ADVANC ปี 66 ทุ่มงบ 3 หมื่นล้าน รุกขยายเครือข่าย หวังไตรมาส 4/65 ฟื้น นักท่องเที่ยวดันยอดเติมเงินพุ่ง
ADVANC เผยปี 2566 ทุ่มงบลงทุน 30,000 ล้านบาท ลุยพัฒนา 3 ธูรกิจหลัก โทรศัพท์เคลื่อนที่-บรอดแบนด์-ธุรกิจองค์กร ประเมินไตรมาส 4/65 รายได้เติบโตเลขหลักเดียว คาดจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่ม ดันผู้ใช้งานระบบเติมเงินพุ่ง ลุ้นผู้ใช้งานระบบ 5G สิ้นปีแตะ 7.5 ล้ายราย หลังล่าสุดจำนวนผู้ใช้ทะลุเป้า 5.5 ล้านราย
นางสาวสมฤทัย ตัณฑกิตติ หัวหน้าแผนกงานนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจในปี 2566 คาดว่าธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และธุรกิจองค์กรยังเป็นคีย์หลักในการเติบโตของบริษัท โดยคาดว่าจะใช้งบลงทุนในระดับเดียวกับปี 2565 ที่ 30,000 ล้านบาท แบ่งเป็น ลงทุนธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ 70% ส่วนที่เหลืออีก 30% เป็นการลงทุนในธุรกิจบรอดแบรนด์และธุรกิจองค์กร
สำหรับแนวโน้มการเติบโตในปี 2565 คาดว่าทั้งปีรายได้รวมจะเติบโตราว 1-3% โดยไตรมาส 4/65 น่าจะเติบโตในระดับตัวเลขหลักเดียว จากการขยายตัวของธุรกิจหลักทั้ง 3 กลุ่ม คือ ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งได้รับปัจจัยบวกจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น ทำให้ความต้องการใช้งานหมายเลขในระบบเติมเงินเพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกันบริษัทยังพยายามเพิ่มรายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้งานในระบบรายเดือน ด้วยการปรับลดแพ็คเกจที่ให้มาร์จิ้นน้อย และยกเลิกบริการโทรฟรีไปยังเครือข่ายอื่น เพื่อให้ผู้ใช้บริการหันมาใช้แพ็คเกจ 5G มากขึ้น ทั้งนี้ บริษัทได้พัฒนาและขยายโครงข่าย 5G ด้วยการติดตั้งสถานีฐานที่ใช้งานบนคลื่นความถี่ต่ำและคลื่นความถี่สูงทั่วประเทศ ทำให้การให้บริการ 5G มีความครอบคลุมสูงสุดเป็นอันดับ 1 ที่ 85% ของพื้นที่ประชากร
“ปัจจุบันผู้ใช้บริการ 5G ของ AIS อยู่ที่ 5.5 ล้านราย ซึ่งเกินเป้าหมายที่บริษัทตั้งไว้ที่ 5 ล้านรายไปแล้ว แต่เรายังพัฒนาต่อเนื่อง โดยจะพยายามผลักดันให้ผู้ใช้งานในระบบเติมเงินหรับเปลี่ยนมาใช้งานในระบบ 5G เพิ่มขึ้น ถ้าแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของผู้ใช้งานระบบ 5G ในไตรมาส 4/65 อยู่ในระดับเดียวกับไตรมาส 3/65 ที่ 1.5 ล้านราย คาดว่าสิ้นปีบริษัทจะมีจำนวนผู้ใช้งาน 5G อยู่ที่ 7.5 ล้านราย”
สำหรับธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง AIS Fibre คาดว่ายังเติบโตได้ จากมาร์เก็ตแชร์ที่ขยายตัวต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทจะพยายามเพิ่มรายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้งานเช่นเดียวกัน ด้วยการพัฒนาคอนเมนต์ใน AIS Play และ Disney+ Hotstar เพื่อให้ลูกค้ามีประสบการณ์ที่ดีและเลือกใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง AIS Fibre ต่อไป
ขณะที่ธุรกิจบริการลูกค้าองค์กร บริษัทมองว่ายังมีความต้องการเข้ามาต่อเนื่อง ล่าสุดได้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งจะเป็นคีย์สำคัญในการรุกตลาดบริการ Cloud Security ระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์เต็มรูปแบบสำหรับองค์กรภาคธุรกิจ นอกจากนี้ บริษัทยังหนุนภาคธุรกิจไทยใช้ดิจิทัลทรานส์ฟอร์มองค์กรด้วย มาร์เก็ตเพลสซอฟต์แวร์ รายแรกในไทยกับ AIS Biz App Mart ด้วยการนำเสนอโซลูชันและเครื่องมือทางธุรกิจที่ดีที่สุดจากไมโครซอฟท์
ทั้งนี้ คาดว่าจะมีปัจจัยกดดันจากค่าใช้จ่ายพลังงานและภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว แต่บริษัทจะพยายามบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยคาดว่า EBITDA ในปีนี้จะทรงตัวอยู่ที่ระดับ 49%
ด้านความคืบหน้าดีลเข้าซื้อกิจการ 3BB นั้น เนื่องจากเงื่อนไขบังคับข้อ 1.2 ไม่ได้รับการอนุมัติ ซึ่งเป็นเรื่องการผ่อนผันหรือแก้ไขรายละเอียดในสัญญาเช่าถือว่าเป็นประเด็นสำคัญต่อ TTTBB ในการดำเนินธุรกิจให้แข่งขันได้อย่างยั่งยืน รวมถึงไม่สอดคล้องกับความแข็งแกร่งที่ดีขึ้นของ AIS/AWN ในฐานะ sponsor ใหม่ จึงมีนัยสำคัญต่อการตัดสินใจในการเข้าซื้อหุ้นใน TTTBB และซื้อหน่วยลงทุนใน JASIF และจะต้องนำมาพิจารณาใหม่อย่างถี่ถ้วนถึงความเหมาะสมในการเข้าทำธุรกรรมในครั้งนี้ เมื่อบริษัทมีการพิจารณาแล้วจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบอีกครั้ง
ขณะที่ความร่วมมือเพื่อพัฒนาธุรกิจศูนย์ข้อมูล (Joint Development Agreement - Data Center Business) กับบมจ. กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเม้นท์ (GULF) และบริษัท Singapore Telecommunications Limited (Singtel) นั้น ปัจจุบันอยู่ระหว่างการคัดเลือกทำเลที่ตั้ง คาดว่าจะสามารถเห็นความชัดเจนของโครงการมากขึ้นในช่วงต้นปี 2566
