โพยหุ้น เฟ้นหาหุ้นเด่นเอาใจสาย VI เหมาะลงทุนในระยะยาว
ในช่วงสัปดาห์นี้ ก็ยังมีปัจจัยให้นักลงทุนต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นการประชุมเอเปค 2022 (APEC 2022 Thailand) ซึ่งเป็นการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก ที่ประเทศไทย โดยก่อนหน้านี้ไทยเคยเป็นเจ้าภาพในปี พ.ศ. 2535 และ 2546 ตามลำดับ นอกจากนี้ในวันที่ 15-16 พฤศจิกายนนี้ ก็จะมีการประชุมG20 อีกด้วย โดยมุ่งเน้นไปที่ความคืบหน้าด้านความมั่นคงทางอาหารและภาระหนี้สิน
ขณะที่ประเทศไทยก็เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการประกอบผลประกอบการงวดไตรมาส 3/65 กันแล้ว โดยหลายๆ บริษัทก็มีการประการผลงานออกมาได้ดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ แต่ก็มีอีกหลายบริษัทเช่นกันที่รายงานต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ดังนั้นโพยหุ้นในครั้งนี้ Wealthy Thai จึงได้รวบรวมหุ้นที่เหมาะสำหรับลงระยะกลาง และระยะยาว ภายใต้การประเมินของนักวิเคราะห์บล.โนมูระ พัฒนสิน ที่กล่าวว่า สำหรับการลงทุนระยะกลาง- ยาว กลุ่มที่ยังให้เลือกสะสม ให้เน้นไปที่กลุ่ม Consumer อย่าง ADVANC, TRUE, BBL, SCB, AMATA, EKH และTLI
สำรวจปัจจัยพื้นฐาน
ADVANC โดยนักวิเคราะห์บล. พาย มีความเห็นว่า แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมายที่ 236 บาท โดยเลือก ADVANC เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มโทรคมนาคม เพราะมีความสามารถในการทำกำไรที่เหนือคู่แข่ง และศักยภาพในการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานใหม่ ๆ
BBL นักวิเคราะห์บล. เอเซียพลัส แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 159 บาท รับพัฒนาการบวกของ NII อานิสงค์จากดอกเบี้ยขาขึ้น โดยเฉพาะสินเชื่อในต่างประเทศ ประกอบกับคุณภาพสินทรัพย์และระดับ Coverage Ratio แข็งแกร่งเมื่อเทียบกับธนาคารใหญ่อื่น ขณะที่ PBV ซื้อขายที่ 0.52 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตั้งแต่ปี 2551 ที่ 0.99 เท่า ราว 1.5 SD และค่าเฉลี่ยปี 2562 ที่ 0.86 เท่า สวนทางแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่กำลังกลับสู่ฐานปี 2562
SCB นักวิเคราะห์ บล. เคจีไอ ระบุว่า แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 134 บาท ซึ่งยังมีมุมมองที่เป็นบวกกับ SCB เหมือนเดิม และได้รวมปัจจัยที่ว่าธุรกิจใหม่อาจจะไม่ได้สร้างรายได้ และกำไรมากนักในระยะสั้น อย่างไรก็ตามการที่ SCB สร้างความแตกต่างจากการสร้างการเติบโตในกลุ่มสินเชื่อผู้บริโภคจากและได้เริ่มเห็นเป็นรูปเป็นร่างมากกว่าธนาคารอื่น
AMATA นักวิเคราะห์บล. ดาโอ (ประเทศไทย) กล่าวว่า แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 23 บาท พร้อมกับประเมินว่า AMATA มี key catalyst ที่น่าสนใจจากยอด presale ที่จะเพิ่มขึ้น และทรงตัวในระดับสูง ตามการ relocation และมาตรการส่งเสริมการใช้รถ EV ในประเทศ ซึ่งส่งผลดีตอบริษัทในฐานะผู้ประกอบการนิคมรายใหญ่ในไทย และมีฐานลูกค้าเป็นกลุ่ม Automotive มากกว่า 30%
EKH นักวิเคราะห์บล. ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 9.30 บาท แนวโน้มกำไรไตรมาส 4/65คาดได้แรงหนุนจากการบันทึกกำไรของเงินลงทุนใน KLINIQ ที่ถือหุ้นอยู่สัดส่วน 10% ส่วนการดำเนินงานหลัก Utilization Rate ปัจจุบันยังค่อนข้างเต็ม นอกจากนี้จะมี Catalyst บวกหากจีนผ่อนปรนนโยบาย Zero COVID หรือการเดินทางระหว่างประเทศ เป็นบวกต่อธุรกิจ IVF
และ TLI โดยบล. ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 21.20 บาท ซึ่ง TLI เป็นบริษัทประกันชีวิตที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของไทย ฝ่ายวิจัยเห็นการเติบโตที่แข็งแกร่งของ TLI จากการมีตัวแทนประกันที่มีคุณภาพสูงจำนวนมากพันธมิตรที่แข็งแกร่ง และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับเพิ่มขึ้น จึงมองว่าการขายผลิตภัณฑ์ประกันผ่านช่องทางจัดจำหน่ายที่เหมาะสมจะช่วยให้อัตรากำไรของธุรกิจใหม่ สูงเกิน 45% ในปี 65-67

