไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ทั่วโลก


ดังนั้นมาลองดูว่าภายหลังการเปิดประเทศ ความต้องการท่องเที่ยวทั้งในไทยและต่างประเทศที่ล้นทะลักจะส่งผลอย่างไรต่อผลประกอบการไตรมาส 3/65 ของหุ้นสายการบินทั้ง 3 ตัว นั่นคือ AAV, BA, AOT และในมุมมองของนักวิเคราะห์แนะนำการลงทุนอย่างไร


เริ่มต้นที่หุ้นตัวแรก AAV หรือ บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบการสายการบินไทยแอร์เอเชีย หนึ่งในสายการบินราคาประหยัดยอดนิยมของคนไทย โดยบล.ดาโอ (ประเทศไทย) ระบุว่า ยังประเมินผลการดำเนินงานปกติปี 2565 จะขาดทุนที่ 7.0 พันล้านบาท โดยงวดครึ่งแรกของปี 65 มีผลขาดทุน 4.5 พันล้านบาท สำหรับผลการดำเนินงานปกติในไตรมาส 3/65 จะขาดทุนลดลงเป็น 1.5 - 1.8 ล้านบาท (เทียบกับไตรมาส 2/65 ที่ขาดทุน 2.3 พันล้านบาท) จากจำนวนผู้โดยสารที่ฟื้นตัวเร็วขึ้น โดยยังประเมินจำนวนผู้โดยสารปี 2565 ที่ 9 ล้านคน เพิ่มขึ้น 207% จากปีก่อน (ครึ่งแรกของปี 65 มีผู้โดยสารอยู่ที่ 3.1 ล้านคน) ส่วนปี 2566 ยังประเมิน AAV จะเริ่มกลับมามีกำไรได้จากจำนวนผู้โดยสารที่จะเพิ่มเป็น 16 ล้านคน


ฝ่ายวิจัยยังคงแนะนำ “ซื้อ” แต่ปรับราคาเป้าหมายโดย rollover เป็นปี 2566 ที่ 3.30 บาท โดยประเมินว่าราคาหุ้นจะยังคง outperform SET ได้ จากผลการดำเนินงานปกติที่ดีขึ้นต่อเนื่องในไตรมาส 3/65 และไตรมาส 4/65 ที่จะได้ผลบวกจากปัจจัยฤดูกาล, ผู้โดยสารอินเดียและอาเซียนยังเติบโตดี ส่วนผู้โดยสารญี่ปุ่นและฮ่องกงจะดีขึ้นจากการผ่อนคลายมาตรการเดินทางมากขึ้น ขณะเดียวกันคาดหวังว่าจีนจะเริ่มทยอยผ่อนคลายกัารเดินทางในช่วงช่วงแรกของปี 66


ถัดมา BA หรือ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หุ้นธุรกิจการบินแบบครบวงจร โดยบล.กสิกรไทย ระบุว่า คาดผลขาดทุนปกติไตรมาสใน 3/2565 ของ BA จะอยู่ที่ 608 ล้านบาท ขาดทุนลดลงจากผลขาดทุน 628 ล้านบาท ในไตรมาส 2/2565 และ 1.3 พันล้านบาท ในไตรมาส 3/2564 ซึ่งผลขาดทุนที่ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าและไตรมาสเดียวกันปีก่อนนั้น หลักๆ น่าจะมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น 45% จากไตรมาส 2/65 มาอยู่ที่ 3.1 พันล้านบาท ตามจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น 0.8 ล้านคน หรือสูงขึ้น 48% จากไตรมาส 2/65 ซึ่งคาดว่าค่าโดยสารเฉลี่ยในไตรมาส 3/2565 จะอยู่ที่ 3,125 บาท เพิ่มขึ้น 7% จากไตรมาส 2/65 และคาดว่าอัตราส่วนการขนส่งผู้โดยสาร (load factor) จะอยู่ที่ 80.2% เพิ่มขึ้นจาก 78.5% ในไตรมาส 2/65


นอกจากนี้ ประเมินว่า BAREIT จะเสริมความแข็งแกร่งให้กับสถานะการเงินของ BA และคาดว่าจะมีกระแสเงินสดสุทธิหลังซื้อหุ้นและชำระคืนเงินกู้จำนวน 6.3 พันล้านบาท โดยประมาณการผลขาดทุนปกติปี 65-66 ที่ 3.4 พันล้านบาท และ 1.3 พันล้านบาท และพลิกเป็นกำไรปกติในปี 67 ที่ 600 ล้านบาท


ด้านคำแนะนำการลงทุน ฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำ “ถือ” และปรับราคาเป้าหมายขึ้นจาก 12.00 บาท เป็น 13.64 บาท เพื่อสะท้อนการปรับประมาณการกำไรของฝ่ายวิจัยและการปรับปีฐานมูลค่าหุ้นจากกลางปี 2566 ไปเป็นสิ้นปี 2566 โดยคงมุมมองเชิงบวกต่อการฟื้นตัวของจำนวนผู้โดยสาร และคาดว่าราคาน้ำมันอากาศยานจะยังคงเป็นแรงกดดันหลักสำหรับผู้ประกอบการสายการบิน


สุดท้าย AOT หรือ ษริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หุ้นบริหารสายการบินแห่งชาติ หนึ่งในหุ้นสุดฮิตของนักลงทุน โดยนักวิเคราะห์บล.พาย ระบุว่า หลังจากรัฐบาลประกาศเปิดประเทศตั้งแต่เดือน พ.ค. จำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้าประเทศไทยมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเดือน ก.ย. มีจำนวนนักท่องเที่ยวที่ 1.64 ล้านคน เพิ่มขึ้น 40% จากเดือนส.. ซึ่งถือว่าเป็นผลดีกับ AOT อย่างมาก โดยจำนวนผู้โดยสารและเที่ยวบินในช่วงไตรมาส 4/65 (ก.ค.-ก.ย. 65) มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น 1,648% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน และ 29% จากไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 340% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน และ 14% จากไตรมาสก่อนหน้า ตามลำดับ ซึ่งเป็นระดับที่สูงสุดนับตั้งแต่เกิด Covid-19 ในช่วงไตรมาส 2/63 (.. - มี.. 63) เป็นต้นมา


ทำให้ฝ่ายวิจัยคาดว่าแนวโน้มผลประกอบการในช่วงดังกล่าวจะมีผลขาดทุนที่ลดลง โดยเบื้องต้นคาดไว้ที่ 1,021 ล้านบาท ดีกว่าผลขาดทุน 5,121 ล้านบาท ในไตรมาส 4/64 และ 2,207 ล้านบาท ในไตรมาส 3/65 ส่งผลให้ประเมินภาพรวมทั้งปี AOT จะขาดทุน 10,896 ล้านบาท ลดลงจากผลขาดทุน 16,322 ล้านบาท ในปี 2564 ขณะที่คำแนะนำการลงทุน ฝ่ายวิจัยยังคงแนะนำ “ถือ” โดยประเมินมูลค่าพื้นฐานที่ 73 บาท


ทั้งนี้ คาดว่าในปี 67 ภาพรวมอุตสาหกรรมการบินจะเริ่มกลับสู่ระดับเดียวกับก่อนเกิด Covid-19 ได้ ทำให้ฝ่ายวิจัยประเมินผู้โดยสารอยู่ที่ 135 ล้านคน และจานวนเที่ยวบิน 880 พันเที่ยว โดยคาดรายได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 68,873 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50% จากปี 66 และมีกาไรสุทธิ 25,968 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 98% จากปี 66


ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้