ADVANC เผยไตรมาส 3/65 กำไรลดลง 5.36% เหตุต้นทุนพลังงานเพิ่ม-ค่าใช้จ่ายการตลาดสูงขึ้น
ADVANC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3/65 มีกำไรสุทธิ 6.03 พันล้านบาท ลดลง 5.36% จากปีก่อน ส่วน EBITDA ลดลง 1.2% หลังค่าใช้จ่ายการตลาดเพิ่มขึ้น แม้รายได้จะเพิ่มขึ้นกว่า 9.1% จากยอดขายโทรศัพท์เพราะการเปิดตัวของ iPhone14 คาดใช้งบลงทุนปีนี้ 30,000 ล้านบาท ตั้งเป้ารายได้ค่าบริการโตเป็นตัวเลขหลักเดียว หลังเศรษฐกิจยังชะลอตัว
บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3/65 บริษัทมีกำไรสุทธิ 6,032 ล้านบาท ลดลง 5.36% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 6,374 ล้านบาท เนื่องจาก EBITDA ที่ลดลงในไตรมาส 3/2565 ชดเชยด้วยผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่รับรู้และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ส่วน EBITDA อยู่ที่ 22,091 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 1.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน จากค่าใช้จ่ายโครงข่ายที่เพิ่มขึ้น และปรับตัวลดลง 3.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่สูงขึ้น
ในไตรมาส 3/2565 เอไอเอสมีรายได้รวม อยู่ที่ 46,234 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 9.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเพิ่มขึ้น 2.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน จากยอดขายเครื่องโทรศัพท์มือถือที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากมีการเปิดตัว iPhone14 เร็วกว่าปีที่แล้วหนึ่งไตรมาส และการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้าน
ขณะที่ในช่วง 9 เดือนแรกของปี2565 รายได้จากการให้บริการหลักอยู่ที่99,193 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากการเติบโตในธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้าน และธุรกิจบริการลูกค้าองค์กร การแข่งขันที่เข้มข้นและอัตราเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้นยังคงเป็นแรงกดดันให้รายได้จากธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ปรับตัวลดลง 0.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ส่วนธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้านยังคงเป็นปัจจัยหลักของการเติบโตของรายได้จากการขยายโครงข่ายอย่างรวดเร็วเพื่อให้มีพื้นที่คลอบคลุมอย่างทั่วถึง และความพยายามในการเข้าถึงฐานลูกค้าใหม่โดยการส่งมอบบริการที่มีคุณภาพและการรวมกลุ่มกับบริการอื่นๆ โดยธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้านปรับตัวเพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบกับปีก่อน ในส่วนของรายได้จากธุรกิจบริการลูกค้าองค์กรและอื่นๆ ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัล (digital transformation) ท าให้ความต้องการของลูกค้าเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในบริการคลาวด์และไอซีทีโซลูชั่น ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 21
โดย 9 เดือนแรกของปี2565 EBITDA ปรับตัวลดลง 2.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากผลกระทบของอัตราเงินเฟ้อและการแข่งขันที่กระทบต่อการเติบโตของรายได้ของธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ รวมถึงแรงกดดันจากต้นทุนโครงข่าย และค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่สูงขึ้น โดยกำไรสุทธิอยู่ที่ 18,648 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 7.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการรับรู้รายการพิเศษเป็นรายได้อื่นในปีที่แล้ว
คาดปี 65 รายได้บริการโตหลักเดียว
คาดการณ์รายได้จากการให้บริการหลักเติบโตในอัตราเลขตัวเดียวระดับต่ำจากแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังที่ยังคงเปราะบางแม้จะมีสัญญาณการฟื้นตัวในครึ่งปีแรกและจะชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่องจากตัวเลขเงินเฟ้อและการปรับขึ้นของราคาพลังงานทั่วโลก
รวมถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกที่เป็นผลกระทบจากสงครามรัสเซียรบกับยูเครน ภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลกส่งผลกระทบต่อการบริโภคและกำลังซื้อของภาคเอกชนในกลุ่มผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อระดับราคาในตลาด
ส่วนคาดการณ์กำไร EBITDA จะอยู่ในระดับคงที่ถึงลดลงเล็กน้อย ด้วยความไม่แน่นอนของหลายกลุ่มธุรกิจและปัจจัยทางเศรษฐกิจส่งผลต่อความท้าทายในส่วนของกำไร เนื่องมาจากต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นซึ่งบริษัทยังคงมุ่งเน้นในการดำเนินการเพื่อปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพทางด้านต้นทุนและการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ต้นทุนจะได้รับผลกระทบจากค่าสาธารณูปโภคที่ปรับตัวสูงขึ้น,ค่าใช้จ่ายในการขยายธุรกิจภายใต้สภาวะการแข่งขันที่รุนแรงและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มเติมในส่วนของคอนเทนต์ที่เพิ่มมาจากช่วงครึ่งปีหลังของ 2564 แต่บริษัทจะยังคงอยู่เพื่อเป็นบริการเสริมให้กับลูกค้า
และค่าใช้จ่ายการตลาดที่เพิ่มสูงขึ้นจากการฟื้นตัวตามเศรษฐกิจและจากปีที่แล้วที่มีค่าใช้จ่ายในระดับที่ต่ำจากการล็อคดาวน์ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคCOVID-19 ซึ่งบริษัทจะยังคงออกแคมเปญเพื่อขยายและรักษาฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่องตลอดครึ่งปีหลัง
คงแผนเงินลงทุน 30,000 ล้านบาท
ด้านการลงทุนคาดการณ์งบการลงทุนจะอยู่ที่ประมาณ 30,000 ล้านบาท บริษัทตั้งเป้ารักษาความเป็นผู้นำในโครงข่ายการให้บริการ 5G ในประเทศไทยทั้งในด้านความครอบคลุมของโครงข่ายและความจุของโครงข่ายจากความต้องการการใช้งาน 4G/5G ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าด้วยเทคโนโลยี5G ที่ดีที่สุดและให้บริการบนคลื่นความถี่ที่ครบถ้วน ตั้งแต่คลื่นความถี่ย่านต่ำ ย่านกลาง ตลอดจนคลื่นความถี่ระดับมิลลิเมตร เพื่อมอบคุณภาพที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าโดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีอัตราการใช้งาน 5G สูง
นโยบายการจ่ายเงินปันผลบริษัทยังคงการจ่ายเงินปันผลปีละ 2 ครั้งจากผลการดำเนินงานบริษัทและกำไรสะสมบนงบการเงินเฉพาะกิจการ ทั้งนี้การจ่ายเงินปันผลในทุกกรณีจะขึ้นอยู่กับกระแสเงินสด และแผนการลงทุน รวมถึงความจำเป็นและความเหมาะสมอื่นๆ ในอนาคตของบริษัทและบริษัทย่อย และการจ่ายเงินปันผลดังกล่าวจะต้องไม่เกินกำไรสะสมที่ปรากฏในงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัทหรือมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการดำเนินงานปกติของบริษัทและบริษัทย่อย
