FA มอง BTG ราคาหลุดจองเพราะภาวะตลาด ลั่นยังไม่ถึงเวลาใช้ “กรีนชู” ฟากนักวิเคราะห์ให้ราคาเป้าหมาย 48 บาท
BTG เปิดทำการซื้อขายเป็นครั้งแรก ราคาหุ้นปรับตัวลดลงเหลือ 39.75 บาท หลุดราคาจองซื้อไอพีโอที่ 40 บาทต่อหุ้น ฟากที่ปรึกษาการเงินชี้ราคาเป็นไปตามภาวะตลาดและผู้ถือหุ้นเดิมไม่มีทิ้ง ลั่นยังไม่ถึงเวลาใช้ “กรีนชู” ผู้บริหารตั้งเป้ารายได้ปีนี้โต 20%
นายอนุวัฒน์ ร่วมสุข กรรมการผู้จัดการ ประธานสายวานิชธนกิจและตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG กล่าวถึง ราคาซื้อขายวันแรกของ BTG ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ที่ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 39.75 บาทหรือลดลง 0.62% จากราคาไอพี 40 บาท เป็นเพราะความกังวลของนักลงทุนบางกลุ่มที่มีต่อภาพรวมตลาดและไม่ได้มาจากการขายของผู้ถือหุ้นเดิม เพราะติด ไซเรนท์ พีเรียด ทั้งหมด
ส่วนการใช้ กรีนชู ออฟขั่น หรือ การเสนอขายหลักทรัพย์ส่วนเพิ่มโดยมีเงื่อนไขซื้อคืน ยังไม่มีแผนที่จะใช้ในตอนนี้เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่ยังมีความตื่นตกใจและขายอย่างต่อเนื่องทำให้การใช้ในเวลานี้อาจจะช่วยพยุงราคาได้ไม่มากนัก จึงต้องระยะเวลาที่มีความเหมาะสมหรือระดับราคาเริ่มมีความเสถียรภาพก่อนถึงจะพิจารณา
ด้านนายวสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ BTG เปิดเผยว่าได้ให้ภาพรวมของธุรกิจในปีนี้รายได้จะสามารถเติบโตได้ 25% เนื่องจากความต้องการอาหารยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งภายในประเทศและต่างประเทศที่บริษัทมีสัดส่วนรายได้อยู่ที่ 15% จากคู่ค้ากว่า 20 ประเทศทั่วโลก
ส่วนความกังวลเกี่ยวกับราคาและการส่งออกไก่ดิบที่ในบางประเทศจะมีปัญหาการเมืองภายใน ปัจจุบันความก็ยังคงมีความต้องการในระดับสูงจึงไม่น่ากังวล ส่วนราคาไก่ดิบในประเทศที่เพิ่มขึ้นสูงบริษัทมองว่าจะเป็นระดับที่สามารถแข่งขันกันได้
ทั้งนี้บริษัทมีเป้าหมายมุ่งมั่นยกระดับอุตสาหกรรมอาหาร พร้อมเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว ผ่านแผนการลงทุนสำหรับ 5 ปีต่อจากนี้ (ปี 2565 - 2569) เพื่อขยายส่วนแบ่งทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ ดังนี้ 1) ขยายกำลังการผลิตตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตในอีก 5 ปีข้างหน้า ประกอบด้วย อาหารสัตว์เป็น 5.5 ล้านตันต่อปี อาหารแปรรูปและไส้กรอก 223,000 ตันต่อปี โรงงานแปรรูปสุกร 4.8 ล้านตัว และโรงงานแปรรูปไก่เนื้อ 270 ล้านตัว
มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์อาหารที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป เช่น อาหารพร้อมปรุง อาหารพร้อมรับประทาน รวมทั้งจะเพิ่มสัดส่วนของแบรนด์ผลิตภัณฑ์เกรดพรีเมียมและมาตรฐาน 3) ขยายการประกอบธุรกิจของบริษัทฯ ในต่างประเทศ โดยมีแผนลงทุนก่อสร้างโรงงานและฟาร์มเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตในประเทศกัมพูชา ลาว และเมียนมา
รวมทั้งขยายการจัดจำหน่ายในตลาดต่างประเทศและเพิ่มจุดหมายปลายทางการส่งออก ได้แก่ การเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายในตลาดต่างประเทศที่สำคัญ อาทิ สิงคโปร์ ฮ่องกง และกัมพูชา เป็นต้น การขยายไปสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่โดยเพิ่มการรับรู้แบรนด์และเข้าไปเป็นพันธมิตรใหม่กับธุรกิจท้องถิ่น
รวมถึงเพิ่มจุดหมายการส่งออกจากกว่า 20 ประเทศทั่วโลก และเพิ่มยอดคำสั่งซื้อของลูกค้า (pocket share) ในภูมิภาคเดิม เช่น สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ฮ่องกง และสหราชอาณาจักร เป็นต้น นอกจากนี้ เบทาโกรยังมุ่งแสวงหาโอกาสการเติบโตใหม่ (New S-Curve) โดยจัดสรรเงินทุนรวมประมาณ 900 ล้านบาท สำหรับปี 2565-2569 เพื่อร่วมลงทุนในธุรกิจใหม่ ๆ ผ่าน Venture Building และ Venture Capital ใน 3 สาขา
ได้แก่ 1) พัฒนาความสามารถในการเข้าถึงสินค้าที่มีคุณภาพสูงให้แก่ผู้บริโภค 2) สร้างแหล่งโปรตีนใหม่ที่ยั่งยืน 3) เพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่อุปทานในสายอุตสาหกรรมการเกษตรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการวิจัยและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่สอดคล้องไปกับธุรกิจหลัก เพื่อรองรับโอกาสการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนต่อไปในอนาคต
นักวิเคราะห์ให้ราคาเป้าหมาย 48 บาท
ทั้งนี้ บล.เอเชียพลัส ออกบทวิเคราะห์ BTG คาดกำไรสุทธิปี 2565 จะเติบโตถึง 695%จากปีก่อนหน้าสู่ระดับ 8 พันล้านบาท จากแนวโน้มราคาหมูและไก่ปรับตัวสูงขึ้น จากปัญหาหมูขาดแคลน อย่างไรก็ตามคาดกำไรสุทธิปี 2566 จะลดลง 20%จากปีก่อนมาที่ 6.4 พันล้านบาท (ยังถือว่าอยู่ในระดับสูง) จากแนวโน้มราคาหมูและไก่อ่อนตัวลงบ้าง จากฐานที่สูงมากในปี 2565 กำหนด Fair value ปี 2566 ของ BTGเท่ากับ 48 บาท อิง PER 15 เท่า ใกล้เคียงค่าเฉลี่ย PER ที่ Fair value ของผู้ประกอบการ หมูและไก่ใน SET
